เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET วันนี้ (22 ก.ค.) คาดกรอบ 1,645-1,670 จุด ลุ้นรับอานิสงส์ยักษ์เทคฯ ประกาศกำไร
Finance SET วันนี้ (22 ก.ค.) คาดกรอบ 1,645-1,670 จุด ลุ้นรับอานิสงส์ยักษ์เทคฯ ประกาศกำไร
ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท ทองรูปพรรณ 66,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท ทองรูปพรรณ 66,600 บาท
เกาะปมร้อนสกัด “รถบรรทุกจีน” วิ่งหลุดเส้นทางในไทย พร้อมทำความรู้จัก GMS กับกรอบขนส่ง 6 ประเทศ
Economic เกาะปมร้อนสกัด “รถบรรทุกจีน” วิ่งหลุดเส้นทางในไทย พร้อมทำความรู้จัก GMS กับกรอบขนส่ง 6 ประเทศ
ไทยซัมมิทผนึก 5 ยักษ์ชิ้นส่วน กู้วิกฤตจี้รัฐร่วมเอกชนพลิกเกมรับมือยุค EV
Automotive ไทยซัมมิทผนึก 5 ยักษ์ชิ้นส่วน กู้วิกฤตจี้รัฐร่วมเอกชนพลิกเกมรับมือยุค EV
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
แอร์พอร์ตลิงก์ขัดข้อง เดินรถเหลือ 1 ขบวนต่อชั่วโมง รฟท.-ขสมก.จัดรถรับส่ง
News แอร์พอร์ตลิงก์ขัดข้อง เดินรถเหลือ 1 ขบวนต่อชั่วโมง รฟท.-ขสมก.จัดรถรับส่ง
ไชน่า ช็อก 2.0 สะเทือนโลก
World ไชน่า ช็อก 2.0 สะเทือนโลก
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.7% อยู่ที่ 66,589 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (22 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.7% อยู่ที่ 66,589 เหรียญสหรัฐ
‘ดารา’ หนีตายทีวีซบเซา เดบิวต์เป็นอินฟลู-ไลฟ์ขายของ รับเงินไว รายได้สูง
Business ‘ดารา’ หนีตายทีวีซบเซา เดบิวต์เป็นอินฟลู-ไลฟ์ขายของ รับเงินไว รายได้สูง
พยากรณ์อากาศ (22 ก.ค. 69) เตือนทั่วไทยฝนเพิ่ม เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (22 ก.ค. 69) เตือนทั่วไทยฝนเพิ่ม เหนือ-อีสาน-ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ดูทั้งหมด

“ทีมมหิดลวิทยานุสรณ์” คว้าแชมป์ Green Mission ปีที่ 2 ด้วยนวัตกรรมแผนที่พยากรณ์โรค รับมือโลกร้อนอย่างชาญฉลาด

17 พ.ย. 2568 | 18:27น.
“ทีมมหิดลวิทยานุสรณ์” คว้าแชมป์ Green Mission ปีที่ 2 ด้วยนวัตกรรมแผนที่พยากรณ์โรค รับมือโลกร้อนอย่างชาญฉลาด

“Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 2” ปิดฉากอย่างงดงาม ภายใต้ธีม “Climate Change Adaptation โลกเปลี่ยน เราปรับ” เยาวชนจาก 20 ทีมทั่วประเทศร่วมโชว์ศักยภาพคิดนวัตกรรมสู้วิกฤตภูมิอากาศ-ทีมโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์คว้าแชมป์ด้วยแนวคิด “CHAMP Platform” ระบบแผนที่วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย-อากาศ-ภาพดาวเทียม เพื่อคาดการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกได้ล่วงหน้า ตอกย้ำพลังคนรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนไปกับ GULF และจุฬาฯ

ปิดฉากอย่างสวยงามสำหรับการแข่งขัน “Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 2” ภายใต้โจทย์ท้าทาย “Climate Change Adaptation โลกเปลี่ยน เราปรับ” ที่จัดโดยบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยปีนี้ ทีมที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง คือทีมจากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จากแนวคิดนวัตกรรม “Climate, Health Adaptation & Monitoring Platform” (CHAMP) หรือแผนที่แสดงข้อมูลและพยากรณ์การระบาดโรค ที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย สภาพอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคอย่างไข้เลือดออกได้อย่างทันท่วงที คว้าโล่พร้อมทุนการศึกษา 40,000 บาทไปครอง

