เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
Tech กดปุ่ม gamescom asia 2026 ตั้งเป้าดันผู้สร้างเกมไทย ระดมทุนทะลุ 1.2พันล้านบาท
ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
Finance ธปท. จ่อออกประกาศคุมซื้อทองเงินสด 10 ล้าน เล็งสกัดเงินเทาซื้อวิลล่าหรู
ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงเปิดสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
Automotive ฮ่องกงเปิดทดลอง นั่งรถไร้คนขับฟรี
‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
Biz Movement ‘ดร.สุภชัย-อลงกต’ เปิดตัว ‘Meditation as Living Practice’ พัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม
ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
Economic ดร.กอบศักดิ์ ชี้ Q4 เสี่ยงตะวันออกกลาง ต้องเร่งลงทุนใหม่ พลิกเศรษฐกิจ
‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ท่าช้าง’ แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ‘คชา บาร์’ ปักหมุดย่านเก่าเจริญเมือง
ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
Finance ตลท.ย้ำคดีฟอกเงินโยงหุ้น ไม่กระทบธุรกิจ บจ. ชี้รัฐเอาจริงสกัดทุนเทา
MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
Finance MC ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี’69 รวม 0.88 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 5 พ.ย. นี้
CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
Real Estate CG เปิดตัว ‘ภูริตา ภูเก็ต บางเทา’ ตั้งเป้ายอดขาย VIP ทะลุ 30% ‘วิลล่า’ ราคาพุ่ง 100 ล้าน
ดูทั้งหมด

อย่าสัมภาษณ์ แบบ “จิตสัมผัส”

22 พ.ค. 2564 | 09:10น.
ประกอบบทความ
คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์

ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

ใน session หนึ่งที่เกี่ยวกับการสรรหาคัดเลือกผู้สมัครงาน มีคำถามจากผู้บริหารตามหัวเรื่องข้างต้น โดยผู้บริหารท่านนี้ยกตัวอย่างว่า สมมุติว่าต้องการรับสมัครผู้จัดการแผนกการตลาด แต่จะรับผู้สมัครเข้ามาทดลองงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกการตลาดเสียก่อน โดยให้เงินเดือนในระดับผู้ช่วยผู้จัดการแผนก ถ้าผู้สมัครรายนี้มีผลงานที่ดี ทำงานได้น่าพอใจ ค่อยเสนอเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้จัดการแผนกการตลาด แล้วค่อยปรับเงินเดือนขึ้นมา

ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับไอเดียนี้ครับ ?

ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ

1.ถ้าบริษัทต้องการคนที่เข้ามาเป็นผู้จัดการแผนกการตลาด ก็ควรหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ

2.ผู้บริหารแย้งมาว่าในการสัมภาษณ์ เขามีเวลาสัมภาษณ์ไม่นาน แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่า ผู้สมัครคนไหนมีคุณสมบัติอย่างที่เขาต้องการ ผมตอบไปว่า คนที่เป็นกรรมการสัมภาษณ์จะต้องมีการเตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์

และควรใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบ structured interview โดยดูว่า JD (job description) ของตำแหน่งงานนี้ต้องการคนที่มีคุณสมบัติแบบไหน, มีประสบการณ์อย่างไร, ต้องทำอะไรได้บ้าง ฯลฯ มาตั้งเป็นคำถามเพื่อสัมภาษณ์ผู้สมัครแต่ละรายในแนวทางเดียวกัน เพื่อดูว่าผู้สมัครคนไหนมีคุณสมบัติเหมาะตรงมากที่สุด

ไม่ควรใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบจิตสัมผัส (unstructured interview) โดยไม่เตรียมตัวอะไรเลย แล้วเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ถามผู้สมัครไปเรื่อย ๆ แบบเปะปะ ซึ่งจะทำให้ไม่มีเกณฑ์ในการตัดสินใจได้ว่าผู้สมัครคนไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้

