เร่งรฟม.ส่งมอบพื้นที่สร้างโมโนเรล ช้า 3 เดือนหวั่นกระทบแผนเปิดหวูดชมพู-เหลือง

โมโนเรล
เร่งรื้อสาธารณูปโภค - เกาะกลางถนนรามอินทรา จะใช้ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ผู้รับเหมาทยอยปิดถนนทดสอบเสาเข็มและรื้อย้ายสาธารณูปโภค

บีทีเอสเร่งยก รฟม.ส่งมอบพื้นที่สร้าง”โมโนเรล”สายสีชมพู-เหลือง หลังดีเลย์มาแรมเดือน หวั่นหลุดเป้า พ.ค.นี้ กระทบแผนเปิดหวูด ต้นทุนก่อสร้าง กรอบสัญญาเงินกู้ 3 แบงก์ใหญ่ วงเงิน 6.3 หมื่นล้าน รฟม.ประสาน กทม. กรมทางหลวง เคลียร์แบบวางตอม่อ กฟน.ทุ่ม 7 พันล้านดึงสายไฟลงใต้ดิน ปรับภูมิทัศน์ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ รามอินทรา ลาดพร้าว ศรีนครินทร์ เทพารักษ์ ถนนไร้สาย

 

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ บริษัท บีทีเอสกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับจากกลุ่มบริษัท BSR ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอสกรุ๊ป บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และ บมจ.ราชบุรีโฮลดิ้งส์ เซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. วงเงิน 46,643 ล้านบาท และสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม. วงเงิน 45,797 ล้านบาท กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2560 ถึงขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นนับหนึ่งสัญญาก่อสร้าง เนื่องจาก รฟม.ยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ให้ คาดว่าจะเป็นภายในเดือน พ.ค. 2561 นี้

บีทีเอสรอได้ถึง พ.ค.นี้

“การส่งมอบพื้นที่ล่าช้าจากแผน จากเดิมคาดว่าจะส่งมอบพื้นที่ในเดือน ก.พ. 2561 แต่ที่ผ่านมาบริษัทก็เข้าพื้นที่ในบางจุดที่สามารถดำเนินการได้แล้ว เพื่อทำการทดสอบเสาเข็มที่จะใช้ก่อสร้างทั้ง 2 โครงการแล้ว เมื่อได้รับส่งมอบพื้นที่อย่างเป็นทางการบริษัทจะเร่งงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดสัญญา 3 ปี 3 เดือน หรือเปิดบริการในปี 2564”

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หากบริษัทยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างเพื่อเริ่มต้นสัญญางานโครงการภายในเดือน พ.ค.นี้ อาจจะมีผลกระทบต่อบริษัทในแง่ของค่าใช้จ่ายที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ รวมถึงกรอบเวลาในเซ็นสัญญาการกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุนโครงการ เนื่องจากในการเซ็นสัญญาเงินกู้จะระบุว่าจะเริ่มงานเมื่อไร หากเลยจากที่กำหนด ทางบริษัทจะต้องหารือกับธนาคาร ธนาคารจะยืดระเวลาการกู้เงินหรือเปลี่ยนเงื่อนไขหรือไม่

หวั่นต้นทุนบานปลาย

“ไม่ใช่เราจะใช้เงื่อนนี้ไปเร่ง รฟม. แต่เราเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างโครงการ อยากจะบอกว่าถ้าเริ่มงานจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะที่ผ่านเราเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทซัพพลายเออร์ผู้ผลิตระบบรถ และแบงก์ที่ให้กู้ จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น เช่น ค่าจ้าง ค่าฟี ค่าใช้จ่ายในสำนักงานโครงการ เท่ากับทุนจดทะเบียนกว่า 3,000 ล้านบาทต่อโครงการ รวม 2 โครงการก็ประมาณ 7,000 ล้านบาท ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ยังไม่เริ่มนับ แต่มีเงินค่าเสียโอกาสเกิดขึ้นหากล่าช้า อีกทั้งอาจจะกระทบต่อการเปิดใช้ด้วยเช่นกัน”

นายสุรพงษ์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2560 ได้เซ็นสัญญาเงินกู้จำนวน 63,360 ล้านบาท กับธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ สำหรับลงทุนก่อสร้างสถานี ทางวิ่งยกระดับ งานระบบ เครื่องกล ระบบอาณัติสัญญาณ ขบวนรถไฟฟ้าโมโนเรลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ทั้ง 2 สายทาง แยกเป็นของสายสีชมพู 31,680 ล้านบาท และสายสีเหลือง 31,680 ล้านบาท เป็นสัญญากู้เงินระยะยาว 14 ปี จะเริ่มชำระนับจากปีที่เปิดเดินรถ

