มิลลิ เคลียร์ดราม่า คะแนนสอบหาย ใช้อภิสิทธิ์จนได้สอบใหม่
นักร้องสาว “มิลลิ” แจงละเอียด 3 ประเด็น หลังถูกโซเชียลถล่ม ปมคะแนนสอบออนไลน์หาย ใช้อภิสิทธิ์จนได้สอบใหม่
วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วง 1-2 วันมานี้ ชาวโซเชียลพากันวิจารณ์พฤติกรรมของนักร้องสาว “มิลลิ” ดนุภา คณาธีรกุล จนเกิด #มิลลิ ในทวิตเตอร์ สืบเนื่องมาจากนักร้องสาวทวีตข้อความเล่าความเดือดร้อนว่า ได้ทำข้อสอบออนไลน์ แต่ไม่ปรากฏคะแนนสอบ ต่อมาอาจารย์แจ้งว่าเป็นความผิดพลาดของระบบ โดยไม่มีการรับผิดชอบนักศึกษาแต่อย่างใด
ต่อมา มิลลิ ได้ออกมาขอโทษและยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตนเอง ที่เข้ารหัสเพื่อนที่ดรอปเรียนไปแล้ว จึงได้ยื่นเรื่องกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อขอสอบใหม่
เรื่องราวเกือบจะจบลงด้วยดี แต่ปรากฏว่ามีชาวเน็ตบางคนอ้างว่า นักร้องสาวใช้เส้นสายเพื่อยื่นขอสอบใหม่แบบวีไอพี ไม่เป็นไปตามกฎของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่สอดคล้องกับการแสดงจุดยืนสนับสนุนความเท่าเทียมตามระบอบประชาธิปไตยของมิลลิ อีกทั้งยังมีการเรียกร้องให้มิลลิออกมาขอโทษอาจารย์ที่เธออ้างถึง

มิลลิแจง 3 ประเด็น
วานนี้ (18 ส.ค.) มิลลิ ได้ออกมาชี้แจงผ่านช่องทางทวิตเตอร์ @millimdk ผ่านประเด็นดังกล่าว โดยแยกเป็น 3 ประเด็นคือ 1.เรื่องคะแนนสอบ 2.late exam และ 3.อาจารย์ผู้สอนที่ถูกกล่าวถึง
เจ้าตัวชี้แจงอย่างละเอียดว่า วันที่ 29 ก.ค. 64 คือวันที่มิลลิ สอบกลางภาควิชาภาษาอังกฤษซึ่งในการสอบครั้งนี้ ประกอบไปด้วยหลายส่วน เป็นทั้งพาร์ทข้อเขียนที่สอบในระบบ Microsoft Teams และพาร์ทข้อช้อยส์ที่สอบในเว็บไซต์ LMS ของทางมหาวิทยาลัย ยืนยันว่าได้ทำครบทุกพาร์ท
แต่ในวันประกาศคะแนนสอบ (10 ส.ค.) อาจารย์บอกว่ามิลลิไม่มีคะแนน จึงเกิดความตกใจ อีกทั้งการสื่อสารที่ผิดพลาดประกอบกับการใช้อารมณ์เป็นหลัก จึงได้โพสต์พาดพิงอาจารย์ลงไปในทวิตเตอร์ทันที โดยไม่สืบหาข้อเท็จจริงก่อน ทำให้อาจารย์ท่านนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียงและรู้สึกไม่ดี จึงได้ทำการขอโทษอาจารย์มา ณ ที่นี้
ยื่นขอ Late Exam
หลังจากทราบเรื่องคะแนนหาย มิลลิได้ไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นคณบดีของคณะที่เธอเรียน ว่าสามารถตรวจสอบอย่างไรได้บ้าง อาจารย์จึงช่วยประสานกับทางเจ้าหน้าที่คณะเพื่อสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อถามหาสาเหตุที่ไม่พบคะแนนในพาร์ทนั้น
