ประยุทธ์ ขอบคุณข้อมูลตั๋วช้างภาค 2 – ไม่รู้จักแอปสอดแนม เพกาซัส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แฟ้มภาพ : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ประยุทธ์สวนหมัดอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้าน ยันไม่รู้จักเพกาซัส งบฯซื้ออาวุธให้เท่าไหร่ ใช้เท่านั้น ขอบคุณข้อมูลทุจริตใน สตช. ยันให้สิทธิเกิน 100% กฎหมายหลายตัวไม่ได้ใช้ อัดกลับ พรรคการเมืองบางพรรคต้องการทำลายล้างระบบ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วันที่ 4 ซึ่งที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบชี้แจงอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นต่าง ๆ ว่า ตนนั่งฟังมาตั้งแต่เช้า มีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องในกรอบอำนาจหน้าที่นายกฯ และ รมว.กลาโหม โดยสรุปในเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์นั้น ได้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ทั้งในวาระงบประมาณ วาระกรรมาธิการ ที่เหล่าทัพต่าง ๆ ได้ชี้แจง

สรุปได้ว่า ถ้าท่านให้งบเท่าไหร่ ผมก็ทำเท่านั้นแหละครับ ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ผ่าน ถ้าผ่านก็ทำได้ จะได้เป็นหลักเกณฑ์เสียที สิ่งที่เขาชี้แจงมามีเหตุมีผลในตัวของเขาเอง ในแง่ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ อันไหนจำเป็น อันไหนไม่จำเป็น อันไหนเร่งด่วน อันไหนไม่เร่งด่วน ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็นอำนาจของท่าน

ขอบคุณข้อมูล ทุจริตกองบินตำรวจ

พล.อ.ประยุทธ์ตอบอภิปรายเรื่องการทุจริตในกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า (สตช.)  ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ถูกต้องใน สตช. ก็มีหลายเรื่องด้วยกัน ตนได้รับรายงานมา มีข้อมูลในส่วนที่ตนทราบอยู่แล้วบางประการ อะไรที่เป็นประโยชน์ก็เข้าสู่กระบวนการต่อไปก็ขอบคุณ

ส่วนเรื่องการใช้อำนาจดำเนินคดีผู้ชุมนุมนั้น ถามว่าที่ผิดกฎหมาย ผิดกฎหมายปกติหรือเปล่า เป็นกฎหมายที่เขียนมาใหม่หรือเปล่า ตนให้นโยบายมาอย่างต่อเนื่องโดยให้ความระมัดระวังอย่างที่สุดในการบังคับใช้กฎหมาย อะไรแจ้งเตือนได้ก็แจ้งเตือน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนต่าง ๆ ซึ่งอาจได้รับคำชี้แจงที่ทำให้เข้าใจผิดเพี้ยนไป ก็มีการไปคุยถึงผู้ปกครอง เพื่อไม่ต้องการให้มาอยู่ท่ามกลางอันตราย และจะไม่ต้องถูกดำเนินคดี

เรื่องการดำเนินคดี ก็เป็นเรื่องของศาลสถิตยุติธรรม เรื่องเยาวชนก็ไปที่ศาลเยาวชน ตนไม่เคยไปใช้อำนาจก้าวล่วงอำนาจศาลใด ๆ ทั้งสิ้น กรุณาระวังด้วยจะละเมิดอำนาจศาล

“ที่บอกว่าผมละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมก็พยายามให้อย่างเต็มที่แล้ว ผมคิดว่าผมเกิน 100% ไปแล้วนะตอนนี้ กฎหมายหลายตัวก็มีอยู่ พยายามผ่อนหนัก ผ่อนเบา ผ่อนสั้น ผ่อนยาวโดยตลอด แต่ผมไม่เข้าใจว่าความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นรัฐบาลในช่วงนี้ และมีพรรคการเมืองบางพรรคที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ เป็นเรื่องที่เป็นอันตรายที่สุด ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศก็คงมองออก ไม่ว่าการไปพูดจาในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อทำลายล้างระบบของเราทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งหมด ผมคิดว่าคนไทยไม่ยอมหรอกนะครับ ดังนั้น ถ้าจะโทษเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นผู้ทำโน่น ทำนี่ ไม่ได้ เพราะท่านเป็นคนเริ่มทำเอง กฎหมายทุกฉบับผมไม่ได้กำหนดขึ้นมาใหม่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

