สช. ชู 6 มาตรการเร่งด่วน คุ้มครองสุขภาพประชาชน ลุ่มน้ำน้ำกก-สาย-รวก-โขง
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เคาะรับรองมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะแก้ปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ชู 6 มาตรการเร่งด่วน คุ้มครองสุขภาพประชาชน–ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดการประชุมสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยที่ประชุมมีมติรับรอง “มติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นการเฝ้าระวังผลกระทบและคุ้มครองสุขภาวะประชาชน กรณีสารพิษปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย” ซึ่งถือเป็นข้อสรุปเชิงนโยบายร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

สาระสำคัญของมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นฯ ในครั้งนี้ ครอบคลุม 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) ยกระดับปัญหามลพิษในแหล่งน้ำข้ามพรมแดนเป็นวาระแห่งชาติ 2) เร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นกำเนิดผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ
3) พัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุกด้านสิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และสุขภาพ 4) ลดความเสี่ยงการรับสัมผัสสารโลหะหนักผ่านน้ำดื่มและน้ำใช้ 5) จัดให้มีกลไกเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ และ 6) พัฒนาระบบฐานข้อมูลและการสื่อสารความเสี่ยงที่โปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา
ภายหลังการอภิปรายและรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ ประธานจัดการประชุมสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นฯ ได้เคาะรับรองมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นอย่างเป็นทางการ นับเป็นการประกาศฉันทามติร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อคุ้มครองสุขภาวะประชาชนและฟื้นฟูระบบนิเวศในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขงอย่างเป็นรูปธรรม

นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในลุ่มน้ำ มีสาเหตุสำคัญจากกิจกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ วิถีชีวิต และภาคการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลจึงเร่งผลักดันให้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมยกระดับการเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ควบคู่กับการจัดหาแหล่งน้ำสะอาด การบูรณาการข้อมูลเฝ้าระวัง และการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
“การจัดเวทีในวันนี้จะช่วยให้เรามีฉันทามติในการเสนอนโยบาย นำไปสู่การประสานความร่วมมือที่เหนียวแน่นระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ วิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อปกป้องคุ้มครองสุขภาวะของประชาชน” นายประสงค์ กล่าว
ด้าน นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างฉันทามติในการแก้ไขปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย ผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 โดยข้อเสนอที่ผ่านความเห็นชอบจะถูกเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการคุ้มครองสุขภาวะของประชาชนในระยะยาว

การรับรองมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนในลุ่มน้ำข้ามพรมแดน และวางรากฐานการคุ้มครองสุขภาวะประชาชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ทั้งนี้ คาดว่ามติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น ว่าด้วยแก้ปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่น้ำกก สาย รวก และโขง จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย จะถูกนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ณ ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 20 สิงหาคม 2569

