เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
World ประมวลภาพสหรัฐจัดฉลองใหญ่ วันประกาศเอกราช 250 ปี -ทรัมป์ลั่น “เราจะเป็นที่หนึ่งตลอดไป”
ดูทั้งหมด

ไพบูลย์ วอนโหวตแก้รัฐธรรมนูญฉบับพลังประชารัฐ แก้กติกาเลือกตั้ง บัตรสองใบ

23 มิ.ย. 2564 | 15:11น.

ไพบูลย์ นิติตะวัน ร่ายยาวแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคพลังประชารัฐ 5 ประเด็น 13 มาตรา แก้กติกาเลือกตั้ง “บัตรสองใบ” โละ ส.ส.ปัดเศษ รับปาก ส.ว. ไม่แตะหลักการมาตรา 144-มาตรา 185 นักการเมืองล้วงงบฯ-แทรกแซงข้าราชการ

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เพื่อพิจารณา “ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ….” จำนวน 13 ฉบับ ในขั้นรับหลักการ วาระแรก ระหว่างวันที่ 23-24 มิถุนายน 2564

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ฉบับที่ 1 ของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 5 ประเด็น 13 มาตรา ว่า

โละ ส.ส.ปัดเศษ

เป็นประเด็นที่ 1 พรรคได้รายงานจาก กมธ.ศึกษาปัญหา รธน.สภาผู้แทนฯ พปชร.ได้นำมาเป็นหลักในการแก้ไข ในฐานะที่ตนเป็นรองประธาน กมธ.ฯ และเป็นประธานอนุฯ วิเคราะห์ ได้ทำ รธน.รายมาตรา แนบท้ายไว้ แต่ไม่ได้เสนอต่อรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการแก้ไขทั้งฉบับ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา

ประเด็นที่ 1 ขอเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมสิทธิและเสรีภาพของประชานในเรื่องกระบวนการยุติธรรม สิทธิการประกันตัว ชุมชนมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐในการฟ้องหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการขจัดอุปสรรคการดำเนินการของพรรคการเมืองในส่วนของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งอยู่ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 โดยการแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45

ประเด็นที่ 2 ขอแก้ไขระบบการเลือกตั้ง ส.ส. จากบัตร 1 ใบ ซึ่งมีเสียงทักท้วง เป็นบัตร 2 ใบ ประกอบด้วย แบบแบ่งเขต 400 คน แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 4 เพื่อให้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน ปรากฏอยู่ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในมาตรา 4 แก้ไขมาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 มาตรา 92 และมาตรา 94

“เจตจำนงเพื่อให้เพื่อน ส.ส.หลายพรรคเรียกร้อง และเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้ง ที่ได้ใช้สิทธิผ่านการบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งย่อมมีสิทธิมากกว่าเลือกตั้ง 1 ใบ และประชาชนคุ้นเคย และพอใจในการใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 ใบมากกว่า นอกจากนั้นการคิดจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อยังมีขั้นต่ำร้อยละ 1 เพื่อไม่ให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ได้คะแนนเสียงต่ำกว่าร้อยละ 1 หรือที่เรียกว่า ส.ส.ปัดเศษ”

ยก กมธ.ชุดพีระพันธุ์ แก้ ม.144-ม.185

นายไพบูลย์กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 การแก้ไขการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งมีปัญหากระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยแก้ไขให้นำข้อความตามรัฐธรรมนูญปี 50 มาใช้แทน ซึ่งปรากฏอยู่ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 5 เพื่อแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 144

“การนำรัฐธรรมนูญ 50 มาใช้แทน เนื่องจากหลักการของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รายงานเห็นควรให้แก้ไขมาตรา 144 ปรากฏอยู่ในรายงานหน้า 47 และหน้า 51 นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีบันทึกรายงานของกฤษฎีกาเสนอถึงประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ลงนามโดยเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา”

นายไพบูลย์กล่าวว่า บันทึกความเห็นกฤษฎีกาในหน้าที่ 13 ย่อหน้า ข ระบุว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของ กมธ.วิสามัญฯ เนื่องจากมาตรา 144 ทำให้เกิดปัญหาความชัดเจนในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีการตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และเป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณที่จะให้ความเห็นว่า ส.ส. ส.ว. หรือ กมธ. มีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่ นอกจากนั้น บทกำหนดโทษกรณีฝ่าฝืนส่งผลให้เจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ ไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของ กมธ.ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ

รับปากไม่แตะหลักการ นักการเมืองล้วงงบฯ-แทรกแซงข้าราชการ

“มี ส.ว.หลายท่านทักท้วงว่า เป็นการทำให้หลักการตรวจสอบการพิจารณากฎหมายงบประมาณที่บัญญัติไว้ในมาตรา 144 อย่างเข้มข้นได้เสียสาระสำคัญของการตรวจสอบไป ส่วนตัวเห็นด้วยกับ ส.ว.ที่ทักท้วง และได้รับปากปากกับ ส.ว.ไว้ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับ (แก้ไข) นี้ รัฐสภาได้รับหลักการในวาระ 1 ไปแล้ว ในการพิจารณาในวาระที่ 2 ชั้น กมธ. ผมพร้อมกับพรรคพลังประชารัฐ จะเสนอแก้ไขมาตรา 144 ให้คงหลักการที่เข้มข้นไว้ตามเดิม