และเป็นฝ่ายเสนอว่าลองยื่นเรื่องพิจารณา Late Exam ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่สามารถยื่นเรื่องพิจารณา Late Exam ได้เป็นวันสุดท้ายพอดี เธอจึงตัดสินใจจะลองยื่นเรื่องก่อน แม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับคะแนนสอบของตัวเอง โดยอาจารย์ได้ให้คำปรึกษาในทุก ๆ กระบวนการ ว่าจะต้องเขียนคำร้องผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัย
ซึ่งจะมีให้เลือกหัวข้อสาเหตุในการยื่นเรื่อง โดยเธอได้เลือกหัวข้อที่ 4 “กรณีอื่น ๆ” และได้แนบหลักฐานที่สามารถยืนยันว่าได้เข้าสอบจริงๆ ประกอบไปด้วย 1.วิดีโอที่บันทึกภาพขณะที่กำลังทำการสอบ (วีดิโอตัวนี้สามารถเข้าไปบันทึกหรือดูย้อนหลังได้ใน Microsoft Teams ขึ้นอยู่กับว่ามีใครกด record เอาไว้หรือไม่)
ซึ่งครั้งนี้อาจารย์คุมสอบได้ทำการบันทึกวีดิโอเอาไว้ใน Microsoft Teams และ 2.ส่งประวัติการใช้งานจากบราวเซอร์ Safari ที่แสดงถึงการเข้าไปทำข้อสอบผ่านทางเว็บไซต์ LMS ทั้งหมด 23 หน้าบนระบบในวันสอบนั้น
โดยอาจารย์บอกเพิ่มเติมว่า การยื่นขอ Late Exam จะต้องมีการพิจารณาตามหลักฐานของนักศึกษา และการพิจารณาจากมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่รับประกันว่าจะได้หรือไม่ (เมื่อวันที่ 16 ส.ค. รายชื่อผู้ได้รับ late exam ถูกประกาศผ่านเว็บไซต์ แต่ตัวเธอเองไม่ได้เช็คให้ดีก่อน วันนี้จึงทวีตบอกว่ายังไม่ได้)
การหาข้อเท็จจริงและผลลัพธ์เรื่องคะแนนหาย
บ่ายวันที่รู้เรื่องคะแนนหาย (10 ส.ค.) หลังจากได้รับการประสานจากมหาวิทยาลัยผ่านทางอาจารย์ที่ปรึกษา เรื่องสาเหตุที่คะแนนหายไป เบื้องต้นทางมหาวิทยาลัยได้เช็คระบบอีกรอบแล้วว่า ไม่มีคะแนนสอบของมิลลิในระบบจริง ๆ ทางมหาวิทยาลัยจึงถามเพิ่มว่า ได้ใช้คอมพิวเตอร์ของคนอื่นในการสอบหรือไปล็อกอินเป็นชื่อของคนอื่นหรือไม่
แต่เธอยืนยันว่าใช้โน้ตบุ๊คของตัวเอง เลยเอะใจขึ้นมาเพราะนึกได้ว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อนของเธอเคยขอยืมโน้ตบุ๊คไปใช้ล็อคอินในเว็บไซต์ LMS เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าบัญชีของเพื่อนถูกล็อคอินค้างไว้ในโน้ตบุ๊คของเธอ เพราะหลังจากสอบพาร์ทแรกเสร็จ ก็เปลี่ยนมาเข้าลิงค์เพื่อทำข้อสอบใน LMS มิลลิล็อคอินเข้าเว็บไซต์โดยการสแกนนิ้วไปเลยด้วยความเคยชิน โดยไม่ได้เช็คให้รอบคอบก่อนว่าเป็น ID ของตัวเองหรือไม่ เพราะคิดว่ามันคือ user ของตัวเองที่เคยเซฟไว้
โน้ตบุ๊คของเธอคือ MacBook Pro 13 ซึ่งมีระบบ Finger Scan ที่จดจำ username&password ที่เคยล็อคอินเอาไว้ก่อนหน้านี้ จริง ๆ ก็เคยล็อคอิน user ของตัวเองไว้แล้วและเซฟ password เพื่อที่จะ scan นิ้วในรอบต่อไป แต่พอเพื่อนเอาไปใช้ เขาก็เซฟ password ไว้เช่นเดียวกัน โน้ตบุ๊คก็เลยจำ user ของเพื่อนแทน
