เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก ‘Galaxy Z Fold8’ จอพับไซส์ใหม่ของ Samsung เริ่มต้น 61,900 บาท
เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
Economic เซ่นพิษเจรจาล้มเหลว ทำน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กบน. เพิ่มอุดหนุนแล้วแต่ยังต้องปรับขึ้นราคา 90 สตางค์
“พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
Politics “พิพัฒน์” ฟังเสียงผู้ค้าตลาดจตุจักร หาทางออกทุกมิติ ให้ “ผู้ค้าอยู่ได้ นักท่องเที่ยวอยากมา”
เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
Business เปิดรายได้เวิร์คพอยท์ 12 ปี จากทีวีดิจิทัลสู่เกมธุรกิจใหม่
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
Economic ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ (23 ก.ค. 69) ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.90 บาท มีผลตี 5
คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
Tech คาด ลงทะเบียน TH AI Passport ใช้เอไอฟรี 5 ล้านสิทธิ์ 31 ก.ค.นี้
กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
Economic กำหนด ‘กติกาใหม่’ เปิดรับทุนต่างชาติ
ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
Economic ครึ่งปีหลังคึก หอการค้าไทยกาง 10 เวทีใหญ่ ดึงการค้า-ลงทุนเข้าประเทศ
‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
Business ‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ ดันสนามบินอุดรฯ ฮับการบินอีสานเชื่อมต่อเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
Economic ไทยเปิดบ้านรับ AI จีน นายกฯ ดันลงทุน ปลดล็อก 7 แสนล้าน ในงาน Thailand–China Expo
ดูทั้งหมด

88 ปี มธ. สมคิด ชี้ประชาธิปไตยแจกกล้วย อำนาจอยู่ในมือไม่กี่ตระกูล

27 มิ.ย. 2565 | 15:31น.
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

88 ปี ธรรมศาสตร์กับสังคมไทย “สมคิด” ปาฐกถา ประชาธิปไตยแบบ แจกกล้วย ไม่อายฟ้าดิน แสวงประโยชน์ทางการเมือง ต้องร่วมกันคิด ให้ประชาธิปไตยเป็นของปวงชนไม่ใช่ของกลุ่มการเมือง ครอบครัว ไม่กี่ตระกูล

วันที่ 27 มิถุนายน 2565 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ได้จัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 88 ปี โดยมีพิธีมอบเข็มเกียรติยศประจำปี 2565 แด่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ โดย นายสมคิด รับมอบจากศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โอกาสนี้ นายสมคิด ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “88 ปี ธรรมศาสตร์กับสังคมไทย”  โดยเริ่มต้นว่า ต้องขอขอบพระคุณทางมหาวิทยาลัยที่ได้มีมติมอบเข็มเกียรติยศประจำปี 2565 ให้กับกระผม ถือเป็นเกียรติยศแห่งชีวิตที่สูงยิ่งและมีความหมายกับผมเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตลอดชีวิตการทำงาน จะไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใด ๆ แต่นี่เป็นสิ่งที่สถาบันศึกษาที่สร้างเราขึ้นมาเป็นผู้มอบให้ มันจึงมีความหมายอย่างยิ่ง

อีกไม่กี่วันข้างหน้า ผมก็จะมีอายุครบ 69 ปีแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตล้วนหมดไปกับหน้าที่การงาน 15 ปีกับชีวิตการเป็นอาจารย์ กว่า 20 ปีบนเส้นทางชีวิตการเมือง และกว่า 10 ปีที่อยู่ในตำแหน่งในรัฐบาล นับเป็นช่วงเวลาทียาวนานพอควรเลยทีเดียว เคยมีคนถามผมเหมือนกันว่าทำไมจึงได้เลือกเดินเส้นทางนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีความสนใจในการเมืองมาก่อนเลย คำตอบก็คือผมไม่ได้ตั้งใจเลือก แต่เสมือนมีบางสิ่งชี้นำและผลักดันให้ชีวิตเดินบนเส้นทางนี้มาโดยตลอด และสิ่งชี้นำนี้มาจากสิ่งอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากประสบการณ์ชีวิต 4 ปีเต็มในรั้วธรรมศาสตร์

ผมเข้าธรรมศาสตร์ ปี 16 จบปี 19 เป็นช่วงเวลาที่ธรรมศาสตร์เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นตัวทางการเมือง ไม่ใช่เพียงแค่นักศึกษา แต่ยังรวมถึงมวลหมู่คณาจารย์ด้วย เกือบทุกวันเมื่อท่านเดินเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ก็จะมีประเด็นข่าวสารบ้านเมืองให้ท่านรับรู้เสมอ บ้างถูกติดให้อ่านบนกำแพง บ้างจากใบปลิวที่มีเพื่อนนักศึกษาหรืออาจารย์บางท่านที่ยืนแจกโดยเฉพาะประตูท่าพระจันทร์

การจัดกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยคึกคักยิ่งทั้งงานอภิปราย งานประชุมสัมมนามีให้เห็นเป็นประจำ ซึ่งเปิดกว้างให้คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนนักศึกษาและภาคประชาชนได้เข้าร่วมอย่างกว้างขวาง ในการวิเคราะห์ วิพากษ์และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองในขณะนั้น

การออกค่ายของนักศึกษาเพื่อไปเรียนรู้สภาพปัญหาที่แท้จริงในชนบทแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักศึกษาในสมัยนั้น บ่อยครั้งที่ท่านจะเห็นกลุ่มชาวนาและกลุ่มผู้ใช้แรงงานเข้ามาพบปะกันในมหาวิทยาลัยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นระบายปัญหาและความยากลำบากของเขาให้นักศึกษาได้รับรู้

บรรยากาศเหล่านั้นในช่วงชีวิต 4 ปีไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ล้วนช่วยให้นักศึกษาในยุคนั้นมีความตระหนักรู้ในความเป็นจริงของบ้านเมือง ตื่นตัว มีความคิดอ่านเกินวัยในมิติของบ้านเมือง มีแรงบันดาลใจและจิตสำนึกร่วมสูงยิ่งที่จะรับใช้สังคม ยิ่งเมื่อพวกเขาได้ร่วมชุมนุมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในช่วง 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 ซึ่งส่วนใหญ่ของนักศึกษาในขณะนั้นได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยจิตบริสุทธิ์ ก็ยิ่งทำให้จิตสำนึกร่วมนั้นมั่นคงยิ่งนัก

เป็นจิตวิญญาณที่ถูกปลูกฝังในจิตใจและมีอิทธิพลโน้มนำความคิด ทัศนคติ แนวทางการดำเนินชีวิต และการประพฤฒิปฏิบัติของชาวธรรมศาสตร์ในยุคนั้นในหลากหลายบทบาทที่แตกต่างกันแต่มีจุดร่วมที่เหมือนกันคือจิตสาธารณะที่คำนึงถึงประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ

มาถึงวันนี้ธรรมศาสตร์ก้าวมาถึงปีที่ 88 แล้ว บางยุคบางสมัย บริบทในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสุกงอมสมบูรณ์และเข้มข้นจนสามารถสร้างบุคลากรที่มีความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจที่ร่วมขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสังคมภายนอก บางยุคบางสมัยเงื่อนไขในบริบทนั้นก็อาจเบาบางลงไปบ้างด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดทางสังคมและการเมืองที่ไม่เอื้ออำนวย นั่นเป็นเรื่องปกติของความเป็นอนิจจัง

มีศิษย์เก่าธรรมศาสตร์บางท่านถึงกับกล่าวอย่างสะท้อนใจว่าจิตวิญญาณธรรมศาสตร์นั้นหายไปไหน คงเหลือแต่คำเล่าขานแล้วกระมัง แต่ผมนั้นไม่เห็นด้วย กลับมั่นใจว่าจิตวิญญาณธรรมศาสตร์นั้นไม่ได้หายไปไหนและพร้อมจะกลับมาลุกโชนใหม่ได้เสมอ

ท่านผู้มีเกียรติครับ จิตวิญญาณธรรมศาสตร์นั้นเป็นผลพวงของบริบทอันเป็นเบ้าหลอมในรั้วมหาวิทยาลัยกับความมุ่งมั่นและจิตสำนึกของคนธรรมศาสตร์ และผมเชื่อว่าบริบทอันเป็นเบ้าหลอมนั้นไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง แต่สามารถปรับปรุงให้มีองค์ประกอบใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับกาลสมัยและความต้องการของคนในแต่ละรุ่น

และเมื่อใดก็ตามที่มหาวิทยาลัยสามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษากลับมาตื่นตัว สนใจในประเด็นสาธารณะ ที่พวกเขาเห็นว่าสำคัญยิ่งสำหรับอนาคตของพวกเขา และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออก ซึ่งความคิดของเขาโดยที่สังคมพร้อมรับฟังและ respect ในความคิดของพวกเขา ว่าพวกเขาคิดอย่างไรที่จะแก้ปัญหาและจะสร้างอนาคตบ้านเมืองของพวกเขาอย่างไร ความกระตือรือร้น แรงบันดาลใจ และจิตวิญญาณที่จะสร้างประโยชน์ให้สาธารณะจะกลับมาลุกโชน

ท่านผู้มีเกียรติครับ บริบทบ้านเมืองในอดีต หล่อหลอมให้จิตวิญญาณธรรมศาสตร์เน้นหนักในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นเสรี และการต่อสู้นั้นก็กลายเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อมารุ่นต่อรุ่น

