การปลุกจิตสำนึก เพื่อสร้างกระบวนการเปลี่ยนแนวคิด ที่จะทำให้ “ขยะ” ที่ทุกคนร้องยี้ ได้เกิดใหม่เป็นของดีดูมีค่านั้น ประเทศทั่วโลกและประเทศไทยต่างรณรงค์ประกาศเจตนารมณ์เรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
สุดยอดแนวคิดของพลังสร้างสรรค์ นอกจากจะทำให้เลิกร้องยี้ได้แล้ว มนุษย์ยังสามารถยกระดับไปอีกขั้น ด้วยการแปลงขยะหรือสิ่งของเหลือใช้ ให้เป็น “สินทรัพย์” หรือ “รายได้” เพิ่ม ซึ่งกลายเป็นทางออกที่สวยงามในการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
ล่าสุด วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ ศิลปิน ผู้ท้าทายกรอบความคิดทางศิลปะ ด้วยการเปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น “งานศิลปะ” อันทรงคุณค่า ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

การเปลี่ยนโฉมจากเศษวัสดุสู่งานศิลปะนั้น นอกจากเป็นเรื่องความสวยงามแล้ว ยังเป็นเรื่องของสังคมโดยรวมที่เราทุกคนต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ดังนั้น ในเร็ว ๆ นี้ เธอจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับผลงานในนิทรรศการ “Adaptation : ทั้งจำ ทั้งปรับ” ซึ่งจะจัดแสดงขึ้นที่ noble PLAY ทำเลใจกลางเมือง
“วิชชุลดา” อธิบายว่า นิทรรศการ “Adaptation ทั้งจำ ทั้งปรับ” คือบทสนทนาเชิงศิลป์ที่ถักทอขึ้น จากเศษเสี้ยวของเมืองที่กำลังเติบโต
แต่ละผลงานคือ ร่องรอยแห่งการเปลี่ยนแปลงรอยแผลเป็นที่ธรรมชาติได้รับจากการขยายตัวของเมือง สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำของมนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม
ทว่าในความเสียหายนั้น เหล่าศิลปินต่างช่วยกันชุบชีวิตเศษซากที่เรียกว่าขยะทั้งหลาย ให้กลายเป็น “เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง”
สื่อถึงการ “จำ” ความผิดพลาดในอดีต เพื่อที่จะ “ปรับ” เปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่หนทางแห่งความยั่งยืนที่ทั่วโลกโหยหา
“noble PLAY” และ “วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์” เลยมีวัตถุประสงค์ร่วม พร้อมกับมีทิศทางเดินในทางเดียวกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาและหนทางการแก้ไขด้านสิ่งแวดล้อมให้เบาบางลง
พร้อมทั้งร่วมกันขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้เกิดประโยชน์สูงสุด
รูปธรรมที่จะช่วยให้เห็นภาพ และทิศทางที่จะก้าวต่อไปในโลกใบใหม่
เธอและพันธมิตรคาดหวังว่า มิติของการจัดนิทรรศการในครั้งนี้คงจะให้ไอเดียใหม่ ๆ และบ่งบอกถึงพลังแห่งความตั้งใจได้บ้าง
ภายในนิทรรศการจะเป็นการรวบรวมเศษวัสดุเหลือใช้ จากการก่อสร้างที่ถูกมองข้าม มาร่วมสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ ซึ่งถือว่าท้าทายกรอบความคิดเดิม ๆ อยู่มาก
“ดังนั้น สิ่งที่ถูกเรียกว่า สิ่งของไร้ค่าที่ทุกคนมองข้าม เราจะกระตุ้นให้ผู้ชมที่มางานนิทรรศการได้ตั้งคำถามร่วมกัน ถึงความสัมพันธ์ที่ดูซับซ้อนระหว่าง 3 สิ่ง นั่นคือมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และสภาพเมือง”
นิทรรศการนี้จะพาทุกคนออกเดินทางไปสำรวจความหมายของการปรับตัวและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
โดยใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสาร ทำให้ผู้ชมได้ใคร่ครวญถึงบทบาทของตนเองในสังคมและสิ่งแวดล้อม
เพราะศิลปินเป็นเพียงผู้สร้างสรรค์พื้นที่แห่งการตั้งคำถาม และการค้นพบ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ทุกคนจดจำบทเรียนจากอดีต และการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต
พร้อมตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