มิลลิจึงได้แจ้งชื่อและ ID ของเพื่อนที่สงสัยให้กับทางมหาลัยวิทยาลัยเพื่อนำไปตรวจสอบอีกรอบ ซึ่งปรากฎว่าคะแนนสอบพาร์ทช้อยส์ทั้งหมดได้ถูกทำบนบัญชีที่เป็นชื่อของเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนนี้ลงทะเบียนเรียนวิชาภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่คนละ section และไม่ได้เข้าสอบในครั้งนี้ เพราะว่าใช้คะแนน IELTS ยื่นขอเทียบเกรดไปแล้ว
และเพราะว่าไม่มีคนเข้าสอบ เธอจึงสามารถทำข้อสอบได้โดยทำในชื่อบัญชีของเพื่อน เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยจึงพบแต่คะแนนในพาร์ทช้อยส์ที่เธอทำ ส่วนพาร์ทอื่น ๆ ของเพื่อนก็ว่างเปล่า เนื่องจากเขาไม่ได้เข้าสอบอยู่แล้ว ทำให้คะแนนในส่วนนี้เป็นโมฆะไป
ทั้งนี้ มิลลิชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากที่ไลฟ์ไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ตอนนั้นรู้แล้วว่าคะแนนหายไปได้ยังไง แต่ยังไม่ได้รับการตัดสินว่าจะได้ late exam แต่ด้วยความใจร้อนของตนตอนนั้น ที่อยากอธิบาย เพราะอาจารย์โดนถล่มเยอะมาก เลยอยากออกมาบอกว่าเป็นความผิดของเธอเอง ไม่ใช่ใครเลย รวมถึงมีการพูดไปว่าได้ late exam แล้ว ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าพูดไม่เคลียร์เอง และตอนนั้นก็ถูกคนอื่นเข้าใจไปแล้วว่าได้สอบใหม่ ตรงนี้เธอยอมรับอีกครั้งว่าเธอทำผิดเองจริง และกล่าวขอโทษอีกครั้ง
ขอโทษอาจารย์จากความใจร้อน
ประเด็นสุดท้ายเธอได้กล่าวถึง การโพสต์ข้อความโดยใช้อารมณ์และไม่ไตร่ตรองของตัวเอง จนทำให้อาจารย์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดและได้รับข้อมูลทุกอย่าง เธอรู้สึกว่าเรื่องที่ทำลงไปได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออาจารย์ ช่วงสัปดาห์ที่แล้วจึงรีบติดต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอนัดพบอาจารย์ท่านนั้นเพื่อพูดคุยและขอโทษถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
ซึ่งอาจารย์ท่านว่างและรับนัดเป็นวันศุกร์ที่จะถึงนี้ และตอนสองทุ่มมิลลิได้คิดเอาไว้แต่แรกว่าหลังพบอาจารย์แล้ว ก็อยากจะคุยกับชาวเน็ตหลายท่านที่อาจจะยังมีข้อสงสัยอยู่และต้องการรับฟังคำอธิบายจากตัวเธอเอง เพราะว่าจะได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน
ขออนุญาตทุกท่านชี้แจงประเด็นเรื่องคะแนนสอบ / late exam / อาจารย์ผู้สอนที่ถูกกล่าวถึง
จากโพสต์ทวิตเตอร์ของหนู เรื่องคะแนนสอบหายจนเกิดผลกระทบอย่างหนัก คือเรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ ขอเล่าเหตุการณ์นะคะ ยาวหน่อยนะคะ เพื่อความละเอียด #มิลลิ (0)— เอางี้นะนวย (@millimdk) August 18, 2021