เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SO เปิดตัวแอป MOBIX บริหาร ‘คน-รถยนต์-งาน’ ครบในระบบเดียว
Uncategorized SO เปิดตัวแอป MOBIX บริหาร ‘คน-รถยนต์-งาน’ ครบในระบบเดียว
‘B2S Card Festival 2026’ ยกทัพจักรวาลการ์ดระดับโลกบุกไทย เอาใจนักสะสม
Uncategorized ‘B2S Card Festival 2026’ ยกทัพจักรวาลการ์ดระดับโลกบุกไทย เอาใจนักสะสม
‘ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป’ ร่วมทัพ SMEs ต้นแบบพาณิชย์ บินจับคู่ธุรกิจสวิสฯ
Uncategorized ‘ไทยพลาสติก รีไซเคิล กรุ๊ป’ ร่วมทัพ SMEs ต้นแบบพาณิชย์ บินจับคู่ธุรกิจสวิสฯ
GPSC-KHNP ยักษ์ใหญ่นิวเคลียร์เกาหลีใต้ ศึกษา SMR ปูทางพลังงานสะอาดไทย
Economic GPSC-KHNP ยักษ์ใหญ่นิวเคลียร์เกาหลีใต้ ศึกษา SMR ปูทางพลังงานสะอาดไทย
‘รถอีวี’ กับปัญหาความย้อนแย้งด้านพลังงาน
World ‘รถอีวี’ กับปัญหาความย้อนแย้งด้านพลังงาน
“ศุภจี” พบ USTR ที่นิวยอร์ก เดินหน้าหารือการค้าไทย-สหรัฐ ช่วงประชุม UNGA81
Economic “ศุภจี” พบ USTR ที่นิวยอร์ก เดินหน้าหารือการค้าไทย-สหรัฐ ช่วงประชุม UNGA81
Tokenomics จีนมาแล้ว ซื้อเกี๊ยว-กาแฟ ด้วยบัตรเครดิต แถม AI Token
Tech Tokenomics จีนมาแล้ว ซื้อเกี๊ยว-กาแฟ ด้วยบัตรเครดิต แถม AI Token
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,900 บาท
AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
Finance AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
สุญญากาศ กสทช. จบแล้ว? บอร์ด จับตาศาลฯ ชี้ชะตา นพ.สรณ
Tech สุญญากาศ กสทช. จบแล้ว? บอร์ด จับตาศาลฯ ชี้ชะตา นพ.สรณ
ดูทั้งหมด

ตรวจสุขภาพบ้าน-คอนโดฯ ต่ำ 3 ล้านเข้า ICU-ต่ำ 5 ล้านสงสัยจะเดี้ยง

21 ธ.ค. 2566 | 16:55น.

เปิดประเด็นร้อนแรงส่งท้ายปี 2566 จากวงการแบงก์ ว่าด้วยหนี้สงสัยจะสูญเพราะค้างชำระ 31 วัน แต่ไม่เกิน 90 วันกำลังบวมเปล่ง จุดโฟกัสอยู่ที่สินค้าที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทอาการหนักสุด จุดอันตรายอยู่ที่แบงเกอร์วิตกกังวลว่าจะพัฒนาไปเป็นหนี้สูญ ก็เลยตั้งการ์ดสูงในการพิจารณาสินเชื่อ

อนาคตในปี 2567 ของสินค้าบ้านกับคอนโดมิเนียมราคาต่ำ 3 ล้านบาท ก็เลยเหมือนกับแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกครั้ง

จากเดิมถูกซ้ำเติมด้วยปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจตกต่ำ กำลังซื้อหดหาย ปัญหาเงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือนระดับสูง ดอกเบี้ยขาขึ้น ฯลฯ ประเด็นอยู่ที่ผลกระทบไม่ได้จำกัดวงแค่กลุ่มราคา 3 ล้านบาทเท่านั้น แต่ลามไปถึงกลุ่มไม่เกิน 5 ล้านบาทด้วย เพราะการโอนกรรมสิทธิ์ในภาพรวมทั่วประเทศ สินค้าใหม่มียอดโอนติดลบทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอน

บ้าน-คอนโดฯ ต่ำ 5 ล้านสัดส่วน 70%

“ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์” ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIC ระบุว่า สถิติการโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดฯ ทั่วประเทศในช่วง 9 เดือนแรก (มกราคม-กันยายน 2566) ในด้านจำนวนหน่วยสอบไม่ผ่าน เพราะติดตัวแดงในภาพรวม -4.2% โดยบ้านใหม่ -5.3% บ้านมือสอง -3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2565