จากผู้สมัครกว่า 798 ทีมทั่วประเทศ คัดเลือกเหลือ 20 ทีมที่ได้รับโอกาสพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย เริ่มจากการทัศนศึกษา ณ โรงไฟฟ้าอุทัยของ GULF และสถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม จ.ปทุมธานี เพื่อเสริมสร้างความรู้เชิงลึกด้านพลังงานและดาวเทียม ไฮไลต์สำคัญคือการเข้าร่วมค่าย Bootcamp 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ จ.สระบุรี ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Carbon Neutral Event เพื่อเป็นแบบอย่างด้านการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ ภายในค่ายอัดแน่นด้วยองค์ความรู้และคำแนะนำที่เข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ, สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) พี่ ๆ นิสิตจากชมรม Club Below 1.5°C ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และทีมพนักงานกัลฟ์อาสา น้อง ๆ ได้พัฒนาทักษะสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผ่านเวิร์กช็อปที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง อาทิ การวิเคราะห์ความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ, การออกแบบเมืองที่ยืดหยุ่น (Climate-Resilient), การทำความเข้าใจกรอบนโยบาย NAPs (National Adaptation Plans), การฝึกคิดเชิงกลยุทธ์, ทักษะ Project Management และเทคนิควิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study) นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking) และ Growth Mindset เพื่อให้น้อง ๆ ก้าวสู่การเป็นผู้นำที่พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับโลกได้อย่างก้าวกระโดด

ในส่วนของ 6 ฐานกิจกรรม เน้นเปลี่ยนทฤษฎีสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและกระตุ้นความคิด เช่น ฐาน Climate Tech จากพี่ ๆ GULF ให้ความรู้เชิงลึกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ตั้งแต่สาเหตุ ผลกระทบ ไปจนถึงการรับมือกับความเสี่ยง (Physical Climate Risks) และแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก (GHGs) และการปรับตัว (Climate Adaptation) พร้อมด้วยเกมลับสมองที่ช่วยให้น้อง ๆ ได้ผ่อนคลายในช่วงพักเบรก แต่ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ น้อง ๆ ยังได้เรียนรู้ผ่านการเล่นบอร์ดเกม Forsaken Whale, วิเคราะห์ปัญหาการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด (Maladaptation), และฝึกเชื่อมโยงประเด็นสิ่งแวดล้อม ในฐาน Connecting the Dot เป็นต้น

ปิดที่การแข่งขัน Hackathon คิดนวัตกรรมเร่งด่วนสุดเข้มข้น ก่อนคณะกรรมการจะคัดเลือก 8 ทีมสุดท้าย เพื่อนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ (Final Pitching) โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนคือความถูกต้องทางวิชาการ ความเป็นไปได้ต่อการประยุกต์ใช้ ความโดดเด่นของแนวทางการพัฒนา และความน่าสนใจของการนำเสนอ สำหรับรางวัลชนะเลิศ คือโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ กับแนวคิดนวัตกรรม “Climate, Health Adaptation & Monitoring Platform” แผนที่แสดงข้อมูลและพยากรณ์การระบาดโรค โดยใช้ข้อมูลผู้ป่วย สภาพอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียม โดยหยุดการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก

โดยใช้ฐานข้อมูลด้านสภาพอากาศ เพื่อพยากรณ์พื้นที่ที่จะเกิดการระบาดและสามารถเตรียมการรับมือได้อย่างทันท่วงที ส่วนทีมโรงเรียนน้ำพองศึกษา คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 ด้วยโครงการแอป ประเมินความสุกทุเรียนด้วย AI และรองชนะเลิศอันดับที่ 2 คือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กับโครงการแอป รับมือสุขภาพจาก Climate Change เพราะความเสี่ยงด้านสุขภาพ (เช่น โรคอุบัติใหม่, คลื่นความร้อน, ภัยพิบัติ) เพิ่มสูงขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่ปรึกษาดีเด่น ที่มอบให้แก่อาจารย์ที่ปรึกษา 2 ท่าน ได้แก่ ดร.พัสวีพิชญ์ รุ่งโรจน์ตระกูล โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และ อ.เดชา ขันธจิตต์ โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา

นางสาวธีรตีพิศา เตวิชพศุตม์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ และขอชื่นชมเยาวชนทั้ง 20 ทีมที่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่น และความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation)

GULF ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งนวัตกรรม ให้เยาวชนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน ผ่านการถ่ายทอดความรู้เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน และการสนับสนุนจากทีมกัลฟ์อาสาที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงค่าย ตลอดกิจกรรมที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริง ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า เยาวชนคือพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านสังคมสู่ความยั่งยืน GULF ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ และผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่ยั่งยืน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต่อโลกใบนี้ต่อไปค่ะ

ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรักษาการผู้อำนวยการสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) กล่าวว่า ธีมปีนี้ ‘โลกเปลี่ยน เราปรับ’ ถือว่าตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี การที่มีน้อง ๆ เกือบ 800 ทีมสมัครเข้ามาในโครงการ แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายเยาวชนที่มีภารกิจและเป้าหมายเดียวกันนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา แม้กิจกรรมจะเข้มข้น แต่นั่นคือสิ่งที่เติมเต็มประสบการณ์และทำให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ในเชิงลึกมากขึ้น ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ Green Mission by Chula x GULF จะสามารถดำเนินต่อไปได้ในทุก ๆ ปี เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและสร้างผู้นำเพื่อโลกที่ยั่งยืนครับ

สำหรับปีนี้โครงการมี 3 ไฮไลต์สำคัญ ที่โดดเด่นกว่าทุกปี ได้แก่

ไฮไลต์ที่ 1 : การตอบรับอย่างล้นหลาม
ปีนี้ได้รับใบสมัครจากโรงเรียนทั่วประเทศมากที่สุดตั้งแต่เคยจัดมา กว่า 800 โรงเรียน แต่สามารถคัดเลือกได้เพียง 20 ทีม ที่ต้องเรียนรู้และลงมือทำจริง (“Learn-Doing-สรุป”) โดยน้อง ๆ ต้องลงพื้นที่สำรวจปัญหาในชุมชน และพิสูจน์ว่าไอเดียของตน “ทำได้จริง” ด้วยหลักฐาน

ไฮไลต์ที่ 2 : กระบวนการเรียนรู้ที่เข้มข้นขึ้น
ในค่าย Bootcamp 4 วัน 3 คืน ได้ปรับรูปแบบให้เข้มข้นกว่าเดิม จากเดิมที่เน้นการ “คิดและทำ” มาเป็นการ “เห็นของจริง-เรียนจากประสบการณ์จริง” ทำให้ไอเดียและนวัตกรรมที่นำเสนอมีความเป็นไปได้และตอบโจทย์มากขึ้น

ไฮไลต์ที่ 3 : การคัดเลือกแบบ Hackathon เต็มรูปแบบ
เส้นทางสู่รอบชิงไม่ง่าย เพราะต้องผ่านกระบวนการ Pitching 2 รอบ และการประเมินจากกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและบริษัทไทยคม ส่งผลให้น้อง ๆ ได้รับประสบการณ์จริงที่มีคุณค่าและติดตัวไปในระยะยาว

ศ.ดร.พิสุทธิ์กล่าวต่อว่า ทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่ควรในยุค Climate Change มี 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Proof)
ต้องเข้าใจและอธิบายได้อย่างมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เช่น ความเชื่อมโยงของอุณหภูมิโลก น้ำระเหย และภาวะโลกร้อน เพื่อให้การพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งอยู่บน “ข้อเท็จจริง” ไม่ใช่ “ความเชื่อ”

2. Accountability (การรับผิดชอบและคำนวณได้)
ต้องรู้จักวัดและอธิบายผลกระทบ เช่น การคำนวณ Carbon Footprint และเข้าใจว่ากิจกรรมต่าง ๆ ทำให้โลกร้อนขึ้นได้อย่างไร

