ดรีมทีม “เสนา” 2566 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกช่วงชีวิต

เสนาทีม

เป็นอีก 1 ค่ายอสังหาริมทรัพย์มหาชนที่ไม่ยอมตกขบวนปี 2566 ปีที่ว่ากันว่าอสังหาฯพลิกฟื้นที่แท้ทรู

เรากำลังพูดถึงกลุ่มเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ผู้บริหารกำลังเจิดจ้าบนเวทีธุรกิจอสังหาฯ และการเมืองท้องถิ่น ในฐานะประธานที่ปรึกษา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่ 17 (ชัชชาติ สิทธิพันธุ์)

All Time High 5.5 หมื่นล้าน

เบิกฤกษ์ต้นมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา “ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีชุดใหญ่ไฟกะพริบ ประกาศมูฟเมนต์แผนลงทุนปี 2566 มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 55,000 ล้านบาท

แม้บริษัทไม่ได้บอกว่าเป็น all time high แต่ตัวเลขสถิติแบบนี้ ฟันธงได้เลยว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของเสนา ดีเวลลอปเม้นท์ก็แล้วกัน

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนรวม 55,000 ล้านบาท เก็บตัวเลขมาจาก 3 ก้อนหลัก ประกอบด้วย

Advertisment

ก้อนที่ 1 “new launch” เสนาฯวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 26 โครงการ รวมมูลค่า 24,024 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 9 โครงการ มูลค่ารวม 7,471 ล้านบาท, คอนโดมิเนียม 17 โครงการ มูลค่ารวม 16,553 ล้านบาท

ในจำนวน 26 โครงการ แบ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับยักษ์ธุรกิจจากญี่ปุ่น “ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ คอร์ป” จำนวน 22 โครงการ มูลค่ารวม 21,210 ล้านบาท ตอกย้ำพันธมิตรธุรกิจที่แข็งแกร่งที่ลงเรือธุรกิจลำเดียวกันไม่ต่ำกว่า 8 ปีมาแล้ว มีสถิติโครงการร่วมทุน 45 โครงการ มูลค่า 69,554 ล้านบาท

แผนธุรกิจปี 2566 เสนาฯตั้งเป้าสร้างนิวเรกคอร์ดครั้งใหม่ของบริษัท ด้วยเป้ายอดขาย 18,242 ล้านบาท กับเป้าโอน (รับรู้รายได้) รวม 16,539 ล้านบาท

ก้อนที่ 2 “สินค้าอยู่ระหว่างพัฒนาและขาย” คิดเป็นมูลค่า 22,294 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นยอดรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) ที่แข็งแกร่งในอนาคต

Advertisment

และก้อนที่ 3 “การลงทุนธุรกิจใหม่” มูลค่า 9,084 ล้านบาท รองรับ megatrend ที่พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนานวัตกรรมด้านสินค้าและการบริการ สานต่อจุดยืนขององค์กรที่เป็นมากกว่าคนพัฒนาอสังหาฯ ด้วยการเป็น “The essential lifelong trusted partner” เพื่อสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงชีวิต

ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์
ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ชูบ้านพลังงานเป็นศูนย์-ZEH

ทั้งนี้ มุมมองต่อเทรนด์การทำธุรกิจปี 2566 สิ่งที่คนทั่วโลกต้องเผชิญในภาพใหญ่ มีทั้งเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย ไม่ว่าจะเป็นภาวะเงินเฟ้อ ราคาสินค้าแพงแต่รายได้เท่าเดิม ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น สถานการณ์โลกที่แปรปรวน ปัญหาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นความท้าทายหรือ social challenge ของภาคธุรกิจ ทั้งการบริหารสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและที่พักอาศัย ด้านสาธารณสุข รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม

ทำให้ทุกภาคธุรกิจให้ความสำคัญและผลักดันเป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจบนแนวคิดสร้างความยั่งยืน (sustainability) ให้กับสังคม

สำหรับเสนาฯ ธุรกิจเสาหลักยังคงเป็นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ได้แก่ “บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม”, ธุรกิจเช่า ได้แก่ “อพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน สนามกอล์ฟ ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ธุรกิจบริหารงานนิติบุคคล ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่พักอาศัย” เป็นต้น

เรื่องใหม่ปี 2566 เสนาฯมีการยกระดับการพัฒนาโครงการบ้านติดโซลาร์สู่การพัฒนา “บ้านพลังงานเป็นศูนย์” (ZEH-Zero Energy Housing) มีตัวชี้วัดคือลดการใช้พลังงานได้ไม่ต่ำกว่า 20% ในบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมในเครือ

ควบคู่ขยายธุรกิจใหม่ ผ่านแกนวิชั่นโครงสร้างองค์กรที่เป็นมากกว่า property developer สู่ “The essential lifelong trusted partner” เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี บนแกน “SENA Multiplied”

ลงทุนดักอนาคต 9 พันล้าน

ถอดรหัสการขยายโอกาสสู่ธุรกิจใหม่ วงเงินลงทุน 9,084 ล้านบาท ประกอบด้วย แกนหลักในการต่อยอดอสังหาฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตลูกบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม มี 5 เรื่องที่ต้องทำ คือ

