เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ปอดอักเสบจากป่วยโควิด ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวอย่างไร

21 มี.ค. 2565 | 17:53น.

ยอด “ปอดอักเสบ” จากป่วยโควิดพุ่ง เช็กอาการ-ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวอย่างไร

วันที่ 21 มีนาคม 2565 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 23,441 ราย ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,153,975 ราย หายป่วยแล้ว 944,243 ราย และ เสียชีวิตสะสม 2,548 ราย

การรายงานช่วงหนึ่งระบุถึงจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบหรือผู้ป่วยหนัก รวมถึงผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ ทิศทางยังคงเพิ่มขึ้นแม้จะไม่มาก

ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตมีทิศทางเพิ่มขึ้นชัดเจน และวันนี้ทำสถิติเสียชีวิตสูงสุด 88 ราย นับตั้งแต่ต้นปี 2565 ที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับอัตราการครองเตียงใน 10 จังหวัดที่มีผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวในโรงพยาบาล 10 จังหวัดแรก อัตราการครองเตียงยังอยู่ในระดับ 2-3 หรือสีเขียวอ่อนกับเขียวเข้ม ต่ำสุดอยู่ในระดับ 9.90% ที่ระยอง และสูงสุดอยู่ที่สุราษฎร์ธานี 45.60%

ขณะที่ กทม.แม้จะมีผู้ป่วยปอดอักเสบที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมากที่สุด 193 ราย แต่อัตราการครองเตียงยังอยู่ในระดับ 31.40%

ขณะที่วานนี้ (20 มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความกังวลถึงผู้ป่วยติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ป่วยปอดอักเสบที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ได้รับวัคซีนเพียง 2 เข็ม หรือไม่ได้รับวัคซีน

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็ม 3 หรือได้รับวัคซีนครบสามารถลดการติดเชื้อและเสียชีวิตลงได้ นายกรัฐมนตรีจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยง 608 (กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว) ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน รวมไปถึงให้เร่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น และฉีดวัคซีนสำหรับเด็กให้ทั่วถึงให้ได้มากที่สุด

ปอดอักเสบถูกทำลายจากโควิดอย่างไร

อย่างไรก็ตาม นพ.พิเชษฐ์ เจริญศิริวัฒน์ อายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลสมิติเวชระบุว่า เมื่อเชื้อโควิด-19 เข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูกสู่ปอด แหล่งเก็บเชื้อนี้ คือปอด ดังนั้น เมื่อติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ก็จะส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง

ในระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนติดเชื้อไวรัสทั่วไป เช่น มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยเนื้อตัว แต่อาการทางระบบทางเดินหายใจยังไม่ค่อยเด่นชัดนัก แต่หากผ่านไปสักระยะหนึ่งประมาณวันที่ 3-4 ของการติดเชื้อ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไอ เหนื่อยหอบ แบบค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อผู้ป่วยได้รับการเอกซเรย์ปอด จะเริ่มเห็นความผิดปกติ พบฝ้าขาวเกิดขึ้นในปอดจากฟิล์มเอกซเรย์ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องกังวล เนื่องจากผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการขาดออกซิเจนแล้วเกิดการอักเสบของปอดจนกลายเป็นปอดอักเสบในที่สุด

โดยทั่วไปแล้วลักษณะเฉพาะของคนที่เป็นโควิด-19 นั้น ปอดอักเสบจะเกิดขึ้นมากกว่า 1 ตำแหน่ง โดยมักจะเกิดขึ้น 3-4 ตำแหน่ง และจะเป็นที่ปอดทั้ง 2 ข้าง ทั้งนี้ หากในระยะนี้รักษาได้ทันท่วงที ให้ยาที่เหมาะสม ทั้งยาต้านไวรัส ยาสเตอรอยด์ และยาอื่น ๆ

ปอดจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับไป จะมีอยู่ประมาณ 10% ที่จะเป็นปอดอักเสบรุนแรง และมีเพียงแค่ 1% เท่านั้นที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ปัจจัยที่ปอดถูกทำลาย

เมื่อเกิดการติดเชื้อโควิด-19 จะเกิดปฏิกิริยาของร่างกายที่เกิดจากการอักเสบของปอด ทำให้มีพังผืดและแผลเป็นต่าง ๆ ในปอดตามมา ซึ่งจะมีมากน้อยแค่ไหน หรือสามารถฟื้นตัวหลังจากหายได้มากเท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อหรือมีการติดเชื้อชนิดอื่นซ้ำซ้อนหรือไม่

พื้นฐานของสุขภาพร่างกายหรือระบบการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเป็นอย่างไร และความเร็วในการให้การรักษาอย่างทันท่วงที

สภาพปอดหลังป่วยโควิด

เมื่อหายจากโควิด-19 แล้ว การอักเสบของร่างกายอย่างรุนแรงจากเชื้อโควิด-19 จะมีผลทำให้เกิดเป็นรอยโรคพวกแผลเป็นหรือพังผืดต่าง ๆ ในเนื้อปอด ทำให้เนื้อปอดขาดความยืดหยุ่น และแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่ค่อยดีนัก

หากตรวจวัดสมรรถภาพปอด จะพบว่าสมรรถภาพปอดต่ำกว่าปกติ ซึ่งหากอยู่เฉย ๆ อาจไม่ค่อยรู้สึก แต่หากต้องไปออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอะไรที่หนัก ๆ จะรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติมาก ในส่วนของการฟื้นตัวของปอดหลังหายจากโควิด-19 จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

  • ช่วงแรกคือ ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังหายจากโรค สิ่งที่จะพบ คือ ยังพบฝ้าขาวที่ปอดในฟิล์มเอกซเรย์ แต่มีปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงที่ติดเชื้อ
  • ช่วงหลังคือ ช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 หลังจากที่หายจากโรค ร่างกายมีการฟื้นฟูกลับมาบ้างแล้ว แต่จะยังรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ไม่แข็งแรง ไม่กระปรี้กระเปร่า

วิธีฟื้นฟูสมรรถภาพปอด

ผู้ป่วยที่เพิ่งฟื้นตัวจากโควิด-19 และมีอาการปอดอักเสบร่วมด้วย เนื้อปอดจะมีพังผืดและแผลเป็นเกิดขึ้น ในช่วงแรก ระบบการหายใจและสมรรถภาพของปอดนั้นจะยังไม่เป็นปกติ ทั้งนี้ สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพปอดได้โดยให้มีการเคลื่อนไหวหรือขยับช่วงปอด เพื่อให้เนื้อปอดและถุงลมต่าง ๆ ค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเองกลับมามีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อที่จะสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังเดิม ดังนี้

  1. การฝึกการหายใจ 
    • การฝึกการหายใจนั้นจำเป็นในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการฟื้นตัว ทำได้โดยการออกแรงในการหายใจเข้าทางจมูกจนสุด แล้วควบคุมลมที่หายใจออกมาทางปากช้า ๆ หรือพูดคำว่า “อู” ยาว ๆ ช้า ๆ จนกระทั่งลมหมดปอด แล้วหายใจเข้าใหม่ให้เต็มปอดแล้วออกช้า ๆ
  2. การบริหารปอด
    • ทำได้โดยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ ที่เรียกว่า Triflow โดยให้คนไข้ดูดลูกปิงปองที่มีทั้งหมด 3 ลูก ใน 3 ช่อง ซึ่งจะลอยขึ้นกี่ลูกก็ขึ้นอยู่กับปริมาณลมที่สูดเข้าไป ยิ่งสูดลมเข้าไปมาก ลูกปิงปองก็จะลอยขึ้นเยอะ การดูดลมเข้าปอดโดยใช้เครื่อง Triflow นั้นจึงถือเป็นเทคนิคการบริหารปอดรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ปอดขยายเต็มที่ ช่วยให้ปอดมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และค่อย ๆ ฟื้นตัวได้
  3. การออกกำลังกายเบา ๆ
    • สามารถทำได้ในสัปดาห์ที่ 3-4 เป็นต้นไป ในช่วงนี้ร่างกายอาจจะยังมีการอ่อนเพลีย แต่ปอดอาจจะเริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว ดังนั้น จึงต้องมีการออกกำลังกาย มีการเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น โดยอาจเริ่มจากการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การลุกเดินบ่อย ๆ ไม่อยู่เฉย พอร่างกายเริ่มชินแล้วค่อยขยับความหนักขึ้นไป อาจจะเดินให้ไวขึ้น หรือวิ่ง jogging เบา ๆ ได้เช่นกัน

