เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

เมกะโปรเจ็กต์ล้อยางหมื่นล้าน “EV Bus อีอีซี” รับไฮสปีด 3 สนามบิน

14 ต.ค. 2564 | 11:03น.
รายงาน
กีรติ เอมมาโนชญ์

การลงทุนภาครัฐคือลมหายใจขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคโควิด

อัพเดตล่าสุด “คจร.-คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก” ที่มี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2564 เห็นชอบผลการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะกลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง

เพื่อรองรับการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Public Transit Master Plan : EPMP) เรียบร้อยแล้ว

ลงทุนหมื่นล้านวิ่งพร้อมไฮสปีด

เรื่องเดียวกันนี้ แหล่งข่าวจาก “สนข.-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร” หน่วยงานเสนาธิการของกระทรวงคมนาคม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พลันที่มีมติ คจร.ดังกล่าว มีผลเท่ากับเริ่มต้นนับ 1 โครงการ โดยภารกิจ สนข.ในฐานะทำคลอดผลศึกษาโครงการถือว่าสำเร็จลุล่วง

หน้าที่ต่อจากนี้มีการส่งไม้ต่อให้ “สกพอ.-สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” นำไปขยายผลสู่ภาคปฏิบัติ

เริ่มต้นจากการเสนอผลการศึกษานี้เข้าสู่ที่ประชุม “บอร์ด EEC-คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

หากบอร์ด EEC พิจารณาให้ความเห็นชอบก็จะมีการเสนอบรรจุเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (EEC project list) ต่อไป

โดย “สกพอ.” รับบทบาทเป็นหน่วยงานหลักขับเคลื่อนโครงการอย่างเป็นทางการ นั่นหมายความว่า สกพอ.จะเป็นแกนหลักในการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการทั้ง 3 จังหวัดประกอบด้วย “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง”

เพื่อสำรวจเส้นทางตามผลการศึกษารูปแบบการลงทุนโครงการ การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และการขออนุญาตเส้นทางเดินรถสาธารณะตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)

ขนส่งหลักรถไฟฟ้า-ทางคู่-รถตู้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามผลการศึกษาของ สนข.แบ่งรูปแบบระบบขนส่งในพื้นที่ 3 จังหวัดเป็น 2 รูปแบบคือ ระบบขนส่งสายหลัก กับระบบขนส่งสายรอง

“ระบบขนส่งสายหลัก” ประกอบด้วย 1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้บริการในปี 2568

2.โครงการถไฟทางคู่ 2 สายทาง ได้แก่ ชุมทางฉะเชิงเทรา-บ้านพลูตาหลวง-บ้านฉาง ให้บริการ 6 เที่ยว/วัน กับ “พานทอง-ชลบุรี-ชุมทางศรีราชา-พัทยา” ให้บริการ 10 เที่ยว/วัน

และ 3.รถตู้โดยสารหมวด 2 (วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-3 จังหวัด) มีจำนวน 29 สาย ให้บริการ 2,600 เที่ยว/วัน คิดเป็นจำนวนคนใช้บริการวันละ 27,600 คน/วัน และหมวด 3 (วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-จังหวัดอื่น ๆ) จำนวน 16 สาย ให้บริการ 1,900 เที่ยว/วัน คิดเป็นจำนวนคนให้บริการวันละ 25,700 คน/วัน

เสริมโครงข่ายรอง 3 จังหวัดอีอีซี

ไฮไลต์มติ คจร.วันที่ 20 กันยายน 2564 อยู่ที่ “ระบบขนส่งสายรอง” โดย สนข.มีข้อเสนอให้เพิ่มเส้นทางการขนส่งภายใน 3 จังหวัดรวม 18 สายทาง ระยะทาง 555 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวม 14,410 ล้านบาท (ดูตารางประกอบ)

โดยรูปแบบโครงการในส่วนของงานโยธามอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) บูรณาการเรื่องการจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน

ขณะที่การเดินรถมอบให้ “สกพอ.+อปท.” ร่วมดำเนินการหาตัวเอกชนมาเดินรถ กำหนดรูปแบบลงทุนเป็นแบบเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP)

แบ่งเป็น “ฉะเชิงเทรา” 5 สายทาง ระยะทางรวม 80 กิโลเมตร “ชลบุรี” 7 สายทาง ระยะทางรวม 178 กิโลเมตร และ “ระยอง” 6 สายทาง ระยะทางรวม 297 กิโลเมตร โดยรูปแบบที่วางไว้จะเป็นรถเมล์ไฟฟ้าทั้งหมด (EV Bus)

แปดริ้วรับส่งวัดโสธรฯ-บ้านโพธิ์

รายละเอียด “จังหวัดฉะเชิงเทรา” ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 “สายสีแดง-ฉช.1” ช่วงสถานีไฮสปีดฉะเชิงเทรา-โรงเรียนเบญจมรังสฤษฎิ์-ห้างตะวันออกคอมเพล็กซ์ ระยะทาง 8 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 2 “สายสีน้ำเงิน-ฉช.2” ช่วงสถานีไฮสปีดฉะเชิงเทรา-วัดโสธรวฯ 7 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 3 “สายสีเขียว-ฉช.3” วิ่งรอบเมืองฉะเชิงเทรา, เส้นทางที่ 4“สายสีเหลือง-ฉช.4”