ขณะที่ในด้านมูลค่าแม้จะรักษาตัวเขียวไว้ได้ แต่ก็เฉียดฉิว เพราะบวกเบาบางมาก จนเรียกว่าเป็นภาวะตลาดทรงตัวมากกว่า โดยภาพรวมบวก 1.8% บ้านใหม่บวก 1.4% บ้านมือสองบวก 1.7% แนววิเคราะห์เบื้องต้น จำนวนหน่วยขายได้น้อยลงแต่มูลค่าเท่าเดิม เป็นเพราะราคาต่อหน่วยสูงขึ้น หรือแพงขึ้นนั่นเอง (ดูกราฟิกประกอบ)

จุดโฟกัสปัญหาหนี้สงสัยจะสูญ ให้ดูสถิติราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สถิติการโอนแดงเถือกทั้งกระดาน บ้านใหม่จำนวนหน่วยติดลบหนัก -13.4% บ้านมือสองทรงตัวเป็นบวก 0.1% และถ้าดูเลยมาอีกนิดในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท เริ่มเห็นสัญญาณอ่อน ๆ จำนวนหน่วยของบ้านใหม่ติดลบ -4.5% แต่ไปโต 16% ในการโอนบ้านมือสอง

สถิติปาท่องโก๋ในด้านมูลค่าการโอน ราคาต่ำ 3 ล้านบาทบ้านใหม่ก็ติดลบ -13% บ้านมือสองทรงตัวที่ 0.1% กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท บ้านใหม่ติดลบ -4.6% จากเดิมเคยโอนทะลุ 102,350 ล้านบาท ลดเหลือต่ำแสนล้านอยู่ที่ 97,591 ล้านบาท และไปโตในบ้านมือสอง 15.5%

“ตัวเลขโอนลดลงในช่วง 9 เดือนแรก สะท้อนว่าแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อสูงขึ้น ทำให้ยอดโอนลดลง และในชีวิตจริง ฐานใหญ่ตลาดที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 5 ล้านมีสัดส่วนสูงถึง 70% เป็นเมนทอลิตี้ของดีมานด์ซื้อ แต่ติดปัญหาโอนไม่ได้เพราะกู้ไม่ผ่าน”

กำลังซื้อฝืด-บ้านมือสองมาแรง

เมื่อดูให้ละเอียดลึกลงไปอีก “บ้านแนวราบ” ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ภาพรวมจำนวนหน่วยโอน -6% แบ่งเป็นบ้านใหม่ -11.9% บ้านมือสอง -2.2% กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ภาพรวมทรงตัวบวก 0.4% แต่บ้านใหม่ติดลบ -12% บ้านมือสองบวก 12%

และภาพรวมมูลค่าโอนติดลบ -5.8% แบ่งเป็นบ้านใหม่ -11.2% บ้านมือสอง -2.2% กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ภาพรวมทรงตัว แบ่งเป็นบ้านใหม่ติดลบหนัก -7.2% ได้บ้านมือสองมาช่วยไว้เช่นกัน เพราะบวก 11.6%

ส่วน “คอนโดฯ” ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ภาพรวมจำนวนหน่วยโอน -8.3% แบ่งเป็นห้องชุดใหม่ติดลบหนักถึง -15.6% ห้องชุดมือสองเป็นบวก 22.6% ทำให้ถัวเฉลี่ยลดลงไม่แรงมาก กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ภาพรวมบวกได้ 6.5% แต่ห้องชุดใหม่ก็น่าจับตา เพราะแอบติดลบ -0.1% ห้องชุดมือสองบวกสูงถึง 43.6%

และภาพรวมมูลค่าโอนติดลบ -8.5% แบ่งเป็นห้องชุดใหม่ -15.7% ไปบวกห้องชุดมือสอง 22.5% กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ภาพรวมบวก 6.9% แบ่งเป็นห้องชุดใหม่ทรงตัว 0.4% ขณะที่ห้องชุดมือสองบวกถึง 43.2%

การเติบโตของการโอนบ้านแนวราบมือสองที่เป็นบวก 11.6% ห้องชุดมือสองที่เป็นบวก 43.2% สะท้อนกำลังซื้อตกต่ำอย่างชัดเจน เพราะราคาต่ำกว่าสินค้าเปิดขายใหม่ โอกาสการโอนจึงสูงกว่า กระทบชิ่งมาถึงผู้ประกอบการ เพราะถ้าสินค้าใหม่ขายไม่ได้ กลายเป็นสต๊อกติดมือ เป็นซัพพลายคงค้างในตลาด ที่สำคัญแสดงให้เห็นปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน-คอนโดฯ ใหม่ได้เป็นอย่างดี

“ตอนนี้ผลกระทบตลาดภาพรวม สินค้าคอนโดฯ ราคาไม่แพง ทาวน์เฮาส์ 1 ชั้นไม่เกิน 3 ล้าน หรือในต่างจังหวัดได้บ้านแฝดด้วยซ้ำไป เมื่อกู้ไม่ผ่านทำให้คนไม่สามารถซื้อได้ ซัพพลายที่เตรียมสู่ตลาดกระทบแบ็กล็อก (ยอดขายอยู่ระหว่างจ่ายเงินดาวน์) ของผู้ประกอบการไม่สามารถปล่อยได้ และกระทบสภาพคล่องอสังหาฯ ตามมา”

ข้อเสนอแนะจึงออกมาว่า รัฐบาลควรออกมาตรการดูแลกำลังซื้อตลาดแมส ในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เพราะเป็นกลุ่มที่มีดีมานด์มากที่สุด สัดส่วน 70% และเป็นกลุ่มกำลังซื้อหลักของคนไทยที่อยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

รายใหญ่เบียดรายเล็กตกขอบเวที

ภาพสะท้อนจากบิ๊กแบรนด์วงการอสังหาฯ “อุทัย อุทัยแสงสุข” ประธานผู้บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทมีหนี้เยอะ เป็นปัญหาที่ดีเวลอปเปอร์เจอมานานแล้ว ตัวอย่างทาวน์เฮาส์สิริเพลส ราคา 2 ล้านบวกลบ เป็นกลุ่มที่กู้ไม่ผ่านสูง บริษัทต้องรีเซล 2-3 รอบกว่าลูกค้าจะขอสินเชื่อและมาโอนกรรมสิทธิ์ได้

“เมื่อก่อนคอนโดฯ 3 ล้าน แต่ตอนนี้คนซื้อได้แค่ 2.7 ล้าน ผมก็ต้องทำสินค้าราคา 2.7 ล้านออกมาขาย เพื่อให้แมตช์กับกำลังซื้อให้ได้ กลุ่มนี้เป็นเซ็กเมนต์ฐานราก แต่ดีมานด์มหาศาลเลย”

ทั้งนี้ สถานการณ์โควิดบวกกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ส่งผลกระทบมาถึงกำลังซื้อกลุ่ม Affordable หรือตลาดแมสฝืดตัว เป็นโจทย์ท้าทายท่ามกลางการแข่งขันสูงของรายใหญ่ด้วยกัน แสนสิริทดลองตลาดด้วยการออกไฟติ้งแบรนด์ “คอนโด มี” ราคา 1 ล้านบวกลบ มีผลตอบรับน่าพอใจ แม้จะต้องรีเซล 2-3 รอบก็ตาม

“กำลังซื้อยังมี สินค้ายังพอขายได้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับโมเดลการพัฒนาโครงการ ควบคุมต้นทุน ควบคุมสเป็ก มองหาทำเลที่แข่งขันได้ ที่สำคัญ พฤติกรรมคนซื้อคอนโดฯ ส่วนหนึ่งเช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์อยู่ ไม่สามารถผ่อน 2 ทางได้ เราก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่ให้เขาสามารถขอสินเชื่อแล้วผ่อนคอนโดฯ แทนการเช่าได้เลย

จุดโฟกัสอยู่ที่รายใหญ่มีความได้เปรียบด้านแหล่งเงิน และทุกรายยังคงรักษาสถานะการแข่งขัน ทำให้เดินหน้าการลงทุน เพราะดีมานด์มีสูง แต่ดีเวลอปเปอร์รายเล็กมีผลกระทบหนักกว่า

“ภาพรวมปัญหาอยู่ที่ผู้ประกอบการรายเล็กที่มีอยู่ 1,000 กว่ารายในตลาด รอบนี้จะหายไปเยอะ แต่มีดีมานด์สูง เพราะฉะนั้น ดีมานด์จะหนีไปไหน ก็ต้องมาอยู่ที่รายใหญ่นี่แหละ ถึงแม้กู้ไม่ผ่านแต่ยังพอขายได้ ยอดขายตลาดแมสของแสนสิริในปีนี้ไม่ต่ำกว่าเดิม”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บ้าน-คอนโด