เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
Economic สรรเพชญ บูมภาคใต้ 4 แสนล้าน ลุยตอกเข็ม 2 สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-เกาะลันตา 14 พ.ย.
The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
Biz Movement The Ritz-Carlton ชวนล่องเรือคลาสสิกชมวิวสองฝั่งเจ้าพระยา เปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ
SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
SD SX2026 เสนอทางรอดชาวนาไทย ‘ลดต้นทุน-ตัดวงจรหนี้-สร้างตลาดใหม่’
‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
Real Estate ‘แสนสิริ’ ถอดบทเรียนน้ำท่วม ยกเครื่องรับมือ ‘ภัยพิบัติ’
ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
Economic ส.อ.ท.ร่วมรัฐบาลบุกญี่ปุ่น ถก อุตฯไทยเชื่อมห่วงโซ่โลก
พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชาธิวาสวิหาร
รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
News รฟท.แจงดีลรถไฟมือ 2 จากญี่ปุ่น – ยันเดินหน้าส่งเสริมนโยบาย Local Content
‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
News ‘ปกครอง’ คุมเข้ม ‘มูลนิธิทั่วไทย’ สั่งรายงานผล-บัญชีการเงินทุกปี ยื่นออนไลน์ได้
ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
Finance ธปท.ดีเดย์ “Stablecoin” เงินบาทลุยจัดระเบียบ “ธุรกิจแลกเงิน” สกัดทุนเทา
‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
News ‘สุชาติ’ กำชับเฝ้าระวัง ‘วาฬบรูด้า’ อ่าวไทย หลังพบซากเกยตื้น ขอลดความเร็วเรือ
ดูทั้งหมด

CSV ซีพีแรม ภารกิจปล่อยปูม้าคืนสู่ทะเลไทย

27 มี.ค. 2567 | 17:00น.

นับเป็นเวลากว่า 12 ปีที่ซีพีแรมดำเนินโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” เพื่อส่งเสริมห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) และส่งเสริมความมั่นคงด้านอาหาร ตามแนวทาง FOOD 3S ของซีพีแรม ได้แก่ Food Safety, Food Security and Food Sustainability ตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ในฐานะเป็นผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานหลายรูปแบบทั้งอาหารแช่เย็น และแช่เข็ง รวมถึงเบเกอรี่อบสด

สำหรับโครงการ “ปูม้ายั่งยืน คู่ทะเลไทย” เกิดจากการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคราชการ และชาวประมงพื้นบ้านร่วมกันปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าระยะ Young Crab คืนสู่ท้องทะเลไทยในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ซึ่งปัจจุบันสามารถปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าสะสมแล้วกว่า 1.4 ล้านตัว

ล่าสุดปล่อยลูกพันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลต่อเนื่อง ณ บ้านพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นความร่วมมือกับกรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 3 (สุราษฎร์ธานี), บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด กลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ปูม้า ธนาคารปู และชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมร่วมเก็บขยะบนพื้นที่เกาะเสร็จ ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำทางท้องทะเลที่สำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู
วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู

“วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า การปล่อยพันธุ์ปูม้าลงสู่ทะเลเป็นการอนุรักษ์เพาะพันธุ์ปูม้าให้อยู่คู่กับทะเลไทย ทั้งยังสร้างความสมบูรณ์ทางทะเล ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นการช่วยส่งเสริมอาชีพของชาวประมงให้คงอยู่ต่อไปด้วย เนื่องจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถือเป็นแหล่งที่เรารับซื้อปูมากที่สุด โดยมีวิริยะเครป ผู้ผลิต และส่งออกอาหารทะเลแปรรูป เป็นผู้รับซื้อปูม้าจากประมง และส่งต่อมาที่ซีพีแรม

อีกทั้งยังเล็งเห็นว่าสุราษฎร์ธานี มีศูนย์เพาะเลี้ยงพันธุ์ปู มีชาวบ้านจัดทำธนาคารปูม้า และยังมีเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของซีพีแรมที่อยากให้เกิดความร่วมมือกันในทุกภาคส่วน ในการสร้างความสมบูรณ์ทางทะเล โดยเฉพาะการเพิ่มปริมาณปูม้าในทะเล

“ซีพีแรมสนับสนุนศูนย์เพาะเลี้ยงปู ซึ่งมีทีมนักวิจัยทำงานเพื่อหาจุดอ่อน จุดแข็งในการอนุรักษ์พันธุ์ปูให้เกิดความยั่งยืน โดยการสนับสนุนทั้งเงินทุน เพราะเขาต้องใช้อาหาร ใช้เครื่องปั่นไฟ ออกซิเจนต่าง ๆ รวมถึงศึกษาการปล่อยปูลงสู่ทะเล ซึ่งเราเลือกระยะ Young Crab ปล่อยลงสู่ทะเล

เพราะถือเป็นระยะปลอดภัย ด้วยขนาด 0.5-1 เซนติเมตร ที่มีอัตรารอดประมาณ 80-95% เพราะถ้าหากปล่อยระยะที่เหมือนลูกอ๊อดจะกลายเป็นอาหารของสัตว์น้ำอื่น ๆ ได้ง่าย ฉะนั้นเรามองว่าระยะนี้เป็นระยะที่เอาตัวรอดได้มากกว่า เพราะมีขา มีตา กระดองครบถ้วน สามารถว่ายน้ำได้ ซุกตัวได้ หนีได้”