แต่หากเรามองไปข้างหน้า กับปัญหาใหม่ ๆ ที่บ้านเมืองกำลังเผชิญ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยแม้จะเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น แต่คงไม่ใช่เงื่อนไขที่เพียงพอเสียแล้วกับการที่จะช่วยให้ลูกหลานของเราได้มาซึ่งอนาคตที่ดีกว่า

เพราะแม้แต่ประชาธิปไตยที่ชาวธรรมศาสตร์พยายามต่อสู้มาตลอด 88 ปี ผมว่าชาวธรรมศาสตร์คงจินตนาการไปไม่ถึงและคงไม่ต้องการเห็นประชาธิปไตย ใน version แจกกล้วยเป็นหวีอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไม่อายฟ้าดินอย่างที่เป็นข่าว และถูกใช้เพียงเพื่อเป็นเกราะในการแสวงประโยชน์ทางการเมืองและชาวธรรมศาสตร์คงไม่ต้องการให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่เพียงเอื้ออำนวยให้คนเพียง 1% แต่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ของประเทศมากกว่า 60%

ในขณะที่คนไทย 99% เป็นเจ้าของสินทรัพย์เพียงสามสิบกว่าเปอร์เซ็นเท่านั้น หรือประชาธิปไตยที่ถูกออกแบบให้สร้างความไม่เท่าเทียมทางการเมืองซึ่งวันหนึ่งอาจนำไปสู่วิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ได้ หรือเราจะพอใจกับประชาธิปไตยแบบนี้

แต่เด็กรุ่นใหม่นั้น เขารับไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีไฟแต่เขาไม่สนใจหรอกที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่เขาคิดว่าไม่ใช่ เขาจะหันหลังให้เสียด้วยซ้ำ แต่พวกเขาจะกลับมามีความกระตือรือร้นหากเป็นการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่เขาต้องการ ผมเคยถามคนรุ่นใหม่ เขาเรียกประชาธิปไตยที่เขาเห็นตั้งแต่เล็กจนโตว่า 4 second democracy แค่ 4 นาทีที่คุณหย่อนบัตร หลังจากนั้นก็หมดไป แต่เขาต้องการสู้ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า deliberative democracy ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองมากขึ้น

ได้ร่วมถกแถลงในประเด็นปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบหาข้อสรุปเพื่อโน้มน้าวกลุ่มผู้เห็นต่าง นั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้พวกเขาจะมีแรงบันดาลใจในการต่อสู้และเข้าร่วมอย่างแข็งขัน เราต้องร่วมกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ไปถึงจุดนั้นจุดที่ประชาธิปไตยเป็นของปวงชนไม่ใช่ของกลุ่มการเมืองไม่กี่กลุ่ม หรือครอบครัวไม่กี่ตระกูล

แต่ที่สำคัญที่ผมต้องการจะบอก ก็คือประชาธิปไตยก็ไม่ใช่มิติเดียวที่เราอยากให้คนรุ่นใหม่ ๆ เข้าไปต่อสู้หรือมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน แต่ยังมีอีกหลายมิติที่พวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญอันยิ่งใหญ่ในการสร้างกระแสคลื่นแห่งการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขและสร้างอนาคตที่ดีกว่าเพื่อพวกเขาเอง

อาทิ ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่นับวันจะมีผลกระทบต่อชีวิตของลูกหลานไทยอย่างรุนแรงและพวกเขาต้องเผชิญกับมันในอนาคต

หรือในทางเศรษฐกิจ ในยามที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีปัญหาและจะรุนแรงขึ้น ทั้งภาวะชะงักชะงันและการทะยานของระดับราคา

โครงสร้างเศรษฐกิจบ้านเราที่อิงหนักมากกับปัจจัยภายนอกไม่ว่าส่งออก ท่องเที่ยวหรือการลงทุนจากต่างประเทศย่อมจะถูกกระทบแน่นอนและจะส่งผลถึงการเติบโตและการสร้างรายได้ของคนในประเทศหากเรายังไม่เร่งดำเนินรอยตามคำสอนของในหลวงท่านที่ให้ระเบิดจากภายใน นั่นคือสร้างความเข้มแข็งกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ให้เกิดการขยายตัว สร้างงานสร้างรายได้ควบคู่การอาศัยแรงหนุนจากภายนอก การเปลี่ยนแปลงโหมดแห่งการพัฒนาต้องการพลังที่ยิ่งใหญ่เข้าไปช่วยขับเคลื่อนในภาคชนบทและขับเคลื่อนให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการ

ดัชนีความสามารถแข่งขันของประเทศที่ลดลงแบบฮวบฮาบอย่างไม่เคยปรากฏที่ความสามารถด้านเศรษฐกิจจะลดลงทีเดียว 13 จุด ประสิทธิภาพรัฐบาลลดฮวบปีเดียวถึง 11 จุด ขณะที่ประสิทธิภาพภาคเอกชนลดลงถึง 9 จุดสะท้อนความเป็นจริงว่าเราอ่อนแอลงแค่ไหนในเวลาอันสั้น ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปไม่มีใครสนใจทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้จะส่งผลต่อการลงทุนจากต่างประเทศแน่นอนในระยะเวลาอันใกล้ แต่ที่หนักที่สุดก็คือปัญหาความไม่เท่าเทียมเหมือนระเบิดที่รอเวลาเท่านั้น

จากสถานภาพที่ยากลำบากในการดำรงชีพและหนี้สินที่เพิ่มทวีของประชาชนหลังการแพร่ระบาดของโควิด
ประชาชนในระดับลนชั้นกลางและในระดับฐานรากของประเทศตกอยู่ในภาวะที่ไม่มั่นคงและสุ่มเสี่ยงต่อสถานะการดำรงชีพในอนาคต โดยที่ไม่มีหลักประกัน เกษตรกรและเกษตรกรรมของประเทศ กำลังเผชิญกับความผันผวนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ของสภาวะอากาศและภัยธรรมชาติที่หนักขึ้นทุกปี อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน

แรงงานทั้งระบบกำลังเผชิญความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงคือการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ ในขณะที่การเตรียมการเพื่อการเปลี่ยนผ่านยังไม่ได้รับการดูแลที่เพียงพอ ปัญหาเหล่านี้ทุกคนทราบ แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองที่เพียงพอทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเริ่มเผชิญกับมันแล้ว นี่ยังไม่นับความไม่เท่าเทียมด้านสังคมอื่น ๆ ทั้ง การศึกษา สาธารณสุข การเข้าถึงเทคโนโลยีในยุคดิจิตอลรวมไปถึงความไม่เท่าเทียมทางเพศและผู้ด้อยโอกาสที่รอรับการดูแลแก้ไข

ภารกิจและบทบาทหน้าที่จะแก้ไขนั้นเป็นของใคร ผมคิดว่าปัญหาใหญ่ขนาดนี้ สั่งสมนานขนาดนี้ รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยแบบ 4 วินาทีที่เห็นนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก เพราะข้อจำกัดมันมาก แล้วถ้าทำไม่ได้ ประชาชนนั่นแหละคือผู้รับเคราะห์ ในเมื่อบริบทยังมีปัญหาอยู่ เราจะมัวรอภาครัฐอยู่คงไม่ได้ จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันแก้ไข และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันศึกษา ที่จากนี้ไปจะไม่สามารถอยู่อย่างแยกส่วนกับปัญหาบ้านเมืองได้อีกแล้ว สถาบันศึกษาเป็นบ่อเกิดของความรู้และปัญญา ทรัพยากรจึงต้องจัดสรรและขับเคลื่อนให้ได้ปัญญาที่แท้จริงที่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ การแสวงหาความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับโลก เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าขาดความสนใจสร้างปัญญาและใช้ปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นจริงในบ้านเรา ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน ยิ่งกว่านั้น สถาบันศึกษายังเป็นแหล่งผลิตบุคลากรในหลากหลายสาขา สถาบันศึกษาต้องไม่ใช่เพียงการรับเด็กนักศึกษาและสอนเด็กให้จบออกไปใน 4 ปีเพื่อประกอบอาชีพทำมาหากินเท่านั้นเท่านั้น

แต่จะต้องตระเตรียมสร้างบุคลากรในสาขาที่บ้านเมืองต้องการเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ ที่สำคัญที่สุด ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับการปลูกฝังจิตสำนึกและแรงบันดาลใจที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมขับเคลื่อนแก้ไขและกอบกู้ในหลากหลายมิติ

สถาบันศึกษาสามารถกระตุ้นส่งเสริมและปลูกฝังให้นักศึกษาเป็นผู้นำในบทบาทแห่งการขับเคลื่อนได้เลยตั้งแต่พวกยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง และต้องให้จิตวิญญาณนี้แพร่ขยายออกไปให้สังคม สร้างความตื่นตัวและร่วมมือในวงกว้างคู่ขนานไปกับบทบาทภาครัฐที่มีหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว นี่คือบทบาทของธรรมศาสตร์และจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ที่จะต้องก้าวนำการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงปฏิรูปบ้านเมืองในยุคข้างหน้า เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้คนไทย

ในตอนจบของการกล่าวปาฐกถา นายสมคิด กล่าวว่า “ขอบคุณอีกครั้งนะครับกับเกียรติยศที่ให้กับผมในวันนี้ครับ”