Skip to content

ศักดิ์สยามเปิดศึกมหาดไทย ส่งเอกสารคัดค้านต่อสัมปทานสายสีเขียว

08 ก.พ. 2565 | 14:46น.
ศักดิ์สยามเปิดศึกมหาดไทย ส่งเอกสารคัดค้านต่อสัมปทานสายสีเขียว

“ศักดิ์สยาม” ส่งเอกสารด่วนที่สุดถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เปิดศึกกระทรวงมหาดไทย คัดค้านต่อสัมปทานสายสีเขียว 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ส่งเอกสารด่วนที่สุด เรื่อง ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเรื่อง ขอความเห็นชอบผลการเจรจาและเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ถึง เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สาระสำคัญระบุว่า

กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว ขอยืนยันตามความเห็นเดิมว่า ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของ กทม. เนื่องจากข้อมูลที่ กทม. จัดทำเพิ่มเติมนั้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในข้อเท็จจริงที่ทำให้การวิเคราะห์ของกระทรวงคมนาคมแตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะในประเด็นของการคำนวณอัตราค่าโดยสาร การรองรับระบบตั๋วร่วม และความชัดเจนของประเด็นข้อกฎหมาย

นอกจากนี้ ปัจจุบันการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังคงเป็นหน่วยงานเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสิ่งก่อสร้างและที่ดินตลอดแนวโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ช่วง อันเป็นสาระสำคัญที่ไม่อาจเห็นด้วยต่อแนวทางการดำเนินการตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย นอกเหนือจากประเด็นอื่น ๆ ที่กระทรวงคมนาคมได้เคยนำเสนอและแจ้งยืนยันในครั้งนี้

กระทรวงคมนาคมขอรายงานข้อเท็จจริงว่า กทม. รฟม. สำนักงบประมาณ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ และกระทรวงคมนาคม ได้ประชุมเพื่อหารือสรุปรายละเอียดค่าใช้จ่ายโครงการ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ร่วมกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 แต่ยังมีประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามเงื่อนไขการอนุญาตให้เข้าพื้นที่ กรณีการติดตั้งสะพานเหล็กแยกหทัยราษฎร์และแยกพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งรอคำยืนยันจาก กทม.

เนื่องจากการพิจารณากรอบวงเงินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จะได้ข้อสรุปมีความจำเป็นต้องทราบความชัดเจนของแนวทางการติดตั้งสะพานเหล็กทั้ง 2 แห่ง เพื่อประกอบการจัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายของโครงการ

รัฐมนตรีภูมิใจไทยไม่เข้าประชุม ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอให้ ครม. เห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ออกไปอีก 30 ปี เป็นสิ้นสุด ปี 2602 จากเดิมสิ้นสุดปี 2572 แลกกับการเก็บค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย

รายงานข่าวระบุว่า รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดไม่เข้าร่วมประชุม ครม.ในวันนี้ โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้ลาการประชุม ครม.เช่นกัน ได้ให้เหตุผลว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศโดยอยู่ระหว่างการกักตัว

เป็นที่ทราบกันดีว่าโครงการดังกล่าวรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วย

ครม.เลื่อนลงมติต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงวาระกระทรวงมหาดไทยเสนอขอความเห็นชอบผลการเจรจาและเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า ยังไม่ผ่านที่ประชุม ครม. เนื่องจากกระทรวงคมนาคม เพิ่งตั้งข้อสังเกตลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ และรัฐมนตรีคมนาคมไม่ได้มานั่งในที่ประชุม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยในฐานะเจ้าของเรื่องก็เพิ่งได้เห็นข้อสังเกตวันนี้

ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยต้องไปหาคำตอบ 4 ข้อที่กระทรวงคมนาคมตั้ง เสร็จเมื่อไหร่ค่อยนำมาเข้าประชุม ครม. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ใช้คำว่าโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อสังเกต 4 ข้อของกระทรวงคมนาคม เป็นประเด็นใหม่หรือเก่า นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจเป็นประเด็นใหม่หรือเก่า ซึ่งข้อสังเกต 4 ข้อ คือ

1.ยังไม่ชัดเจนในเรื่องราคา 2.เรื่องการใช้ระบบตั๋วร่วม 3.ข้อกฎหมายบางประการ กระทรวงคมนาคมใช้คำนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร 4.เรื่องสะพาน 2 สะพานที่มีการรื้อ ย้ายไปถนนหทัยราษฎร์ และพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องมาตอบ เพราะเป็นคำถามของกระทรวงคมนาคม ถ้าได้คำตอบมาเร็วก็จะเข้าประชุมเร็ว เพราะวาระ ครม.ไม่ได้ถอนออกไป ถ้าตอบมาได้ภายในอาทิตย์หน้า ก็เข้า ครม.สัปดาห์หน้า

เมื่อถามว่า ถ้ากระทรวงคมนาคม ไม่เห็นชอบ ครม.จะพิจารณาได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็สามารถพิจารณาโหวตได้ หลายเรื่องไม่จำเป็นต้องเห็นชอบทั้งหมด