ช่วงสถานีไฮสปีดฉะเชิงเทรา-บางคล้า 28 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 5 “สายสีชมพู-ฉช.5” ช่วงสถานีไฮสปีดสูงฉะเชิงเทรา-บ้านโพธิ์-บางปะกง 26 กิโลเมตร

โดยระบบทั้งหมดจะมีจุดเชื่อมต่อหลัก 3 จุด ได้แก่ “สถานีรถไฟความเร็วสูงฉะเชิงเทรา-อ.บางคล้า-อ.บางปะกง”

ชลบุรีเชื่อมศรีราชา-พัทยา

ถัดมา “จังหวัดชลบุรี” ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 “สายสีเขียว-ชบ.1” ช่วงสถานีไฮสปีดชลบุรี-เมืองชลบุรี ระยะทาง 12 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 2 “สายสีน้ำเงิน-ชบ.2” สถานีไฮสปีดชลบุรี-หาดบางแสน 16 กิโลเมตร และสถานีไฮสปีดชลบุรี-หนองมน 13 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 3 “สายสีชมพู-ชบ.3” ช่วงสถานีไฮสปีดชลบุรี-บ้านบึง-เขตนวัตกรรมภาคตะวันออก วังจันทร์วัลเลย์ (EECi) 65 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 4 “สายสีฟ้า-ชบ.3” ช่วงสถานีไฮสปีดศรีราชา-แหลมฉบัง 16 กิโลเมตร และช่วงสถานีไฮสปีดศรีราชา-เขตนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ศรีราชา 13 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 5 “สายสีแดง-ชบ.5” ช่วงเมืองศรีราชา-สถานีไฮสปีดศรีราชา-ปลวกแดง 42 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 6 “สายสีเหลือง-ชบ.6”

ช่วงสถานีไฮสปีดพัทยา-แหลมบาลีฮาย 8.13 กิโลเมตร (เมืองพัทยากำลังศึกษาอยู่) และเส้นทางที่ 7 “สายสีน้ำตาล-ชบ.7” ช่วงสถานีไฮสปีดพัทยา-สวนนงนุช 19 กิโลเมตร

โดยระบบทั้งหมดจะมีจุดเชื่อมต่อ 9 จุด ได้แก่ สถานีรถไฟความเร็วสูง 3 จุดที่ “ชลบุรี-ศรีราชา-พัทยา” นอกจากนี้ จุดเชื่อมอยู่ที่นิคมอมตะซิตี้-บางแสน-EECi วังจันทร์วัลเลย์-แหลมฉบัง-อ.ปลวกแดง จ.ระยอง และสวนนงนุช พัทยา

ระยองวิ่งวนนิคมอุตฯ-อู่ตะเภา

สุดท้ายระบบขนส่งสาธารณะ “จังหวัดระยอง” 6 สาย ระยะทาง 297 กิโลเมตร วงเงินโครงการ 3,190 ล้านบาท ประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 “สายสีแดง-รย.1” ช่วงนิคมอุตฯมาบตาพุด-ไออาร์พีซี (IRPC) 22 กิโลเมตร,

เส้นทางที่ 2 “สายสีน้ำเงิน-รย.2” แหลมเจริญ-สามแยกขนส่ง 14 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 3 “สายสีเขียว-รย.3” ช่วงสถานีไฮสปีดสนามบินอู่ตะเภา-ระยอง-บ้านเพ 62 กิโลเมตร

เส้นทางที่ 4 “สายสีเหลือง-รย.4” ช่วงระยอง-บ้านค่าย-EECi วังจันทร์วัลเลย์ 58 กิโลเมตร, เส้นทางที่ 5 “สายสีชมพู-รย.5” ช่วงนิคมอุตฯ มาบตาพุด-นิคมพัฒนา-ปลวกแดง 45 กิโลเมตร และเส้นทางที่ 6 “สายสีฟ้า-รย.6” สถานีไฮสปีดสนามบินอู่ตะเภา-ระยอง-EECi วังจันทร์วัลเลย์ 96 กิโลเมตร

ผลศึกษาระบุให้ระบบจังหวัดระยองมีจุดเชื่อมต่อ 7 จุด ได้แก่ สถานีรถไฟความเร็วสูงสนามบินอู่ตะเภา-สนามบินอู่ตะเภา-นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด-เขตประกอบอุตสาหกรรม IRPC-บ้านเพ-ปลวกแดง และ EECi วังจันทร์วัลเลย์

คาดการณ์การใช้งบประมาณ 14,410 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 383 ล้านบาท, ค่างานโยธา 3,504 ล้านบาท, ค่างานระบบ 1,455 ล้านบาท

และค่าจัดซื้อรถโดยสาร 1,531 ล้านบาท ค่าดำเนินงาน 4,316 ล้านบาท และค่าบำรุงรักษา 3,221 ล้านบาท มี EIRR ที่ 18.5%

โดย EV bus จะเป็นเมกะโปรเจ็กต์ล้อยางเสริมโครงข่ายการเดินทางใน EEC วางไทม์ไลน์เปิดบริการพร้อมกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ภายในปี 2568