ตัวอย่าง เช่น “ต้นไม้จำแลง” หรือ Three-Tree Transformation เป็นหนึ่งในศิลปะแห่งการจัดวาง (Installation Art) ที่นำเศษวัสดุจากงานก่อสร้าง พวกเหล็กเส้น ท่อ อิฐ กระเบื้อง และปูนซีเมนต์ มาชุบชีวิตขึ้นใหม่ให้กลายเป็นต้นไม้
ซึ่งต้นไม้จำแลงสามารถแปลงกายได้ 3 ร่าง ใน 3 เทศกาล คือ “ฮัลโลวีน-คริสต์มาส-ตรุษจีน” ทุกชิ้นงานศิลปะเป็นเชิงสัญลักษณ์จากร่องรอยการก่อร่างสร้างเมือง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว การเรียนรู้ และการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ของศิลปินและสังคม ที่เชิญชวนให้ผู้ชมออกเดินทางสำรวจ
พร้อมตั้งคำถามถึงแก่นแท้ของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งยังสร้างพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิด และกระตุ้นให้ทุกคนเปิดใจรับความแตกต่าง
“ป่าคอนกรีต ผลิใบ” เหมือนเราก้าวย่างเข้าสู่ดินแดนในจินตนาการที่เต็มไปด้วยซากเศษวัสดุเหลือทิ้งของโครงสร้างอันแข็งแกร่ง กลายพันธุ์มาเป็นต้นไม้ที่แผ่ขยายกิ่งก้านสาขา เติบโตเป็นลำต้นมั่นคง และแตกหน่อกระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ

ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก และไวนิลหลากสีสัน จะถูกนำมาถักทอเป็นใบไม้ ดอกไม้ และผลไม้ สร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยกล่องที่พันด้วยไวนิล ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบจากการบริโภคและสัญลักษณ์ของความหวัง เมื่อสิ่งของไร้ค่าหมดประโยชน์ ถูกเปลี่ยนให้เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เพราะเชื่อว่า ป่าคอนกรีตผลิใบเชื่อมโยงมนุษย์ สิ่งแวดล้อม และเมืองเข้าด้วยกันได้ ม้านั่งที่วางไว้รอบ ๆ เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้หยุดพัก พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างชุมชนเล็ก ๆ ที่เติบโตเคียงข้างต้นไม้ในโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ผลงานชิ้นนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการปรับตัว เพื่อความอยู่รอดทั้งมนุษย์และธรรมชาติ เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นผลกระทบจากการบริโภค เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่า
“Finale : อวสาน … สู่การเริ่มต้นใหม่” บทสุดท้ายของการเดินทาง การเปิดประตูสู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เป็นแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ และกระบวนการทำงานของศิลปินได้หลอมรวมกันเป็นตัวอย่างของการปรับตัวของทั้งมนุษย์และธรรมชาติเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
การเดินทางครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และการค้นพบที่จะจุดประกายความคิดสร้างสรรค์และความตระหนักรู้ว่า โลกใบนี้มีเพียงหนึ่งเดียวและทรัพยากรมีอย่างจำกัด การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน คือการสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสสร้างสรรค์และเติบโตต่อไป
“SUSTAINABLE MAP : Map of Bangkok, Thailand” การเดินทางสำรวจกรุงเทพฯผ่านสายตาศิลปินที่ผสานความงามและความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน จากเศษวัสดุก่อสร้างและวัสดุเหลือใช้กว่า 300 กิโลกรัม ร้อยเรียงเรื่องราวของสถานที่สำคัญ 179 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่ร้านอาหารชื่อดัง คาเฟ่สุดฮิต พิพิธภัณฑ์ สถานที่ทางศาสนา และแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาด
ผู้มาชมงานสามารถค้นสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง สร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้
มาร่วมเดินทางสัมผัสประสบการณ์ศิลปะ โดยย้อนไปศึกษาบทเรียนจากอดีต เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนวิถีที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมจุดประกายความหวังสำหรับอนาคตด้วยกัน ในนิทรรศการ “Adaptation ทั้งจำ ทั้งปรับ” ซึ่งจัดแสดงนานข้ามปี ตั้งแต่วันนี้-26 มกราคม 2568 เวลา 08.00-17.00 น. โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ noble PLAY ติด BTS เพลินจิต