การสัมภาษณ์แบบจิตสัมผัสนี่แหละครับ จะเป็นสาเหตุของการตั้งคำถามตามหัวเรื่องในวันนี้

การตั้งคำถามแบบ structured interview มีความสำคัญประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ผมให้ความสำคัญกับ “ทักษะ” ในการอ่าน ในการสังเกตคนของกรรมการสัมภาษณ์ ซึ่งจะต้องมีทักษะและประสบการณ์เพียงพอที่จะอ่านว่าผู้สมัครรายไหนที่มีการตอบคำถามที่น่าเชื่อถือ, ผู้สมัครรายไหนตอบไม่จริง หรือตอบแถ, ผู้สมัครรายไหนมีสีหน้าแววตาเปลี่ยนไปเมื่อเจอบางคำถาม ฯลฯ

คนที่เป็นกรรมการสัมภาษณ์จึงไม่เพียงแต่ “เห็น” เท่านั้น แต่ต้อง “สังเกต” บุคลิกภาพ สีหน้า แววตาของผู้สมัครแต่ละรายอย่างละเอียดอีกด้วย

ดังนั้น ควรระลึกไว้เสมอว่า “คำตอบที่ดีมีคุณภาพ มาจากคำถามที่มีคุณภาพ” ครับ

คำตอบที่มีคุณภาพจากผู้สมัครแต่ละรายจะบอกความแตกต่างกันของผลงาน ศักยภาพ ไหวพริบ ทัศนคติ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฯลฯ ถ้ากรรมการสัมภาษณ์ยังไม่เตรียมตั้งคำถามที่มีคุณภาพ เราก็จะไม่เห็นคำตอบที่มีคุณภาพเหล่านี้

3.ถ้าตัดสินใจคัดเลือกผู้สมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการแผนกการตลาดแล้ว ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะทำงานในตำแหน่งนี้ได้ดีอย่างที่เราต้องการหรือไม่ ก็สามารถกำหนดช่วงเวลาทดลองงานให้นานกว่า 120 วันได้ครับ เช่น ทดลองงาน 360 วัน

เพราะกฎหมายแรงงานไม่ได้บังคับว่าต้องมีการทดลองงานกี่วัน

เพียงแต่บริษัทต้องทราบไว้ว่า ถ้าผู้สมัครไม่ผ่านทดลองงานแล้ว บริษัทต้องการเลิกจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน ซึ่งกรณีนี้ถ้าทำงานไม่เกิน 1 ปีก็จ่ายค่าชดเชย 1 เดือน เป็นต้น ซึ่งผมว่าระยะเวลาเกือบ 1 ปีก็น่าจะมากเพียงพอที่จะประเมินได้แล้วนะครับ ว่าผู้สมัครรายนี้สามารถทำได้หรือไม่

4.ถ้าหากจะทดลองงาน 360 วัน (ไม่เกิน 1 ปี) ตามที่ผมแนะนำ ก็ต้องแจ้งกับผู้สมัครให้ทราบเงื่อนไขนี้ และควรจะต้องมีแผนการทำงาน โดยมีรายละเอียดระบุให้ชัดเจนว่า เขาต้องรับผิดชอบเรื่องอะไรบ้าง ผลลัพธ์ที่เราต้องการคืออะไร จะมีการวัดผลงานกันอย่างไร เกณฑ์ในการผ่านทดลองงานคืออย่างไร ฯลฯ และก็มีการติดตามและประเมินผลโดยหัวหน้า

แต่ต้องคิดในมุมของผู้สมัครที่มีฝีมือ (ถ้าผู้สมัครเป็นคนเก่งจริง) ว่าเขาจะยอมรับเงื่อนไขนี้หรือไม่ เขาจะรู้สึกว่าบริษัทยังไม่เชื่อว่าเขาทำได้จริง เขาก็อาจจะตัดสินใจไม่มาทำงานกับบริษัท แล้วไปทำงานกับบริษัทอื่นก็ได้ ก็จะทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้คนที่มีศักยภาพไปจากความที่เราอ่านคนไม่ขาด และไปตั้งเงื่อนไขจนผู้สมัครรับไม่ได้