3. Adaptation & Mitigation (การปรับตัวและลดผลกระทบ)
ต้องรู้จักปรับพฤติกรรมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และรับมือกับภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงขึ้น เพื่อให้ประเทศเดินหน้าสู่เป้าหมาย NDC 3.0 และ Net Zero GHG ได้จริง

“จากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา พบว่า น้อง ๆ เข้าใจมากขึ้นว่าปัญหาในชุมชนเกี่ยวพันกับ Climate Change และสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันยังพบว่าไอเดียและนวัตกรรมของเยาวชน ‘คมชัดและเป็นจริงมากขึ้น’ หลังผ่าน Bootcamp 4 วัน 3 คืน และร่วมเดินทางกับโครงการในระยะยาว จนกลายเป็น ‘Young Gen’ ที่พร้อมเป็นทูตแห่งความยั่งยืนของประเทศ” ศ.ดร.พิสุทธิ์กล่าว

นายภูวรา วัชรารัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ในฐานะพี่เลี้ยงและอดีตผู้เข้าร่วมค่าย Green Mission รุ่นแรก เล่าว่าในปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ Green Mission ได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่โรงไฟฟ้าของบริษัทกัลฟ์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ทำให้ได้พบและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรที่ทำงานจริงในภาคพลังงาน รวมถึงได้รับคำแนะนำจากเมนเทอร์และอาจารย์ระดับบัณฑิตศึกษา จนสามารถนำกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรมไปต่อยอดใช้ได้จริง

การกลับมาร่วมโครงการอีกครั้งในปีนี้ เขาบอกว่าเกิดจากความตั้งใจอยากส่งต่อโอกาสและประสบการณ์ดี ๆ ให้กับน้อง ๆ พร้อมชื่นชมว่าผู้เข้าร่วมรุ่นใหม่มีความตั้งใจและทุ่มเทอย่างมาก
“ปีนี้รู้สึกเหมือนได้กลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนบทบาทจากผู้เข้าแข่งขันมาเป็นพี่ที่ช่วยจัดค่าย ทำให้เห็นมุมมองที่ต่างออกไป จากตอนเป็นผู้เข้าร่วมที่รอลุ้นผลแข่งอย่างเดียว มาเป็นคนที่อยากเห็นโครงการนี้ดำเนินต่อไปนาน ๆ เพื่อส่งมอบความรู้ให้คนรุ่นต่อไปครับ”


นายกันตภณ วณิชชานุกร, นายกิตตินันนท์ อรรถศิริ และนายวชิรวิชญ์ ชาภูมี จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ทีมชนะเลิศอันดับ 1 กล่าวว่า โครงการ Green Mission by Chula x GULF เป็นเวทีที่เปิดโลกและให้พวกเราได้แสดงออกถึงศักยภาพของเราครับ ขอขอบคุณที่พาไปเรียนรู้ ณ สถานีภาคพื้นดาวเทียมไทยคม และโรงไฟฟ้าอุทัย ซึ่งช่วยให้เราได้ความรู้และข้อมูลมาต่อยอดในโครงงาน การเข้าค่าย Bootcamp ทำให้ขอบเขตของงานเรากว้างขึ้นมาก เพราะได้ปรึกษากับอาจารย์และพี่ค่าย ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการคิดนวัตกรรมดี ๆ ที่จะช่วยโลกและผู้คนต่อไป

ซึ่งก่อนเข้าร่วมโครงการ เราแทบไม่เข้าใจเรื่อง Climate Change มากนัก รู้เพียงว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาน้ำท่วมหรือต้นไม้ลดลง แต่เมื่อได้เข้าร่วมจึงเข้าใจลึกซึ้งขึ้นว่า มนุษย์คือหนึ่งในตัวการหลัก ที่สร้างผลกระทบจากความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย โดยมองข้ามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไป
อยากฝากถึงเพื่อนรุ่นต่อไปว่า ลองสมัครเข้ามาเถอะครับ ไม่ต้องกลัว ขอแค่ตั้งใจ คิดให้รอบด้าน ใส่พลังทั้งหมดลงใน Proposal และทำให้เต็มที่ แล้ว Enjoy กับการเรียนรู้ ให้มากที่สุดครับ