รู้จักโรคปอดอักเสบ

ข้อมูลจากโรงพยาบาลบำรุงราษฎ์ระบุว่า โรคปอดอักเสบ (Pneumonitis) หรือปอดบวม เป็นการอักเสบของเนื้อปอดที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะปอดอักเสบจากการติดเชื้อในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ ซึ่งบางครั้งการติดเชื้ออาจรุนแรงและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไว้ก่อน

สาเหตุของโรคปอดอักเสบ

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปอดอักเสบสามารถเกิดได้ 2 สาเหตุ ดังนี้

  • ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เป็นการหายใจเอาสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น สารเคมีที่ระเหยได้ ฝุ่นหรือควันที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ
  • ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ เกิดจากการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อ ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อราจากมูลสัตว์ และแบคทีเรีย ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ และสภาพแวดล้อมรอบตัว

อาการโรคปอดอักเสบ

อาการของโรคปอดบวมจะคล้ายคลึงกับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่จะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • มีอาการไอ มีเสมหะ มีไข้ และหนาวสั่น
  • ผู้ป่วยจะมีอาการหอบหายใจเร็ว และอาจได้ยินเสียงดังกรอบแกรบจากปอด
  • มีอาการเจ็บหน้าอกขณะหายใจ
  • ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม และมีอุณหภูมิร่างการผิดปกติ
  • เด็กเล็กอาจมีอาการไม่ดูดนมหรือน้ำ ท้องอืดและอาเจียน

การรักษาโรคปอดอักเสบ

  • การรักษาอาการจำเพาะ พิจารณาให้ยาขยายหลอดลมในกรณีที่ผู้ป่วยมีเสียงดังที่ปอด ให้ยาขับเสมหะกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ให้น้ำและอาหารอย่างเพียงพอ ในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารไม่ได้แพทย์จะพิจารณาให้อาหารทางสายยางเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเกิดภาวะขาดสารอาหาร นอกจากนี้ ยังมีการบำบัดทรวงอกเพื่อช่วยขับเอาเสมหะออกจากปอดได้ดีขึ้น
  • การรักษาทั่วไป กรณีที่เกิดจากเชื้อไวรัสแพทย์จะรักษาแบบประคับประคอง โดยบำบัดทางระบบหายใจ เพราะไม่มียารักษา ส่วนในกรณีที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียแพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะ โดยจะเลือกใช้ยารักษาตามเชื้อที่ผู้ป่วยได้รับ

ข้อมูลจากโรงพยาบาลสินแพทย์ระบุว่าอาการและความรุนแรงของโรคปอดอักเสบ จะแตกต่างกันไปในแต่ละรายบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อที่ได้รับ ภูมิต้านทาน อายุ และ สภาพร่างกายของแต่ละคน

ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวอย่างไร

ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ระบุว่า ปอดอักเสบทำให้กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนทำงานได้ไม่ดี และจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจอึดอัด หายใจลำบาก มีระดับความรุนแรงตั้งแต่รุนแรงน้อยไปจนถึงรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19