จับตา ศบค. ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ครั้ง ที่ 12

ประยุทธ์จ่อออก พรก.ฉุกเฉิน

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานประชุม ศบค.ชุดใหญ่ คาดพิจารณาขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 60 วัน 

วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 7/2564 ผ่านระบบทางไกล (video conference) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยมีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ คือ การพิจารณาความเหมาะสมในการขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 12 ตามข้อเสนอของศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งคาดว่าจะขยายเวลาอีก 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน- 31 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้ที่ผ่านมาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการขยายเวลาคราวละตั้งแต่ 30 วัน 45 วัน และ 60 วัน

พร้อมกันนี้จะพิจารณา แผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข โดยศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และรับทราบการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในระลอกที่ 3 รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมามีการประกาศมาตรการด้านสาธารณสุขในการจัดการประชุมรัฐสภา สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่ 1/2564 ที่เสนอโดยกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการ จะรายงานมาตรการแนวปฏิบัติของสถานศึกษาเรื่องการเลื่อนการเปิดภาคเรียน ภาคที่ 1/2564 ให้ที่ประชุมรับทราบด้วย

โดยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เป็นการอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร โดยต้องปฏิบัติตามมาตรา 9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน

สำหรับมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติขึ้นไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อปฏิบัติในการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าอย่างถูกวิธีตามข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะยังคงเป็นข้อปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ

การจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมากและมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่กลุ่มบุคคลที่จำเป็นต้องเข้าประชุมอยู่ในสถานที่หนึ่งที่ใดเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่องหลายชั่วโมงซึ่งการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาอาจไม่สะดวกหรือเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ในการประชุม หากผู้จัดประชุมได้กำหนดให้มีมาตรการตรวจคัดกรองบุคคลและได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างรอบคอบ รัดกุม และเข้มงวดเพียงพอแล้ว เช่น การเว้นระยะห่างทางสังคม


การให้ผู้เข้าร่วมประชุมสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและเครื่องป้องกันตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด รวมทั้งการแสดงใบรับรองผลการตรวจว่าไม่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการจัดให้มีกระบวนการคัดกรองโดยพิจารณาจากอาการของโรค ประกอบกับได้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการประชุมตามระเบียบหรือข้อบังคับเมื่อเกิดเหตุที่มีความเสี่ยงโดยให้ผู้ควบคุมการประชุมกำหนดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาการประชุม แต่อาจพิจารณาผ่อนผันได้เฉพาะช่วงเวลาของการอภิปรายหรือแสดงความเห็นในที่ประชุมได้ตามความเหมาะสมแห่งสภาพการณ์และความสมควรแก่เหตุ

ข้อ 2 การกำหนดพื้นที่สถานการณ์ ปรับระดับการกำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์ เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามเขตพื้นที่สถานการณ์

ทั้งนี้ การประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ซึ่งมีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ไปแล้วทั้งหมด 11 ครั้ง ดังนี้

    1. ขยายครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
    2. ขยายครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563
    3. ขยายครั้งที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563
    4. ขยายครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563
    5. ขยายครั้งที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563
    6. ขยายครั้งที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563
    7. ขยายครั้งที่ 7 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563
    8. ขยายครั้งที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2563 จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2564
    9. ขยายครั้งที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2564 จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564
    10. ขยายครั้งที่ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564
    11. ขยายครั้งที่ 11 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