Skip to content

SACIT ฟื้นยางรัก-ชุมชน หนุนหัตถศิลป์ไทยยั่งยืน

17 เม.ย. 2569 | 14:18น.
SACIT ฟื้นยางรัก-ชุมชน  หนุนหัตถศิลป์ไทยยั่งยืน

ในโลกของงานหัตถศิลป์ไทยมีวัตถุดิบชนิดหนึ่งที่ฝังรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติมาอย่างยาวนาน แต่กลับเริ่มเลือนหายไปจากความรับรู้ของคนรุ่นใหม่ วัตถุดิบนั้นคือ “ยางรัก” ของเหลวสีดำจากต้นไม้กลางป่าที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ตลอดจนช่างมืองานศิลปหัตถกรรมไทย

ทุกวันนี้แหล่งที่ผลิตยางรักได้มีแห่งเดียวในภาคเหนือ คือที่อำเภออมก๋อย เนื่องจากชาวบ้านกำหนดเขตพื้นที่ป่าชุมชน เป็นกฎหมายที่ทำให้ชุมชนร่วมใช้ประโยชน์จากป่า และร่วมดูแลทรัพยากรของป่าได้

ซึ่งกระบวนการได้มาซึ่งยางรักต้องอาศัยทักษะและความชำนาญเฉพาะทาง ช่างหรือชาวบ้านที่มีความรู้จะใช้วิธีเจาะหรือกรีดลำต้น แล้วรอให้ยางไหลซึมออกมาช้า ๆ ก่อนนำไปกรองและเตรียมเพื่อใช้งาน กระบวนการทั้งหมดต้องอาศัยความอดทนและความเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้อย่างลึกซึ้ง

SACIT

คุณสมบัติเด่นของยางรักคือความสามารถในการยึดเกาะและแข็งตัวเมื่อสัมผัสกับความชื้นในอากาศ เมื่อทาลงบนพื้นผิวไม้หรือวัสดุอื่น ยางรักจะค่อย ๆ แห้งและแข็งตัวจนกลายเป็นชั้นเคลือบที่แข็งแรงทนทาน ให้ความแวววาวและปกป้องวัสดุข้างใต้จากความชื้น แมลง และการผุกร่อนได้เป็นอย่างดี

“สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)” หรือ SACIT เดินหน้าขับเคลื่อนการฟื้นฟูยางรักวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญของงานหัตถกรรมเครื่องรักไทย ล่าสุดผนึกกำลังภาคีเครือข่ายรุดลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชนจัดการยางรักอย่างยั่งยืน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นการพัฒนายางรัก วัตถุดิบต้นน้ำซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานหัตถศิลป์ไทย

SACIT

พร้อมชูยุทธศาสตร์การบูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นมิติการพัฒนาคนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกับงานศิลปหัตถกรรมอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า SACIT มุ่งเน้นการสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางสู่ปลายทาง

ล่าสุดเดินหน้าบทบาทการเชื่อมโยงเครือข่ายงานหัตถศิลป์ถิ่นล้านนาโดยขับเคลื่อนการฟื้นฟูยางรักซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำสำคัญของงานหัตถกรรมเครื่องรักไทย

SACIT

โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดยุคใหม่ โดยมีตัวอย่างความสำเร็จ อาทิ เครื่องรักจากแบรนด์วิชัยกุลเครื่องเขิน โดย ครูพัชรา ศิริจันทร์ชื่น ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 และ นายจักริน สานุวิตร์ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2568 ประเภทเครื่องเขิน (เครื่องรัก) ของ SACIT

พร้อมกันนี้ยังผลักดันให้เกิดการสืบสานและพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพื่อให้งานหัตถกรรมจารึกเป็นอาชีพที่ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานหัตถกรรม ซึ่งชี้ให้เห็นถึงบทบาทของ SACIT ในการเป็นนักปั้นที่ผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ สร้างเอกลักษณ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์ตลาดสากลและสร้างวงจรความยั่งยืนที่เชื่อมโยงทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมอาชีพ และการเชิดชูอัตลักษณ์หัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่คู่สังคมอย่างภาคภูมิ

ในโอกาสนี้ แม่ครูเทพี ปู่จันทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการเจาะและเก็บยางรักเพื่อนำไปใช้ในงานหัตถกรรมอันเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมติดตามการนำงานรักไปใช้ในงานพุทธศิลป์ โดยเฉพาะการบูรณะซ่อมแซมโบสถ์ วิหาร ซึ่งมักจะมีการทายางรักลงบนพื้นผิวก่อนที่จะปิดทอง หรือเขียนลาย

ชูวิถีชีวิตของชาวล้านนาที่มีความใกล้ชิดกับการนำยางรักมาใช้ในวิถีชีวิต นับเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ควรค่าแก่การสืบสาน รักษาให้คงอยู่ 

โดย SACIT มุ่งส่งเสริมให้เกิดการปรับประยุกต์นำยางรักกลับมาเป็นทั้งวัสดุในชีวิตประจำวันและฐานเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนส่งเสริมให้ช่างฝีมือพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เพื่อสร้างดีมานด์ควบคู่ซัพพลาย พร้อมเชื่อมองค์ความรู้ดั้งเดิมกับการออกแบบสมัยใหม่ ถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ และผลักดันให้ยางรักเป็นวัสดุมีชีวิตที่สร้างมูลค่าและเติบโตอย่างยั่งยืน

ยางรัก คือด้ายที่ร้อยเรียงประวัติศาสตร์ ศิลปะ ศาสนา และวิถีชีวิตของผู้คนในล้านนาเข้าไว้ด้วยกันมาหลายร้อยปี การที่วัตถุดิบชนิดนี้กำลังจะหายไปจึงมากกว่าแค่ปัญหาของช่างหัตถกรรม นับเป็นการสูญชิ้นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมยากจะทดแทนได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

sacit ยาง