ค่าก่อสร้างบ้านไตรมาส 1/67 ปรับขึ้น 2.3% ไม้ราคาพุ่ง ขณะที่ราคาเหล็กลดลงเกือบ 10%

จากราคาบ้านในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 1/67 ปรับเพิ่มขึ้น 2.5% ผลมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น RIEC เปิดเผยดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน ไตรมาส 1/67 มีค่าดัชนีเท่ากับ 137.5 เพิ่มขึ้น 2.3% จากค่าตอบแทนในหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ ที่เพิ่มขึ้น 4.7% และราคาไม้ที่พุ่งสูงขึ้น 7.2% ในขณะที่เหล็กปรับตัวลดลงจากแรงกดดันการไหลเข้าของเหล็กจากจีนที่โอเวอร์ซัพพลาย

วันที่ 19 เมษายน 2567 ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนีราคาเพิ่มขึ้นนั้นมาจากค่าตอบแทนในหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ ที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในหมวดงานสถาปัตยกรรม 4.7% ในขณะที่หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง ลดลง -2.5% หมวดงานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร ลดลง -1.9% และหมวดงานระบบสุขาภิบาลลดลง -0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

เหล็กถูกลง-จีนระบายสต๊อกมาไทย

เมื่อพิจารณาในหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก พบว่ามีการปรับตัวลดลงมากที่สุด -9.2% ผลมาจากราคาเหล็กในตลาดเอเชียและจีนมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และราคาเหล็กในประเทศไทยถูกกดดันจากการไหลเข้าของเหล็กจากประเทศจีนที่ยังคงกำลังการผลิตเหล็กในระดับสูง ขณะที่ความต้องการเหล็กในประเทศจีนลดลง ทำให้จีนต้องระบายเหล็กมายังภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง จากการที่ประเทศไทยนำเข้าเหล็กจากประเทศจีน และประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้ราคาเหล็กโดยรวมในประเทศไทยปรับตัวลดลง

หมวดสุขภัณฑ์ลดลง -8.9% โดยลดลงจากความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่ชะลอตัวในช่วงรองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นและความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการอนุมัติให้สินเชื่อ ในขณะที่หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต กระเบื้อง อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา และวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลดลงระหว่าง -1.0% ถึง -5.2% โดยมีเพียงหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้เท่านั้นที่ปรับเพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ส่วนหมวดแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น +6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการประกาศปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2567

Advertisment

เมื่อจำแนกต้นทุนของงานก่อสร้างในแต่ละหมวดพบว่า

1. อัตราค่าตอบแทนงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ

งานวิศวกรรมโครงสร้าง มีอัตราค่าตอบแทนลดลง -2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่หากเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น 0.2% โดยมีสัดส่วน 26.7% ของหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบงานสถาปัตยกรรม มีอัตราค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น +4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น +3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 67.2% ของหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ

งานระบบสุขาภิบาล มีอัตราค่าตอบแทนลดลง -0.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราค่าตอบแทนคงที่ เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 2.7% ของหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ

งานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร อัตราค่าตอบแทนลดลง -1.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง -0.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 3.4% ของหมวดงานออกแบบก่อสร้างและงานระบบ

Advertisment

2. หมวดวัสดุก่อสร้างราคาลดลงเกือบทุกประเภท-ไม้ราคาพุ่ง

ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ราคาเพิ่มขึ้น +7.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 29.4% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ราคาลดลง -5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง -4.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 6.7% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ราคาลดลง -9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง -0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 8.6% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

กระเบื้อง ราคาลดลง -1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนและลดลง -2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 5.6% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

สุขภัณฑ์ ราคาลดลง -8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น +2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 3.0% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ราคาลดลง -1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง -0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 6.0% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

วัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ราคาลดลง -1.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และลดลง -0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2566 โดยมีสัดส่วน 40.9% ของหมวดวัสดุก่อสร้าง

3.อัตราค่าแรงงาน

โดยค่าแรงงานมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น +6.1% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน