Skip to content

Nothing Phone ปิดดีลระดมทุน Series C มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

23 ก.ย. 2568 | 11:07น.
Nothing Phone ปิดดีลระดมทุน Series C มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Nothing Phone ปิดดีลระดมทุน Series C มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เดินหน้าพัฒนาอุปกรณ์ AI-Native แบบใหม่ รอเปิดตัวรุ่นแรกปีหน้า พร้อมรักษาจุดต่างที่ใครก็ยากจะเลียนแบบ

นายคาร์ล เพ่ย (Carl Pei) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nothing กล่าวว่า Nothing ประกาศความสำเร็จการระดมทุนครั้งใหม่ Series C มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.3 พันล้านบาท) โดยได้รับการประเมินมูลค่าบริษัทที่ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.1 หมื่นล้านบาท)

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของก้าวถัดไป จากแบรนด์สมาร์ทโฟนอิสระเพียงหนึ่งเดียวในทศวรรษที่ผ่านมา สู่การเป็นผู้สร้างแพลตฟอร์ม AI-Native ที่หลอมรวมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าไว้ด้วยกันเป็นระบบอัจฉริยะอย่างครบวงจร

ตั้งแต่วันแรกที่ Nothing ก่อตั้งขึ้น เราเชื่อว่าถ้าสามารถสร้างธุรกิจสมาร์ทโฟนให้เติบโตได้ในระดับที่มีนัยสำคัญ พร้อมถือครองช่องทางการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคโดยตรง เราจะอยู่ในจุดที่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งถัดไปของวงการเทคโนโลยี แม้ในตอนนั้นจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าโอกาสนั้นคืออะไร แต่ในวันนี้โอกาสทุกอย่างมีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว

เราเริ่มจากการวางระบบนิเวศแบบครบวงจรที่สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว มีคุณภาพ และรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ที่ผ่านมาเราต่างรู้ว่าการสร้างบริษัทฮาร์ดแวร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่จะล้มเหลว และแทบไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด เราจึงต้องการทีมงานที่ผสานแนวคิดที่ปฏิบัติได้จริง และมีวิสัยทัศน์นอกกรอบใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานจะหลงรักทันทีที่ได้สัมผัส

ในวันนี้ รากฐานของเราแข็งแกร่ง ทั้งงานออกแบบที่คว้ารางวัลระดับโลก ระบบห่วงโซ่อุปทานและการผลิตที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและต้นทุน ภายในเวลาแค่สี่ปี เราส่งมอบอุปกรณ์นับล้านชิ้น และก้าวเข้าสู่ปี 2568 ด้วยยอดขายสะสมทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ เติบโตถึง 150% เมื่อเทียบกับปี 2567

“โครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่ยากที่สุด แต่เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เราได้สร้างขึ้น ด้วยแรงสนับสนุนจากคอมมิวนิตี้ผู้ใช้งาน เราจึงเดินมาถึงจุดนี้ได้”

ปัจจุบัน Nothing อยู่ในจุดที่ยากที่ใครจะเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ภายในเวลาไม่กี่เดือน กระบวนการเข้าสู่ตลาดที่พร้อมให้บริการและสนับสนุนผู้ใช้ทั่วโลก และคอมมิวนิตี้ผู้ใช้งานที่มีส่วนร่วมตั้งแต่แนวคิดเริ่มต้น โดยที่เราไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดขององค์กรขนาดใหญ่หรือกรอบความคิดเดิม ทำให้เราพร้อมที่จะก้าวสู่บทใหม่ของ Nothing ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

18 ปีที่ผ่านมา ทุกคนต่างก็ใช้สมาร์ทโฟน จนสมาร์ทโฟนกลายเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวในการจัดการทุกสิ่งอย่างในชีวิตประจำวัน ความทรงพลังของสมาร์ทโฟนไม่ได้อยู่แค่การเข้าถึงผู้คนจำนวนมากเท่านั้น แต่รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงบริบทและข้อมูลผู้ใช้ในระดับที่ไม่มีอุปกรณ์ใดเทียบได้ เราจึงเชื่อว่าสมาร์ทโฟนจะยังคงเป็นอุปกรณ์หลักในยุค AI

แต่ในขณะที่ AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนกลับแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากฟีเจอร์เล็ก ๆ อย่างการแต่งภาพ แปลภาษา หรือผู้ช่วยดิจิทัล ซึ่งก็มักทำงานได้ไม่เต็มที่

หากเราต้องการให้ AI ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ ฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคเองก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย จึงเป็นโอกาสของ Nothing ที่จะนิยามอนาคตใหม่ให้กับระบบปฏิบัติการที่สามารถเข้าใจผู้ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง ปรับเปลี่ยนได้ตรงตามบริบทและความต้องการของแต่ละบุคคล แนะนำสิ่งที่เหมาะสมได้อย่างลื่นไหล

และเมื่อเรายืนยันสิ่งที่ต้องการ ระบบจะดำเนินการต่อ อะไรที่ไม่สำคัญระบบจะจัดการแทนเรา เพื่อให้เราได้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน ไม่ใช่ระบบแบบ “หนึ่งเดียวสำหรับทุกคน” (One-Size-Fits-All) แต่คือระบบที่ปรับได้เป็นพันล้านรูปแบบ รองรับผู้ใช้นับพันล้านคน

เมื่อเวลาผ่านไป ระบบปฏิบัติการนี้จะเชื่อมต่อครอบคลุมอุปกรณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน อุปกรณ์เสียง สมาร์ทวอตช์ แว่นตาอัจฉริยะ หุ่นยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นที่จะถูกสร้างขึ้นในอนาคต

ความได้เปรียบของ Nothing คือการที่เราถือครองช่องทางการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคโดยตรง และรู้จักผู้ใช้ดีที่สุด หากไม่มีข้อมูลบริบทเหล่านี้ ระบบปฏิบัติการก็ไม่อาจมอบประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริงได้ บทถัดไปของเราจึงเป็นการรวม AI เข้ากับฮาร์ดแวร์ สร้างระบบใหม่ให้เทคโนโลยีทำหน้าที่ขยายขีดความสามารถของมนุษย์

ในระยะสั้น สมาร์ทโฟนยังคงเป็นอุปกรณ์เพียงชนิดเดียวที่มีการส่งมอบระดับพันล้านชิ้นต่อปีทั่วโลก แต่ไม่นานจากนี้ เราจะมีอีกหนึ่งอุปกรณ์ติดตัว ซึ่งจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญไม่แพ้สมาร์ทโฟน เราจะเข้าใจว่ายิ่ง AI ได้รับข้อมูลมากขึ้น ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเช่นกัน แต่สมาร์ทโฟนไม่สามารถอยู่กับเราได้ตลอดเวลา บางครั้งมันอยู่ในกระเป๋า หรือเราอาจจะยุ่งอยู่กับการถือของเต็มมือ

เราจะได้เห็นอุปกรณ์ AI-Native แบบใหม่ ที่พร้อมใช้งานทุกช่วงเวลาที่ต้องการ พร้อมระบบอัจฉริยะที่เปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นการลงมือทำ เราเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุด ชวนให้จินตนาการถึงอุปกรณ์ที่เข้าใจโลกผ่านมุมมองหลายมิติ และสร้างอินเตอร์เฟซได้ตามความต้องการของผู้ใช้

“เราทำงานกันอย่างหนักเพื่อมองหาว่าอนาคตของ AI-Native จะเป็นอย่างไร และตื่นเต้นที่จะเปิดตัวอุปกรณ์ AI-Native รุ่นแรกของเราในปีหน้า”

นายคาร์ลกล่าวถึงแรงสนับสนุนจากการระดมใน Series C ว่า เงินทุนในรอบนี้จะช่วยให้เราสามารถเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ได้อย่างเต็มที่ ด้วยการเร่งแผนพัฒนานวัตกรรมและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้คนทั่วโลก

การระดมทุนครั้งนี้นำโดย Tiger Global และได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเดิมอย่าง GV, Highland Europe, EQT, Latitude, I2BF และ Tapestry รวมถึงนักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายใหม่อย่าง Nikhil Kamath และ Qualcomm Ventures

นอกจากนี้ เรายังเตรียมเปิดการระดมทุนรอบใหม่กับคอมมิวนิตี้ผู้ใช้งาน เปิดโอกาสให้ผู้สนับสนุนของเราได้มีส่วนร่วมในเส้นทางของ Nothing อีกครั้ง รายละเอียดเพิ่มเติมจะเปิดเผยเร็ว ๆ นี้

“Nothing ขอขอบคุณคอมมิวนิตี้ผู้ใช้งาน ทีมงานของเรา และพันธมิตรทุกคนจากใจจริง เพราะบทถัดไปนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระดมทุน สมาร์ทโฟน