Advertisement

ไม่ยุ่งกิจการเพื่อนบ้าน

นายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องป้องกันประเทศในการดูแลชายแดน ในการดูแลน่านฟ้าต่าง ๆ ตนพูดไปหลายครั้งแล้ว ท่านก็พยายามฟื้นขึ้นมาอีกให้ได้ ยอมรับว่าตนจะทำให้ดีที่สุด แต่จะให้ถูกใจท่านทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะตนไม่ได้ทำงานคนเดียว ทำงานด้วยระบบ ทำงานด้วยความร่วมมือสานสัมพันธ์กับต่างประเทศ ไม่ว่าเขาเป็นอะไรก็ตาม แต่เขาเป็นเพื่อนบ้านของเรา เรื่องกิจการภายในเป็นเรื่องของเขา เรื่องการต่อสู้ก็เป็นเรื่องของเขาอีก เราคงไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับสถานการณ์ในประเทศของเราเช่นกัน ดังนั้น ขอให้ระมัดระวังด้วยในการพูดจาต่าง ๆ

และสิ่งที่เป็นภาพปรากฏออกมานั้นมีทั้งจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง และทุกอย่างได้สอบถามไปแล้วว่าได้มีการดูแลหรือไม่ ซึ่งมีการดูแลจากหน่วยงานที่พื้นที่ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย

การที่บอกว่าทำไมเราไม่ยอมเรื่องสิทธิมนุษยชน รับคนที่เดือดร้อนจากต่างประเทศเข้ามา เราเคยพาเข้ามาแล้วหลายแสนคน วันนี้ก็ยังเหลือเกือบแสนคน ดังนั้น เราใช้วิธีการหาพื้นที่ปลอดภัยให้เขา ให้ยา รักษา โดยไม่เลือกปฏิบัติและเขาก็กลับไปเมื่อสถานการณ์สิ้นสุดลง

ต้องเข้าใจว่า ชายแดนเรามีชายแดนที่ติดกัน และไม่มีอะไรที่ชัดเจนนอกจากแนวยึดถือเอาไว้ตามธรรมชาติ และห่างกันระหว่างเรากับชนกลุ่มต่อต้านไม่เกิน 500 เมตร เขาก็หันหลังมาให้เรา อีกพวกก็หันหน้ามาใส่เรา โอกาสที่เกิดขึ้นมีมากมายพอสมควร ซึ่งเราก็เตือนไปหลายครั้ง ทั้งเรื่องอาวุธควันเตือนเมื่อมีกระสุนมาตกในฝั่งเรา ก็ได้รับการปฏิบัติ ถ้าหากว่ายังฝ่าฝืนอยู่ก็ใช้อาวุธจริงออกไป ดังนั้น ระมัดระวังอย่างที่สุด กิจการของเขาก็เป็นเรื่องของเขา เพราะเป็นเรื่องภายในของเขา

รูปตัดต่อ – ผู้นำประเทศอื่นไม่สนใจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่นำรูปของตน ไปเปรียบเทียบว่าเวลาตนไปต่างประเทศแล้วไม่ได้รับการตอบรับ ภาพที่เห็นประกอบกันทั้งสิ้น ภาพที่ตนไม่ได้รับการพูดจา ทักทาย จับตนมายืนท่ามกลางคนที่กำลังคุยกัน แล้วเอาตนมายืนเฉย ๆ แล้วหาว่าคนไม่คุยกับตน ตนว่าไม่ใช่

“อันนี้ไม่ต้องมาเถียงผม ไปขอข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศได้ ผมไม่อยากเอาภาพมาโฆษณาตัวเอง ถ้าท่านไม่เคยไป ไม่เคยเป็น ไม่เคยอยู่ อย่ามาว่าผม เอาไว้ท่านเป็นเสียก่อน แล้วค่อยทำให้ดีที่สุดแล้วกัน ผมไม่ได้ว่าผมทำดีที่สุดอยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ส่วนเรื่องการพาดพิงบุคคลภายนอก ก็เห็น ส.ส.พยายามทักท้วงหลายครั้งแล้ว ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเสียหาย อาจจะจริงบ้างไม่จริงบ้าง จริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบเป็นเรื่องที่ท่านต้องรับผิดชอบ ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ตนไม่ใช่คนไปสั่งเจ้าหน้าที่ให้ไปจับคนนี้ จับคนโน้น ถ้าไม่มีเหตุการณ์ ไม่มีหลักฐาน เขาไม่อยากทำด้วยซ้ำไป การฟ้องศาลแต่ละทีเขียนสำนวนกันเท่าไหร่ ต้องทำอย่างไรให้ถูกต้องกระบวนกยุติธรรมรับได้ ตนไปบิดเบี้ยวไม่ได้ เพราะพฤติกรรมปรากฏอยู่

