Skip to content

ปักหมุดเก็บภาษีคาร์บอน 1 ตุลาคม ขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน

04 มิ.ย. 2567 | 08:03น.
ปักหมุดเก็บภาษีคาร์บอน 1 ตุลาคม ขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน

นับวันเทรนด์เศรษฐกิจสีเขียว ยิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนมากยิ่งขึ้น ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หากไม่ปรับตัวก็จะก้าวไม่ทัน และ อาจจะได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าต่าง ๆ

สำหรับประเทศไทย นับได้ว่าภาคธุรกิจมีการตื่นตัวเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเองก็เช่นเดียวกัน มีความพยายามให้ภาคการเงินเข้าไปมีบทบาทผลักดันภาคการผลิตให้เร่งปรับตัว

ขณะที่หน่วยงานจัดเก็บภาษีอย่าง “กรมสรรพสามิต” ก็เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากเป็นหน่วยงานเกี่ยวโยงกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม/ผู้ผลิตสินค้าโดยตรง โดยมีการวางเป้าหมายการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2065

หมุดหมายที่สำคัญ คือ การเตรียมเก็บภาษีคาร์บอน หรือ Carbon Tax ซึ่งจะเป็นภาษีประเภทใหม่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิต

“ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงทิศทางนโยบายของกรมสรรพสามิตในปี 2567 ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมสรรพสามิตมีบทบาทสำคัญในการดำเนินมาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ดูแลพี่น้องประชาชน รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศให้ยั่งยืน โดยไม่ได้มุ่งเน้นการจัดเก็บภาษีเพียงอย่างเดียว

กรมสรรพสามิตได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายที่สนับสนุนสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG ซึ่งช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2565 กรมสรรพสามิตได้ประกาศตัวเป็น “กรม ESG” เพื่อให้การดำเนินงานสอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจและสังคม การปรับตัวที่รวดเร็วของเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยนำกลยุทธ์ EASE Excise เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ (Purpose) ของกรมสรรพสามิตที่ต้องการ

“ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาษีสรรพสามิต มุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน”

การสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เติบโต หรือในขณะเดียวกันก็สามารถใช้มาตรการภาษีในการช่วยลดการบริโภคในสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงเป็นที่มาของยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยภาษีสรรพสามิต โดยมุ่งเน้นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สร้างมาตรฐานสากล เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน เพื่อให้การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนสอดคล้องตามนโยบายภาพใหญ่ของกระทรวงการคลังและภาครัฐ

“ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้มาตรการทางภาษีเป็นตัวขับเคลื่อน จะเห็นได้ว่า บทบาทของกรมสรรพสามิตนอกจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมาตรฐานและผลักดันในเรื่องดังกล่าว โดยใช้มาตรการภาษีสรรพสามิต” ดร.เอกนิติกล่าว

“ดร.เอกนิติ” กล่าวว่า สำหรับในปีงบประมาณ 2567 ก็เช่นเดียวกัน กรมสรรพสามิตยังเดินหน้านโยบายที่สนับสนุน ESG อย่างต่อเนื่อง ตามยุทธศาสตร์ EASE Excise โดยมุ่งเน้นนโยบายภาษีสรรพสามิตที่ส่งเสริมภาษีสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ได้แก่ มาตรการภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) นโยบายส่งเสริมการนำเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 มาตรการปรับโครงสร้างภาษีแบตเตอรี่เพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และมาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีรถยนต์เพื่อผู้พิการและผู้สูงอายุ

สำหรับมาตรการอุดหนุนราคารถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เป็นการขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่ามาตรการภาษีที่ลดลง ทําให้ปัจจุบันประเทศไทยมียอดขายอีวีในปี 2566 ที่ผ่านมา มีมากกว่า 70,000 คัน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 600% จากปี 2565 เรียกว่ามีการเติบโตเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของไทยในปี 2566 อยู่ที่ 21,677 คัน เติบโตจากปี 2565 ถึง 125%

นอกจากนี้เงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตกำหนดให้ผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการ ต้องผลิตรถ EV ในไทยชดเชย ถือเป็นมาตรการส่งเสริมการลงทุน ทำให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนกว่า 6.1 หมื่นล้านบาท เป็นการรักษาฐานการผลิตของประเทศไทย และมุ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย

“ขณะที่การจัดเก็บภาษีคาร์บอน ถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญ และปัจจุบันมีหลายธุรกิจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สูงมาก อาทิ สินค้ากลุ่มพลังงานและกลุ่มขนส่ง ประมาณ 70-80% การจัดเก็บภาษีคาร์บอน จะสอดคล้องกับกติกาโลก และมาตรฐานสากลด้วย” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอธิบดีกรมสรรพสามิตปักหมุดไว้ว่า จะเริ่มจัดเก็บภาษีคาร์บอนตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 อย่างไรก็ดี เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คงจะต้องรอฟังนโยบายอีกครั้ง ว่าจะเดินหน้าตามแผนเดิมหรือไม่