5.ผมมีข้อสังเกตว่าผู้สมัครที่ยอมลดตำแหน่งลงมาหนึ่งระดับ อาจเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง หรือมีปัญหาส่วนตัวซุกซ่อนอยู่ถึงได้ยอมรับเงื่อนไขนี้ก็ได้นะครับ

6.ข้อคิดอีกเรื่องหนึ่งคือรับคนเข้ามาให้ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ แต่รับผิดชอบแบบผู้จัดการนี่มันจะย้อนแย้งอยู่ในตัวมันเอง ถามว่าบริษัทจะมอบอำนาจให้อนุมัติหรือตัดสินใจในตำแหน่งไหนครับ ผู้ช่วยผู้จัดการหรือผู้จัดการ ? แล้วผู้ปฏิบัติจะรู้สึกยังไง ใจเขา-ใจเรา ลองคิดดู

7.ถ้าผู้สมัครยอมรับเงื่อนไขในการลดตำแหน่งที่ต้องการลงมา 1 ระดับ แล้วทดลองงานผ่านไปพบว่าไม่สามารถทำงานในตำแหน่งผู้จัดการแผนกการตลาดได้บริษัทจะทำอย่างไรต่อครับ, จะแจ้งเลิกจ้างไม่ผ่านทดลองงาน หรือจะยังให้เขาทำงานต่อในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกการตลาดที่ไม่มี career path

จะเป็นผู้จัดการแผนกการตลาดได้แล้วเราจะต้องไปสรรหาคัดเลือกผู้สมัครรายใหม่เข้ามาในตำแหน่งผู้จัดการแผนกการตลาดอีกใช่ไหม, แล้วเราจะใช้วิธีเดิมแบบนี้อีกไหม คือให้ผู้สมัครรายใหม่เข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแผนกการตลาดไปก่อนเท่ากับเราสร้างปัญหารอไว้ในอนาคตแล้วนะครับ

จากเหตุผลข้างต้นนี้ จึงอยากจะย้ำว่าคนที่เป็นกรรมการสัมภาษณ์มีความสำคัญที่จะต้องมี “ทักษะ” และประสบการณ์ในการอ่านคน มีการตั้งคำถามแบบ structured interview เลิกใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบจิตสัมผัสโดยไม่เคยศึกษา หรือดูรายละเอียดเลยว่า ตำแหน่งที่ต้องการนั้นควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ดังนั้น ปัญหาของคำถามนี้จึงอยู่ที่คนที่เป็นกรรมการสัมภาษณ์ที่จะต้องไปปรับปรุงแก้ไข มากกว่าจะไปตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ว่าจะรับผู้สมัครให้ต่ำกว่าตำแหน่งที่ต้องการ 1 ระดับเพื่อดูผลงาน

กรรมการสัมภาษณ์ก็เหมือนกับแมวมองดารา หรือกรรมการประกวดร้องเพลงแหละครับ จะต้องมีทักษะและประสบการณ์ มีสายตาที่เห็นแววของผู้เข้าประกวดแต่ละรายได้ว่าใครที่เหมาะจะเป็นเดอะสตาร์ หรือเป็นดาวรุ่งต่อไปในอนาคต

ตรงนี้ผมว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญตัวหนึ่งของคนที่เป็นผู้บริหารที่จะต้องพัฒนาทักษะการอ่าน และสังเกตคนที่จะต้อง “อ่านคนได้ ใช้คนเป็น” เพราะถ้าคนเป็นผู้บริหารขาดทักษะตรงนี้แล้ว เมื่อไหร่ถึงจะได้คนดีมีฝีมือมาอยู่ด้วยล่ะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์