ขอให้ ส.ว.ที่คุ้นเคยกัน สบายใจได้ เพราะผมในฐานะเป็นอดีต ส.ว. 2 สมัย 6 ปี ผมทำงานในด้านการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นมาโดยตลอด ผมเข้าใจข้อห่วงใยของสมาชิก ส.ว. ที่เคยทำหน้าที่มากับผม และทำงานมาด้วยกัน จึงขอยืนยันอีกครั้งว่า การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วาระที่ 2 จะมีการผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 144 ให้กลับไปตามหลักการเดิม แต่ขอแสดงความห่วงใย อยากจะขอหารือว่า ควรจะต้องพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่ ที่เป็นข้าราชการของสำนักงบประมาณที่มีปัญหาจากบทบัญญัติมาตรา 144 จะหาทางผ่อนคลายอย่างไรก็สุดแล้วแต่กับ กมธ.ในวาระที่ 2”

นายไพบูลย์กล่าวว่า ประเด็นที่ 4 การขอแก้ไขมาตรา 185 ซึ่งเป็นอุปสรรคการทำงานของ ส.ส. และ ส.ว. โดยให้สามารถติดต่อกับส่วนงานราชการ หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ติดต่อราชการในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือได้ ซึ่งปรากฏอยู่ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 6 เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการตีความ

“ไม่ได้อยู่ดี ๆ ก็ยกขึ้นมา เป็นไปตามรายงานของ กมธ.วิสามัญฯ ชุดที่มีนายพีระพันธุ์เป็นประธาน ซึ่งเห็นควรแก้ไขมาตรา 185 ไว้ในหน้า 60 และหน้า 61 จึงนำมาแก้ไข แต่ก็ได้รับการทักท้วงจากเพื่อน ส.ว. เช่นเดียวกัน เพราะเป็นห่วงว่า ถ้านำมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ 40 มาใช้แทน จะทำลายหลักการ เสียสาระสำคัญในการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการที่ ส.ส. และ ส.ว. จะไปทำเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งผมเห็นด้วย และรับปากไว้แล้วว่า เมื่อสภารับหลักการไปแล้ว วาระที่ 2 ผมและพรรคพลังประชารัฐจะผลักดัน และแก้ไขมาตรา 185 ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงไว้ตามเดิม

แต่ขอกราบเรียนครับ ว่า เราจะขอเพิ่มเติมให้มีขอบเขตที่ชัดเจน ให้ยกเว้นกรณีที่ ส.ส. และ ส.ว. ต้องไปติดต่อหน่วยงานของรัฐ ต้องไปติดต่อข้าราชการ เพื่อให้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้ถือว่าไม่เป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ เพื่อให้ประชาชนมี ส.ส. ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้”

ปลดล็อก ครม.ส่งการบ้านปฏิรูปทุก 3 เดือน

นายไพบูลย์กล่าวว่า ประเด็นที่ 5 ขอแก้ไขบทเฉพาะกาล มาตรา 270 เพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจของ ส.ว. เพื่อติดตาม ตรวจสอบการปฏิรูปประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายของ ส.ว. เพียงฝ่ายเดียว โดยเปลี่ยนให้เป็นอำนาจของของรัฐสภาร่วมกันติดตามยุทธศาสตร์ชาติ (มาตรา 270) เพื่อให้ ส.ส. มีส่วนร่วมกับ ส.ว. เพื่อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ ซึ่งอาจจะต้องคณะกรรมาธิการของรัฐสภาเพื่อติดตามทุกสัปดาห์ โดยกำหนดไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 7

“การให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รายงานต่อสภาทุก 3 เดือน สร้างภาระต่อ ครม. และรัฐสภาจึงเสนอให้ครม.รายงานทุก 1 ปี แต่การติดตามการปฏิรูปประเทศของรัฐสภา โดยผ่าน กมธ.รัฐสภาอย่างต่อเนื่อง”

นายไพบูลย์กล่าวว่า เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้จริง และเกิดประโยชน์กับประชาชน แก้ไขข้อขัดแย้ง แต่ไม่ต้องทำประชามติ ซึ่งจะเสียงบประมาณหลายพันล้านและใช้เวลานาน รวมถึงอาจจะมีอุปสรรคเกิดขึ้นหลายประการ ดังนั้นในฐานะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 110 คน ขอเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเห็นชอบวาระที่ 1 เพื่อนำไปสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 ต่อไป ขอยืนยันว่ามาตรา 144 และมาตรา 185 ที่เพื่อน ส.ว. ห่วงใย ผมยืนยันว่าจะแก้ไขกลับมาในหลักการเดิม

“พรรคพลังประชารัฐหวังให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา หากผ่อนคลายความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญลงได้แล้ว ก็จะทำให้สมาชิกรัฐสภา ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ร่วมกันดูแลทุกข์สุขของประชาชน แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเป็นงานหลักของสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย” นายไพบูลย์ทิ้งท้าย