นายกฯ เผย ปชช.พอใจ ‘ไทยช่วยไทยพลัส 60/40’ หลังเดินตลาดเช็กกระแสการใช้จ่าย ย้ำไม่ทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังมีดราม่า – รับไปปรับปรุงโครงการหน้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่เดินตลาดศรีย่าน เพื่อสำรวจการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ว่า ได้ไปรับประทานอาหารร้านประจำ จึงเห็นประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีความคึกคักมากพอสมควร และได้สอบถามทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความพึงพอใจ
เมื่อถามว่า จากการดูกระแสแล้วจะเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เราเน้นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อไปลงพื้นที่จริงก็เห็นว่าประชาชนไม่ได้แค่ซื้อก๋วยเตี๋ยวหรือข้าว แต่ร้านของชำและร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ มีประชาชนต่อคิวใช้สิทธิจำนวนมาก จากการสอบถามก็พบว่าทุกคนพึงพอใจ ที่ได้ของในปริมาณเท่าเดิมแต่จ่ายน้อยลง
เมื่อถามว่า มีข้อเสนออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขออย่าให้หยุด ซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วว่าหากโครงการได้รับการตอบรับที่ดี เกิดการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ต้องหาโครงการที่จะเข้ามาพลัสไปเรื่อย ๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่รูปแบบเดิม แต่รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการหาโครงการดี ๆ มาให้พี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนกรณีมีผู้กดรับสิทธิไทยช่วยไทยพลัสแต่ไม่ได้ใช้สิทธิจะทำให้คนอื่นเสียสิทธิหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เปิดเอาไว้ 30 ล้านสิทธิ มีลงทะเบียนประมาณ 27 ล้านสิทธิ ยังเหลือประมาณ 3 ล้านสิทธิ ถือว่ายังไม่มีใครเสียสิทธิ ส่วนที่เหลือถือว่าเรากู้มาใช้น้อยลง จำนวนเงินกู้ก็น้อยลงเราก็เอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นถ้าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ พ.ร.ก.เงินกู้
เมื่อถามถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการปรับหลักเกณฑ์ ถ้าบุตรใช้สิทธิพ่อแม่ในการลดหย่อนภาษี แล้วพ่อแม่จะไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเข้มงวดเกินไป จะมีการทบทวนใหม่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ปัญหาต่าง ๆ ก็ต้องมีบ้าง เรื่องของโครงการเหล่านี้เราทำประโยชน์ให้กับประชาชนถึง 30 ล้านคน ก็จะมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ ก็ไปรวบรวมการสำรวจความพึงพอใจ
ตรงไหนดูแล้วไม่เป็นที่พึงพอใจของประชาชน อันเกิดมาจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเข็มขัดสั้น (คาดไม่ถึง) เราก็จะไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเราไม่ได้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครั้งเดียว เราจะมีอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อถามย้ำว่า ครั้งนี้ต้องยึดหลักเกณฑ์นี้ไปก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ดำเนินการไปแล้ว ไปลงทะเบียนเพิ่มก็ไม่ได้แล้ว
“วันนี้ไปเดินตลาด บางคนก็ไม่ได้เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส บางคนก็บอกว่าที่ไม่ได้เข้าเพราะขายดีอยู่แล้ว เสียเวลาที่ต้องมาสแกน เสียเวลาต้องมาตรวจสอบยอด เขาก็เลือกเส้นทางของเขา หลายคนก็เข้าไม่ถึงระบบ ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไร เราก็ต้องดูว่านี่คือการอ่อนการประชาสัมพันธ์ของฝั่งรัฐหรือไม่ ถ้าเป็นการอ่อนประชาสัมพันธ์ของรัฐเราก็ต้องหาแนวทาง เพื่อให้เขากลับมาในระบบของเราในโครงการถัดไปของเรา นี่คือนโยบายที่ผมจะพูดกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ แต่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร”
เมื่อถามว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในอนาคตเมื่อรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เท่าที่ลงพื้นที่พบเจอประชาชนทั้งที่ใช้หรือไม่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และใช้โครงการไทยช่วยไทยพลัสก็ไม่มีใครบ่น ก็มีความพอใจ
เมื่อถามว่า จะทำให้คนที่เข้าไม่ถึงสิทธิต้องหลุดเพราะหลักเกณฑ์เข้มงวดเกินไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบตรงนี้ แต่พร้อมแก้ไข พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพ ให้สิทธิ์เหล่านี้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
เมื่อถามว่า จากที่มีการวางหลักเกณฑ์ใหม่ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน และจากการลงทะเบียนใหม่ได้ประเมินหรือไม่ว่ายอดจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง นายอนุทินกล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด ตนให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย เพราะคนที่นำข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบการตัดสินใจก็คือกระทรวงการคลัง
กร