ทำไม WEBTOON CON ปักหมุด ‘ไทย’ ประเทศแรก
“ไลน์ เว็บตูน” (LINE WEBTOON) จัดงาน WEBTOON CON 2025 ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมคอมมิวนิตี้เว็บตูนให้แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ไทยได้แสดงความสามารถ และเชื่อมต่อกับกลุ่มนักอ่าน ปูทางสู่การเติบโตในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์อย่างมีคุณภาพ
ภายในงานมีกิจกรรมให้แฟน ๆ เว็บตูนได้ร่วมสนุก เช่น บูทครีเอเตอร์เจ้าของผลงานออริจินอลชื่อดัง ที่มีกิจกรรมพบปะและการจำหน่ายสินค้าแคแร็กเตอร์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงโซนตลาดนัดครีเอเตอร์อิสระ และการประกวดคอสเพลย์ โดยมีการจำหน่ายบัตรเข้างานในราคา 150 บาทด้วย
“ไทย” ปักหมุดประเทศแรก
“คิม โดยอง” ผู้บริหาร LINE WEBTOON ภูมิภาคเอเชีย NAVER WEBTOON LIMITED กล่าวว่า “ไทย” เป็นประเทศแรกที่มีการจัดงานลักษณะนี้ เพราะคอมมิวนิตี้เว็บตูนในไทยเข้มแข็งกว่าประเทศอื่นมาก ถ้าเทียบกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งมีจำนวนนักเขียนมากกว่า และเว็บตูนหลายเรื่องก็ประสบความสำเร็จในการต่อยอด IP
“ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ไลน์ เว็บตูน ต้องการผลักดันมาก ๆ เพราะมีศักยภาพสูง และเชื่อว่าอนาคตจะไม่ต่างกับเกาหลีใต้ ที่เป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมการอ่านเว็บตูน ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมเว็บตูนในเกาหลีใต้ไปไกลมาก มีการต่อยอด IP หลายรูปแบบ ล่าสุดเริ่มเห็นการดัดแปลงเนื้อหาเว็บตูนเป็นคอนเทนต์วิดีโอสั้นมากขึ้น ที่สำคัญครีเอเตอร์หลายคนก็เติบโตในเส้นทางอาชีพอย่างดีจนมีสตูดิโอเป็นของตนเอง”
อีกปัจจัยที่ทำให้ “ไทย” เหมาะกับการจัดงานนี้ คือ “ธรรมชาติ” ของครีเอเตอร์ไทยที่สดใส กระตือรือร้น ชื่นชอบการมีปฏิสัมพันธ์ และแจกลายเซ็นให้นักอ่านมาก ต่างกับครีเอเตอร์เกาหลีใต้ ที่ส่วนใหญ่จะชอบเก็บตัว และไม่เปิดเผยตัวตนให้นักอ่านทราบว่าเป็นใคร
“แม้จะเป็นการจัดงานครั้งแรก แต่ก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มนักอ่านดีมาก และมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานมากกว่าเป้าที่วางไว้ ส่วนแผนการจัดงานในประเทศอื่น ๆ อยู่ระหว่างการตัดสินใจ โดยจะดูจากฟีดแบ็กของงานในประเทศไทยเพิ่มเติม”


“โรแมนซ์” ขวัญใจนักอ่านไทย
เมื่อเจาะอินไซต์ไปที่กลุ่มนักอ่านชาวไทยโดยเฉพาะ “จัง โบรา” ผู้บริหาร LINE WEBTOON ประเทศไทย NAVER WEBTOON LIMITED กล่าวว่า หมวดหมู่เว็บตูนยอดนิยมสำหรับนักอ่านชาวไทย ได้แก่ “โรแมนซ์” ซึ่งมีฐานแฟนคลับใหญ่สุด รวมถึง “แฟนตาซี” เช่น เรื่องฉันเนี่ยนะ นักแสดงขั้นเทพ ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในช่วงนี้
“สาเหตุที่หมวดหมู่แฟนตาซีได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะพื้นฐานของเรื่องมาจากสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว พอใส่ตัวละครน่ารัก ๆ หรืออาชีพแปลก ๆ เข้าไป ก็ทำให้นักอ่านซึมซับเรื่องราวอีกแบบ”
นอกจากนี้ นักอ่านไทยยังชื่นชอบอ่านคอนเทนต์แนว BL (Boy’s Love) และ GL (Girl’s Love) สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ส่งผลให้คอมมิวนิตี้เว็บตูนในไทยมีจำนวนครีเอเตอร์แนว BL/GL มากตามไปด้วย
โมเดลการสร้างรายได้
อย่างไรก็ตาม ณ ไตรมาส 2/2568 เว็บตูนมีฐานผู้ใช้ทั่วโลกประมาณ 155 ล้านคน ส่วนผลประกอบการในปี 2567 ที่ผ่านมา เว็บตูนมีรายได้กว่า 1.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.5 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็นรายได้จากการเติมเงินเพื่อปลดล็อกรายตอน (Paid Content) 80% โฆษณา (Ads) 12% และการต่อยอดลิขสิทธิ์ (IP Adaptation) 8%


“คิม” กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการต่อยอด IP จากผลงานของครีเอเตอร์ไทย มีทั้งส่วนที่พัฒนาต่อเป็นซีรีส์ และสินค้าต่าง ๆ เช่น ของที่ระลึก และหนังสือ ซึ่งตอนนี้มีการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์หลายราย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการต่อยอด IP รูปแบบใหม่ ๆ โดยเฉพาะอาร์ตทอยที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน
“ใน 3-5 ปีต่อจากนี้ ต้องการให้แคแร็กเตอร์ของเว็บตูนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น อยู่บนบัตรโดยสาร หรือเป็นมาสคอตบนชุดยูนิฟอร์มของนักกีฬา เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คงจะคล้าย ๆ กับบัตเตอร์แบร์ (หมีเนย)”
แนวทางผลักดัน IP ไทย
“คิม” พูดถึงแนวทางการผลักดัน IP ของครีเอเตอร์ไทยว่า ตามที่เคยประกาศไว้ในงาน LINE CONFERENCE THAILAND 2025 เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าปีนี้มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไทยเป็น 52 เรื่อง จากที่ปีก่อนหน้ามีอยู่ 19 เรื่อง ตอนนี้การทำงานยังคงเป็นไปตามแผน และช่วงไตรมาส 4/2568 น่าจะได้เห็นผลงานของครีเอเตอร์ไทยมากขึ้น
ที่ผ่านมา เว็บตูนมีโครงการที่ส่งเสริมการอัพสกิลของครีเอเตอร์หลายอย่าง เช่น Training Camp 1 วัน ที่ตอนนี้กำลังพิจารณาว่าจะเพิ่มจำนวนวัน หรือปรับรูปแบบกิจกรรมให้ตอบโจทย์ครีเอเตอร์มากขึ้น รวมถึงการประกวด WEBTOON CONTEST ที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่ส่งผลงานเข้ามา โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้ลงในหน้าหลัก และมีโอกาสขยายตลาดผ่านการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันรองรับการแปลทั้งหมด 7 ภาษา
“แม้ว่าการทำตลาดในไทยจะยังเป็นการนำคอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามาแปลโดยส่วนใหญ่ แต่ผลงานของครีเอเตอร์ไทยมีศักยภาพในการไปต่างประเทศไม่แพ้กัน มีหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จแล้ว และอีกหลายเรื่องที่กำลังเตรียมขยายผล เว็บตูนจะใช้เครือข่ายของตนเองในการผลักดันอย่างเต็มที่”
ผู้บริหาร LINE WEBTOON ทิ้งท้ายด้วยว่า การที่เว็บตูนยืนระยะในตลาดมากกว่า 10 ปี และต่อสู้ในสงครามคอนเทนต์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดได้ เพราะรับฟังความต้องการของ “ครีเอเตอร์” และ “นักอ่าน” ที่เป็นหัวใจสำคัญในอีโคซิสเต็มตลอด และนำความคิดเห็นไปพัฒนาบริการต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น แม้สิ่งนี้จะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่กลับทำได้ยากกว่าที่คิดมาก ๆ