โลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็ก ทำให้เด็กวัยเรียนไอคิวต่ำลง

ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารกลุ่มเกลือแร่ที่สำคัญมาก มีส่วนเสริมสร้างและพัฒนาสมองในช่วงแรกของชีวิต และมีผลสัมพันธ์โดยตรงต่อการพัฒนาระดับสติปัญญาของเด็ก จึงมักจะถูกยกมานำเสนอในการประชุมวิชาการด้านอาหารและโภชนาการวัยเด็กในประเทศไทยอยู่เสมอ

ในการประชุมวิชาการ Pre-Congress โดยสมาคมโภชนาการเด็กและชมรมโภชนาการเด็กแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงการสำรวจภาวะโภชนาการในเด็กไทยและความสำคัญของโภชนาการกับพัฒนาการด้านเชาวน์ปัญญา โดยอ้างอิงข้อมูลสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ชี้ว่า เด็กที่มีภาวะโลหิตจางเพราะขาดธาตุเหล็กตั้งแต่วัยทารกและไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ไอคิวเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียนลดต่ำลง 5-10 จุด หรือหากแก้ไขช้าเกินไป อาจทำให้สูญเสียศักยภาพด้านสติปัญญาไปอย่างถาวร

WHO ระบุว่า มี 4 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาเชาวน์ปัญญาของเด็ก คือ 1.ภาวะเตี้ย (ส่วนสูงของเด็ก)

2.ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก 3.การขาดธาตุไอโอดีน 4.การเลี้ยงดู โดยเด็กเล็กที่มีภาวะขาดโภชนาการเรื้อรังและเตี้ยจะมีผลต่อพัฒนาการด้านสติปัญญาในช่วงอายุ 5-10 ปี เกิดผลเสียต่อการมีสมาธิ ความจำระยะสั้น การเรียนรู้และทักษะด้านมิติสัมพันธ์ อีกทั้งมีข้อมูลวิจัยระยะยาวในเด็กไทย พบว่า เด็กที่ประสบภาวะเตี้ยจากวัยทารกจนถึงอายุ 8.5 ปี มีระดับไอคิวต่ำกว่าเด็กที่ไม่เตี้ย 2.25 จุด

สำหรับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia : IDA) หากเกิดในช่วงวัยทารกต่อเนื่องถึงวัยเด็กเล็ก อาจทำให้ไอคิวเมื่อเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยเรียนลดต่ำลง 5-10 จุด หากแก้ไขช้าเกินไปอาจทำให้สูญเสียศักยภาพด้านสติปัญญาไปอย่างถาวร โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีฐานะยากจน

แพทย์หญิงกิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) อ้างอิงผลสำรวจ South East Asian Nutrition Surveys : SEANUTS โดยสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ตีพิมพ์ในวารสาร BJN, 2013 ซึ่งระบุว่า “เด็กไทยเกือบ 40% ขาดธาตุเหล็ก และมากกว่า 50% ได้รับสารอาหารต่ำในกลุ่มแคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอและวิตามินซี อันเนื่องมาจากคุณภาพของอาหารที่กิน”

คุณหมอให้ข้อมูลว่า ในภูมิภาคเอเชีย ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเกิดขึ้นถึงร้อยละ 40-50 ในเด็กก่อนวัยเรียนและในวัยเรียน ซึ่งธาตุเหล็กเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบเลือดในร่างกาย เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงมี

หน้าที่นำพาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ธาตุเหล็กจึงเป็นสารอาหารที่มีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งสมองอาหารที่มีเหล็กมาก ได้แก่ ปลา อาหารทะเล เป็ด ไก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และในผักใบเขียวเข้มทุกชนิด เช่น ตำลึง ผักโขม คะน้า ถั่วดำ ถั่วแดง อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต ซีเรียลที่ทำจากข้าวโอ๊ต ผลิตภัณฑ์นมเสริมสารอาหารที่มีการเติมวิตามินและธาตุเหล็ก

สำหรับแนวทางการป้องกันเด็กขาดธาตุเหล็กคือ การจัดเตรียมอาหารที่มีธาตุเหล็กให้ลูกวัยเด็กเล็กได้กินอย่างสม่ำเสมอ เพราะการพัฒนาสมองของลูกวัยเด็กเล็กเป็นเรื่องสำคัญ โภชนาการที่ดีและครบถ้วนจะช่วยคุณแม่ในเรื่องนี้ได้

Previous articleเชฟโรเลต โคโลราโด โฟร์ท ออฟ จูลาย เอดิชั่น
Next articleดาวกับดวง วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562 โดย พิมพ์พรร