1.จับมือกับ “NEC-บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด” ที่ปรึกษาเทคโนโลยีด้านไอที พัฒนาแพลตฟอร์ม “SMARTIFY” Smart Living Community เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าและลูกบ้าน

2.ธุรกิจบริการทางการเงิน “เงินสดใจดี” เพิ่มความสามารถในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า ให้คำปรึกษาและให้ความรู้ทางด้านการเงิน

3.ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อบริการขายและให้เช่า 4.ธุรกิจบริหารนิติบุคคลที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินแบบครบวงจร (property management) และ 5.ธุรกิจบ้านมือสอง “SENA Sure” โดยร่วมกับ “BAM-บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)” และ “SAM-บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.)” คัดเลือกทรัพย์และนำมาปรับปรุงให้มีคุณภาพ ทางเลือกหนึ่งให้คนที่ต้องการที่อยู่อาศัย

ปลูกป่าก็มา-ตั้งเป้า 1 แสนไร่

อีกแกนหลักที่เสนาฯลงทุนขยายธุรกิจใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้สะดวกสบาย (convenience) ให้กับทุกคน โดยพุ่งเป้าไปธุรกิจที่ตอบรับเมกะเทรนด์รอบด้าน ทั้งความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจที่เป็นมิตรต่อโลก สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี โดยมี 7 เรื่องที่ต้องทำ คือ

1.ขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยไปสู่โครงการ premium segment 2.บริหารจัดการด้าน hospitality เต็มรูปแบบ “hotel & service apartment management” ผ่านการจัดการด้วยมืออาชีพเฉพาะด้าน 3.ธุรกิจสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะฟื้นตัวหรือเนิร์สซิ่งโฮม ภายใต้ “SJ Health Care” รองรับการเติบโตของสังคมสูงอายุพัฒนา, การพัฒนาเวลเนส และไพรมารี่แคร์ สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการและความกังวลด้านดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ

4.ธุรกิจแวร์เฮาส์ให้เช่าแบบครบวงจร “metrobox” คลังสินค้ามาตรฐานสากลเพื่อผู้ประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ เตรียมเปิด 2 ทำเลที่บางนา บางพลี สมุทรปราการ กับพหลโยธิน วังน้อย พระนครศรีอยุธยา

5.จับมือ “Shizen-บริษัท ชิเซ็น อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด” ลงทุนและศึกษาการขยายตลาดด้านพลังงานหมุนเวียนร่วมกันในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมองหาพันธมิตรในการติดตั้ง “โซลาร์แนวตั้ง” สำหรับอาคารสูงในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้มากที่สุด

6.เดินหน้าขยายพื้นที่ให้บริการชาร์จรถไฟฟ้า หรือ EV Charging Station ใช้พลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์ เพื่อให้สอดคล้องไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (smart city) ปัจจุบันติดตั้งในหมู่บ้านของเสนาฯ อัพเดตล่าสุด อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้า EV เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับลูกบ้านในโครงการและลูกค้าทั่วไปในอนาคต

7.แตกบริษัทลูก “SENA Reforestation” เพื่อปลูกป่ารักษาโลก ตั้งเป้า 100,000 ไร่

ยึดมั่น Made from Her

“เสนาฯวันนี้เปลี่ยนไดเร็กชั่นธุรกิจ ขยายเจเนอเรชั่น เรายังยึดหลัก made from her อยู่ เพราะมองว่าไม่มีอะไรที่จะคิดละเอียดลออได้เท่าผู้หญิงได้ โดยมิสชั่นที่สำคัญของบริษัทคือ เราจะทำบริษัทที่เติบโตโดยการพัฒนาธุรกิจแบบ sustainable เติบโตในการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ใช้หลักในการคิดแบบ social challenge ที่ต้องการแก้ปัญหาและเติบโตไปตามเมกะเทรนด์ อย่าลืมว่าอะไรที่เป็นแชลเลนจ์ อะไรที่เป็นปัญหาก็คือโอกาสด้วย นี่คือหลักคิดของเรา”

คำอธิบายขยายความก็คือ การแข่งขันในโลกธุรกิจทุกวันนี้ เสนาฯอยากจะเปลี่ยนจากการเป็นคนที่ขายบ้านอย่างเดียว มาทำธุรกิจบริการที่เป็น sustainable โดยใช้โซเชียลแชลเลนจ์ อิงไปกับเมกะเทรนด์เป็นหลักในการเติบโต

แนวความคิดใหม่ของเสนาฯ จึงอยากจะใช้ competency 40 ปีจากการเป็นพร็อพเพอร์ตี้ดีเวลอปเปอร์ ขายบ้านเป็นหลัก มาขยายขอบเขตการให้บริการ

“วิธีการอยากจะเปลี่ยนองค์กรให้เป็น lifelong partner ของลูกค้า โดยใช้คำว่า The essential lifelong trusted partner ซึ่งหมายความว่า เราคิดว่าการที่เราจะช่วยลูกค้าในการแก้ปัญหาโซเชียลแชลเลนจ์ โตไปพร้อมเมกะเทรนด์ มันไม่ได้จบแค่ขายบ้าน 1 หลัง มันมีมากกว่านั้นหลายอย่าง”