เดินหน้า! รฟม.จ้าง85ล้านออกแบบ “รถไฟฟ้าโคราช” ปลายปีหน้าเปิดPPPเหมาสร้าง-เดินรถ8พันล้าน

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2562 ได้ร่วมลงนามสัญญาจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาบริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอ็นทิค จำกัด และ บริษัท เอ 21 คอนซัลแตนท์ จำกัด วงเงิน 85.6 ล้านบาท ศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ จัดเตรียมเอกสารประกวดราคา โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว จากตลาดเซฟวัน – สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.7 กม. ตามที่คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) มอบหมายให้ รฟม.เป็นผู้ดำเนินการ

จะใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี เริ่มงานตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้เป็นต้นไป คาดว่าปลายปี 2563 จะเริ่มกระบวนการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2556 ได้ ตามแผนจะก่อสร้างในปี 2564 สร้างเสร็จเปิดบริการในปี 2568 จะเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ที่สถานีนครราชสีมา คาดว่าเมื่อเปิดบริการจะมีผู้มาใช้บริการเฉลี่ย 10,000 เที่ยวคนต่อวัน

“เราจะใช้โมเดลเดียวกับรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ให้เอกชนร่วมลงทุนทั้งก่อสร้างและจัดหาระบบเดินรถ รับสัมปทาน 30 ปี โดย รฟม.จะสนับสนุนเงินลงทุนไม่เกินค่างานโยธา ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งโครงการประมาณ 8,000 ล้านบาท แยกเป็นค่าเวนคืนและก่อสร้าง 6,000 ล้านบาท และค่างานระบบอีก 2,000 ล้านบาท“

นายภคพงศ์กล่าวอีกว่า ตามผลการศึกษาโครงการแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit)

รูปแบบโครงสร้างทางวิ่งระดับดิน มีแนวเส้นทางตามแนวตะวันออก-ตะวันตก บนถนนมิตรภาพ ถนนมุขมนตรี ถนนโพธิ์กลาง ถนนราชดำเนิน ถนนชุมพล และถนนสุรนารายณ์ ระยะทางประมาณ 11.17 กม.มี 20 สถานี ผ่านสถานที่สำคัญ เช่น ตลาดเซฟวัน ตลาดมิตรภาพ สถานีรถไฟจังหวัดนครราชสีมา คลังพลาซ่าใหม่ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โรงเรียนสุรนารีวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานจังหวัดนครราชสีมา สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์

Previous articleคลังพอใจ 7 เดือนเก็บรายได้รัฐเป็นไปตามคาดรวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้า 3.5 หมื่นล้านบาท
Next article‘ไออาตา’ ชี้ ห้าม ‘737 แม็กซ์’ บินต่ออีก 3-4 เดือน