รฟม.เร่งประสาน กทม.-ทางหลวง

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม.กล่าวว่า จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับกรมทางหลวง (ทล.) ส่งมอบพื้นที่สายสีชมพูกับสีเหลืองให้เอกชนภายในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อเร่งงานก่อสร้างให้เสร็จตามแผนเปิดใช้บริการในปี 2564

ปัจจุบันงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของสายสีชมพูสร้างบนแนวถนนติวานนท์ แจ้งวัฒนะ รามอินทรา ดำเนินการแล้วเสร็จ 27.71% เร็วกว่าแผนงาน 0.03% จากตลอดเส้นทางมีผู้ถูกเวนคืน 434 ราย เป็นที่ดิน 640 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 761 หลัง ค่าเวนคืน 6,847 ล้านบาท

ส่วนสายสีเหลือง สร้างบนถนนลาดพร้าว ศรีนครินทร์ เทพารักษ์ ดำเนินการแล้วเสร็จ 43.78% เร็วกว่าแผน 4.63% จากตลอดเส้นทางมีผู้ถูกเวนคืน 198 ราย เป็นที่ดิน 298 แปลง สิ่งปลูกสร้าง 284 หลัง ค่าเวนคืน 6,013 ล้านบาท

ปรับแบบก่อสร้างหลายจุด

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า กรมจะเร่งส่งมอบพื้นที่ของสายสีชมพูกับสีเหลืองให้ รฟม.ภายในเดือน พ.ค. ขณะนี้รอการประสานงานจาก รฟม.เรื่องแบบก่อสร้าง เนื่องจากจะต้องมีการปรับแบบในบางบริเวณที่มีปัญหา อย่างสายสีเหลือง รฟม.ยินยอมปรับแบบและย้ายจุดก่อสร้างอาคารจอดรถของสถานีวัดศรีเอี่ยม จากเดิมขอใช้พื้นที่แขวงทางหลวงสมุทรปราการไปฝั่งตรงข้ามถนนบางนา-ตราด มีพื้นที่ว่าง 10 ไร่แล้ว ส่วนท่อระบายน้ำช่วงถนนศรีนครินทร์ให้ปรับแบบใหม่ ย้ายท่อระบายน้ำมาอยู่เกาะกลางถนนแทน

ส่วนสายสีชมพูมีปรับแบบหลายจุด เช่น ปรับระยะห่างเสาตอม่อช่วงถนนติวานนท์จาก 30 เมตร เป็น 40 เมตร ให้มีจุดกลับรถ 10 จุด ปรับตำแหน่งสถานีบริเวณแยกหลักสี่ ตรงข้ามกับไอทีสแควร์ ซึ่ง รฟม.ขอใช้พื้นที่หลังหมวดการทางหลักสี่ สร้างจุดจอดรถแท็กซี่เพื่อแก้ปัญหารถติด อีกจุดบริเวณถนนรามอินทรา หน้าโรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี จุดตัดกับถนนสาย 350 (ถนนรัชดาฯ-รามอินทรา) ให้ รฟม.ปรับแบบเสาตอม่อให้สร้างคร่อมแลมป์ข้ามแยกแทน

“กรมพร้อมจะส่งมอบพื้นที่ให้ รฟม. แต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการประสานงานและส่งแบบรายละเอียดให้กรมพิจารณาแต่อย่างใด”

กฟน.ถือโอกาสดึงสายไฟลงใต้ดิน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ยังทุ่มเงิน 7,000 ล้านบาท เซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้างสายสีชมพูกับสีเหลือง ให้ก่อสร้างท่อสายไฟฟ้าลงดินตลอด

แนวถนนที่รถไฟฟ้าพาดผ่านเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ แยกเป็น สายสีชมพู วงเงิน 4,400 ล้านบาท และสายสีเหลือง วงเงิน 3,900 ล้านบาท จะแล้วเสร็จพร้อมกับรถไฟฟ้าปี 2564

Previous article“เลอลุคซ์ ฟรานซ์” ปลึ้ม ยอดขายทะลุ 200 ล้าน เตรียมเข็นสินค้าใหม่เจาะกลุ่มสมุนไพร
Next articleกรมอุตุฯเผยอุณหภูมิสูงขึ้น ร้อนสุด37-38องศา เตือนปชช.ดูแลสุขภาพ