“หมอยง” โพสต์เตือน “เปิดประเทศ เปิดเมือง” ชี้ 2 กิจกรรมยังต้องงด เหตุเสี่ยงสูง!

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (แฟ้มภาพ)

จากกรณีที่รัฐบาลเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หรือ “แผนเปิดเมือง” ให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดให้บริการ หลังสิ้นสุดการล็อกดาวน์ในวันที่ 30 เมษายนนี้ ซึ่งรวมถึงห้างสรรพสินค้า, สนามกีฬากลางแจ้ง, ร้านอาหาร ,ร้านเสริมสวย/ร้านทำผม ที่คาดหวังว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการในวันที่ 1พ.ค.นี้ ภายใต้เงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆในการป้องกันอย่างเข้มงวดนั้น

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2563 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีรัฐบาลออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ว่า โควิด-19 ทำให้ต้องจัดระเบียบสังคมใหม่

ศ.นพ.ยง ระบุว่า การควบคุมโรคโควิด-19 ให้เหลือน้อยที่สุด หรือหมดไปจากประเทศไทยได้ยิ่งดี แต่ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจ สังคม จะต้องอยู่ในจุดสมดุลย์ ถ้าต้องการให้โรคหมดไป ภาวะเศรษฐกิจและสังคมก็จะอยู่ในภาวะลำบากมาก ถ้ากลับไปอยู่สภาพเดิมของภาวะเศรษฐกิจและสังคม ก็จะควบคุมการระบาดของโรคไม่ได้ ดังนั้นการเปิดประเทศ เปิดเมือง ขยายกิจกรรมต่างๆ จะต้องค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ กิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆ จะต้องยอมให้เปิดก่อน แต่ต้องคำนึงถึงกฎเกณฑ์ กำหนดระยะห่างของสังคม

ศ.นพ.ยง แนะนำว่า สำหรับการประกอบอาชีพหลายอย่าง อาจจะต้องเปลี่ยนไป เช่น การตัดผม เสริมสวย จะต้องเคร่งครัดสวมหน้ากากอนามัยทั้งสองฝ่าย และพูดคุยกันให้น้อยที่สุด กำหนดระยะห่างภายในร้าน หรือมีการนัดคิว นัดเวลา ไม่ควรรอในร้านหลายคน การเปิดห้างต้องให้คนไปซื้อของที่จำเป็น และอยู่ภายในให้ใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีคนจำนวนมาก ลดการสัมผัสระหว่างคน

“ร้านอาหาร ต้องจำกัดคนที่รับประทานในร้าน กำหนดระยะห่าง เน้นการซื้อกลับบ้าน ทุกคนควรอยู่บ้าน การทำงานที่บ้านยังคงจะต้องอยู่ไประยะหนึ่ง ส่วนสถานบันเทิง การแข่งกีฬา ที่อนุญาตให้คนเข้าชมควรจะต้องงด เพราะถือเป็นความเสี่ยงสูง” ศ.นพ.ยง ระบุ

สำหรับข้อความดังกล่าวระบุไว้ ดังนี้

“โควิด 19 กับจุดสมดุลย์”

การควบคุมโรคโควิด 19 ให้เหลือน้อยที่สุด หรือหมดไปจากประเทศไทยได้ยิ่งดี

แต่ในขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจ สังคม จะต้องอยู่ในจุดสมดุลย์
ถ้าต้องการให้โรคหมดไป ภาวะเศรษฐกิจและสังคม ก็จะอยู่ในภาวะลำบากมาก
ถ้ากลับไปอยู่สภาพเดิม ของภาวะเศรษฐกิจและสังคม เราก็จะควบคุมการระบาดของโรคไม่ได้

การเปิดประเทศ เปิดเมือง ขยายกิจกรรมต่างๆ จะต้องค่อยเป็นค่อยไป
พร้อมทั้งนี้กฎเกณฑ์ในการให้ โควิด 19 พบน้อยที่สุด
กิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆ จะต้องยอมให้เปิดก่อน
แต่ต้องคำนึงถึงกฎเกณฑ์ กำหนดระยะห่างของสังคม

การดูแลเรื่องสุขอนามัย การเข้าค้นหาผู้ป่วยให้เร็วที่สุด การควบคุมโรค ไม่ให้แพร่ขยายต่อได้


ทุกคนต้องช่วยกันเฝ้ามอง และเคารพในกฎเกณฑ์
กลุ่มเสี่ยงยังคงต้องอยู่บ้าน ผู้ออกนอกบ้าน จะต้องคำนึงถึงคนในบ้าน ไม่นำพาโรคเข้ามา โดยเฉพาะให้กับผู้สูงอายุ

การประกอบอาชีพหลายอย่าง อาจจะต้องเปลี่ยนไปบ้าง ยกตัวอย่างเช่น การตัดผม เสริมสวย จะต้องเคร่งครัดใส่หน้ากากอนามัยทั้งสองฝ่าย และพูดคุยกันให้น้อยที่สุด กำหนดระยะห่างภายในร้าน หรือมีการนัดคิว นัดเวลา ไม่ควรรอในร้านหลายคน

การเปิดห้างจะทำอย่างไร ให้คนไปซื้อของที่จำเป็น และอยู่ภายใน ให้ใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีคนจำนวนมาก ลดการสัมผัสระหว่างคน

ร้านอาหาร จะต้องจำกัดคนที่รับประทานในร้าน กำหนดระยะห่าง ให้เน้นการซื้อกลับบ้าน ทุกคนควรอยู่บ้าน การทำงานที่บ้าน ยังคงจะต้องอยู่ไประยะหนึ่ง สถานบันเทิง การแข่งกีฬา ที่อนุญาตให้คนเข้าชมควรจะต้องงด เพราะถือเป็นความเสี่ยงสูง

ทุกคนจะต้องช่วยกัน คนที่เสียโอกาส เสียอาชีพ ไม่มีงานทำ จะต้องได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล และผู้ที่มีความพร้อมที่จะช่วยได้

เราต้องต่อสู้อีกยาวนาน บนความสมดุลของทุกฝ่ายแบบพอเพียง โควิด 19 ทำให้ต้องมีการจัดระเบียบของสังคมใหม่ เพื่อความอยู่รอดของทุกฝ่าย

เราต้องร่วมกันอีกยาวนาน จนกว่าจะมีวัคซีน ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