เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ไฟเขียวปรับโฉมใหม่ สกายวอล์กเชื่อม BTS ชิดลม-ราชประสงค์
Real Estate กทม.ไฟเขียวปรับโฉมใหม่ สกายวอล์กเชื่อม BTS ชิดลม-ราชประสงค์
1 ต.ค. ปิดพิพิธภัณฑ์เด็ก กทม. แจงเป็นรอยต่องบประมาณ เร่งแก้ปัญหาดึงรายใหม่บริหาร
การศึกษา 1 ต.ค. ปิดพิพิธภัณฑ์เด็ก กทม. แจงเป็นรอยต่องบประมาณ เร่งแก้ปัญหาดึงรายใหม่บริหาร
ดีอี พร้อมแจง สตง.หลัง ฝ้ายค้าน จี้สอบ TH-AI Passport เหตุไม่เข้าข้อตกลงคุณธรรม
Politics ดีอี พร้อมแจง สตง.หลัง ฝ้ายค้าน จี้สอบ TH-AI Passport เหตุไม่เข้าข้อตกลงคุณธรรม
NETBAY ประกาศตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่ง CEO ใหม่ แทน ‘กอบกาญจนา’ ลาออก
Biz Movement NETBAY ประกาศตั้ง ‘ดร.ฉัตรชัย’ นั่ง CEO ใหม่ แทน ‘กอบกาญจนา’ ลาออก
SIAA เจ้าตลาดประมูลรถ จ่อเข้า mai ยื่นไฟลิ่งขาย IPO จำนวน 94.1 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายลาน-ลงทุน AI
Finance SIAA เจ้าตลาดประมูลรถ จ่อเข้า mai ยื่นไฟลิ่งขาย IPO จำนวน 94.1 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายลาน-ลงทุน AI
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) ขยับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,200 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (22 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ลุ้นโผสุดท้ายชง ครม. โยกย้ายกระทรวงการคลังเข้า ครม.วันนี้ (22 ก.ย.) ‘สลักจิต’ มาแรง-ส่อขึ้นอธิบดีสรรพากร
Finance ลุ้นโผสุดท้ายชง ครม. โยกย้ายกระทรวงการคลังเข้า ครม.วันนี้ (22 ก.ย.) ‘สลักจิต’ มาแรง-ส่อขึ้นอธิบดีสรรพากร
ยศชนัน ชี้ตัวเลขรัฐบาลตอนนี้อยู่ได้ หลัง ’กล้าธรรม’ ออกจากวิปฝ่ายค้าน
Politics ยศชนัน ชี้ตัวเลขรัฐบาลตอนนี้อยู่ได้ หลัง ’กล้าธรรม’ ออกจากวิปฝ่ายค้าน
SET วันนี้ไซด์เวย์ จับตาฟันด์โฟลว์คืน-นโยบายรัฐคืบ ชู DELTA-HANA-STECON-AMATA
Finance SET วันนี้ไซด์เวย์ จับตาฟันด์โฟลว์คืน-นโยบายรัฐคืบ ชู DELTA-HANA-STECON-AMATA
ดูทั้งหมด

REIC เผยครึ่งปีแรก 64 อสังหาขาลง หน่วยเปิดใหม่ -32% มูลค่าลด -37%

07 ก.ย. 2564 | 15:22น.
ตึก อสังหาริมทรัพย์

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เผยผลสำรวจภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย 27 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ผู้ประกอบการปรับตัวท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 โดยลดการเปิดโครงการใหม่ เน้นระบายสต๊อกเสริมสภาพคล่อง ทำให้อุปทานที่อยู่อาศัยใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งแรกปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ส่งผลให้ภาพรวมที่อยู่อาศัยในตลาดมีหน่วยลดลง ขณะที่หน่วยขายได้ใหม่มีการชะลอตัว สาเหตุจากกำลังซื้อที่ลดลง

วันที่ 7 กันยายน 2564 ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ในปี 2564 นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันประเทศไทยยังประสบกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งค่อนข้างรุนแรงมากขึ้นและยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติลงเมื่อไร ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย และภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศ

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้สำรวจภาคสนามถึงสภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 27 จังหวัดที่สำคัญ โดยพบความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของอุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 มีจำนวนหน่วยเพียง 29,775 หน่วย ลดลงร้อยละ -32.0 และมีมูลค่า 118,667 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -37.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

อุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่ในกลุ่มโครงการอาคารชุดมีการชะลอตัวลงมากกว่าโครงการบ้านจัดสรร โดยโครงการอาคารชุดเข้าใหม่ในพื้นที่ 27 จังหวัด มีจำนวนประมาณ 8,769 หน่วย รวมมูลค่า 28,918 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -46.0 และ ร้อยละ -53.3 ตามลำดับ ในขณะที่โครงการบ้านจัดสรรเข้าใหม่มีจำนวนหน่วยประมาณ 21,006 หน่วย มูลค่ารวม 89,749 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -23.9 และร้อยละ -29.6 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563

ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของอุปทานที่อยู่อาศัยเข้าใหม่เช่นนี้ ส่งผลต่อภาพรวมของอุปทานที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่มีการขายในตลาดพื้นที่ 27 จังหวัด ณ ครึ่งปีแรกปี 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 328,657 หน่วย มูลค่ารวม 1,446,276 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -5.7 มูลค่าลดลงร้อยละ -6.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ไม่เพิ่มเติมสินค้าใหม่เข้ามาในตลาดมากนัก แต่จะเน้นการระบายสินค้าเดิมที่มีอยู่ออกไป เพื่อสร้างสภาพคล่องในการบริหารจัดการ

โดยในภาวะที่ยังมีการระบาดของ COVID-19 ทำให้กำลังซื้อของผู้ที่ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัย และความสนใจในการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง หรือเพื่อการลงทุนมีการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเจนจากยอดขายที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ในภาพรวม ที่พบว่าในช่วงครึ่งแรกปี 2564 มีจำนวนที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ประมาณ 45,895 หน่วย มูลค่า 195,803 ล้านบาท หรือ ลดลงร้อยละ -14.3 และ -14.7 ตามลำดับ โดยเป็นโครงการบ้านจัดสรรขายได้ใหม่ 27,489 หน่วย มูลค่า 124,219 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -22.6 และร้อยละ -20.7 ตามลำดับ

ในขณะที่โครงการอาคารชุดขายได้ใหม่ 18,406 หน่วย มูลค่า 71,583 ล้านบาท โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 ส่วนมูลค่าลดลงร้อยละ -1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 สำหรับการที่อาคารชุดขายได้ใหม่มีจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะในปี 2563 มีฐานที่ต่ำมาก นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราดูดซับในภาพรวมลดลงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว

แม้ยอดขายใหม่จะขายได้น้อยลง แต่ผลจากการที่อุปทานเข้าใหม่ในตลาดน้อยลงนั้น ส่งผลให้จำนวนหน่วยเหลือขายลดลงตามไปด้วย โดย ณ ครึ่งแรกปี 2564 มีที่อยู่อาศัยเหลือขายจำนวน 282,762 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,250,473 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -4.1 และร้อยละ -4.9

ซึ่งนับได้ว่าเป็นการลดแรงกดดันของภาวะหน่วยเหลือขายในตลาดให้ลดความรุนแรงลง และสะท้อนว่าตลาดมีการปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ส่งสัญญาเตือนตลาดมาอย่างต่อเนื่อง