“วิเศษ” กล่าวต่อว่า โครงการปล่อยปูถือเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม CSV (Creating Shared Value) หรือการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กร และสังคม โดยใช้ทรัพยากรและความเชี่ยวชาญขององค์กรในการสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือสังคม และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อธุรกิจด้วย

ซึ่งเราคาดว่าจะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับขยายพื้นที่ดำเนินการต่อไป ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะลงพื้นที่ใดบ้าง โดยเฉพาะทะเลอ่าวไทย เพราะเป็นทะเลปิด เมื่อปล่อยปูลงไปแล้ว ปูจะยังวนอยู่ในอ่าวไทย

ขณะเดียวกันต้องดูบริบทอื่น ๆ บางพื้นที่เป็นเขตอนุรักษ์สัตว์น้ำ ว่าเหมาะสมหรือไม่ เราคงไม่ได้ทำทุกชายฝั่งทะเลประเทศไทย แต่คาดหวังอยากให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้น จนกลายเป็นพลังร่วมมือกันที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากเราเป็นธุรกิจที่ผลิตอาหาร ไม่ได้มองแค่เรื่องของปูม้า แต่ยังมองเรื่องของการสร้างความมั่นคงด้านอาหารอื่น ๆ ด้วย เพราะอยากจะยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศทั้งห่วงโซ่อุปทานให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้

เพราะถ้าดู 1 ใน 5 อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมอาหาร ฉะนั้นเราจึงร่วมทำหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อผลิตคนรุ่นใหม่มาช่วยต่อยอดอุตสาหกรรม โดยที่ผ่านมาทำหลักสูตรกับคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร (SMAFT) สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

ซีพีแรม ดำเนินธุรกิจมากว่า 37 ปีแล้ว มีความแข็งแกร่งในหลาย ๆ ด้าน เช่น องค์ความรู้ทางด้านการจัดการที่ซีพีแรมได้รับรางวัล The Deming Prize 2023 จากสมาคมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นรางวัลระดับโลกที่นานาชาติให้การยอมรับว่าองค์กรที่ได้รับรางวัลนี้มีความโดดเด่นในด้านการบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพทั่วทั้งองค์กร

ซึ่งบริษัทเราเป็น 1 ใน 3 องค์กร ที่เข้ารับรางวัลดังกล่าว และถือเป็นผู้ผลิตเบเกอรี่รายแรกของไทยและของโลกที่ได้รับรางวัลนี้ จากเดิมที่มักเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์, พลาสติก, เคมีภัณฑ์, ไวน์ และอื่น ๆ ซึ่งหมายความว่าเรามีการบริหารจัดการที่ดี ที่สามารถเผยแพร่สู่กลุ่มธุรกิจอาหารอื่น ๆ ได้ เพราะอยากให้ทุกแห่งยกระดับไปพร้อมกัน

เพราะบางธุรกิจก็เป็นวัตถุดิบของเรา ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊ว น้ำตาล ก็อยู่ในซัพพลายเชนเราทั้งสิ้น

“วิเศษ” กล่าวอีกว่า การสร้างคนสู่อุตสาหกรรมอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการอาหาร จะมีการเรียนการสอนในรูปแบบของ work base learning เรียนเพื่อให้ทำงานจริง ซึ่งเปิดสอนในระดับปริญญาตรี เมื่อปี 2566 มีนักศึกษาเข้าเรียนทั้งหมด 40 คน ต่อยอดจากที่ผ่านมาซีพีแรมริเริ่มโครงการ โดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์-ซีพีแรม ขึ้นในปี 2551

โดยร่วมมือจากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ สร้างหลักสูตรระดับ ปวช. รูปแบบทวิภาคี เรียนรู้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติ ใน 2 สาขาวิชา คือ สาขาธุรกิจอาหาร และสาขาเมคคาทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ต้องการโอกาสทางการศึกษา ต่อในระดับที่สูงขึ้น และมีรายได้ระหว่างเรียน โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ บุตรหลานพนักงาน คนในชุมชน

“เราจึงต่อยอดสู่ระดับป.ตรี เนื่องจากเด็กที่จบจากคณะวิทย์ที่นี่ ส่วนหนึ่งมีโอกาสทำงานกับซีพีแรม อีกส่วนจะมีโอกาสไปต่อยอดอุตสาหกรรมอาหารในองค์กร หน่วยงานอื่น ๆ และต่อไปยังเล็งว่าจะเปิดหลักสูตรในลักษณะโมดูล (Module) เพื่อให้คนเข้ามาเรียนเก็บความรู้ ไม่เน้นปริญญา แต่เน้นการนำไปปฏิบัติจริง ทุกวันนี้คนกระหายความรู้เยอะมาก แม้แต่พนักงานของซีพีแรม

หลายคนเอาเวลาว่างไปเรียนรู้ในสิ่งที่เขาอยากรู้ ซึ่งผมมองว่าคือเรื่องที่ดี ที่เราควรจะส่งเสริม ดังนั้นการเรียนแบบโมดูลเป็นระบบการเรียนที่ยืดหยุ่น เรียนแล้วนำไปใช้งานได้จริง คาดว่าจะเริ่มได้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้”