ก็ขอร้องไม่ว่าอยู่หรือไม่อยู่เบื้องหลังก็ตาม อยากจะเตือนไว้เท่านั้นเอง ไม่ได้จ้องใครทั้งสิ้น ท่านทำอะไร ท่านต้องรับผิดชอบสิ่งที่ท่านทำ

ไม่รู้จักเพกาซัส – ไม่จำเป็นต้องสอดแนม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง “แอปพลิเคชั่นเพกาซัส ผมไม่รู้จัก ท่านก็ว่าผมไม่ฉลาดอยู่แล้วนี่ และผมไม่มีค่า  ไม่มีความจำเป็นต้องเสียงบประมาณเพื่อมาตามเรื่องแบบนี้หรอก เปิดในโซเชียลก็เห็นอยู่แล้วใครเป็นคนทำ มาจากไหน ใช้งบฯเท่าไหร่ มีคณะทำงานอยู่ที่ไหนบ้าง ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย ผมเห็นไม่ใช่เรื่อง เป็นเรื่องของประชาชนต้องเรียนรู้เอง ถ้าเรียนรู้กับโซเชียลกันแบบนี้ ประเทศชาติก็เป็นแบบนี้ จริงบ้าง เท็จบ้าง”

“ผมไม่ให้ค่ากับคนเหล่านี้อยู่แล้ว คนที่อยู่เบื้องหลัง คนที่ไม่รู้เรื่องผมเห็นใจ เพราะเขาไม่เข้าใจ แต่คนต้นเรื่องมีกระบวนการอยู่ ก็เป็นเรื่องของกฎหมายก็ว่ากันไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

เหน็บเงินเดือนเป็นแสน ไม่ใช้หนี้ กยส.

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงเรื่องหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตนไม่ได้ไปทำร้าย ทำลายระบบ กยศ.  วันนี้ก็เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับคนที่ออกนอกระบบการศึกษา ให้กระทรวงศึกษานำกลับเข้ามา สมัยก่อนก็ไม่เห็นทำอะไรในสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว วันนี้มาถึงตนก็มาจับตาว่าตนทำได้มากน้อยเพียงใด

เรื่อง กยศ. ท่านทำไมต้องสอนให้คนไม่รับผิดชอบ ที่ผมทำคือทำให้คนต้องรับผิดชอบ เมื่อกู้เงินไปต้องรับผิดชอบ แต่ทำอย่างไรไม่ให้เป็นภาระส่งดอก แต่ท่านบอกเอาเงินทั้งก้อนไปแจกให้หมด ถามว่าเอาเงินมาจากที่ไหน หลายคนไม่อยากเอ่ยชื่อยังไม่จ่าย กยศ. มีเงินเดือนเป็นแสน ตนก็ไม่เข้าใจ

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับคนรายได้น้อย คนที่ยังไม่เข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งที่ดี จะเรียนอะไรก็ดีทั้งนั้น แต่สาขาที่เขาต้องการคืออะไรบ้าง ก็ฝากไปช่วยแนะนำ ควรเรียนในสาขาอะไรที่ประเทศต้องการ ผู้ประกอบการต้องการ ถ้าจบมาในสาขาเขาไม่ต้องการ เขาก็ไม่รับ ก็ไม่มีงานทำ เป็นภาระของประเทศ ต้องดูแลกันต่อไปอีก และเคยบอกไปแล้วว่าการเรียนปริญญามีปัญหา ใช้งบประมาณสูง รายได้ไม่เพียงพอ

เพราะวันนี้ โลกต้องการแรงงานอาชีวะ แล้วไปเรียนปริญญาต่อทีหลัง มีธนาคารปริญญา เก็บหน่วยกิตเอาไว้แล้วไปเรียนต่อเมื่อไหร่ก็ได้ แต่วันนี้ต้องร่วมมือกันอยู่รอดไปด้วยกัน ตนทำให้มันอยู่รอด แล้วมันจะดีขึ้นเอง ในกรอบที่เราสามารถทำได้ คนเราต้องเคารพกติกา

“สิทธิมนุษยชน ผมก็มีของผมเอง ท่านก็มีของท่าน ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันหมด อาจต้องรับผิดชอบมากหน่อย ดังนั้น ผมก็ไปอ้างสิทธิมากกว่าคนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะผมมีสิทธิเท่าท่านทุกคน แต่อย่าละเมิดซึ่งกันและกัน ถ้าอันไหนทำให้เกิดความเสียหายกับผม ผมต้องจำเป็นรักษาสิทธิส่วนบุคคลเหมือนกัน ไม่ได้ขู่ เป็นเรื่องของกฎหมาย แต่ท่านไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะท่านก็ใช้คำพูดที่รุนแรงพอสมควรในสภานี้ ผมก็พยายามอดทนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว