“ไชยชนก” เผย ดีอี รับลูกปราบสแกม เตรียมข้อกฎหมาย ตั้งหน่วยพิเศษ สืบสวน แฮก และโจมตีทางไซเบอร์กลับที่ศูนย์กลางแก๊งสแกม
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า หลังมีการหารือกับรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทรวงดีอีจะเริ่มดำเนินการเชิงรุกในหลายด้าน
หนึ่งในคือการเตรียมปรับปรุงข้อกฎหมายที่เกี่ยวเพื่อให้เกิดการตั้งหน่วยงานพิเศษใหม่ ในลักษณะเดียวกับต่างประเทศที่มี Cyber Fraud Agency (อาจเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกําหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
โดยจะเปิดทางให้มีการรวม White Hacker ทำหน้าที่เชิงรุกในการโจมตีศูนย์กลางแก๊งสแกมเมอร์ (Compound) ซึ่งตั้งอยู่นอกราชอาณาจักร
“การดำเนินการทางไซเบอร์ไม่มีพรมแดน แต่ก็มีความอ่อนไหวอยู่มาก ซึ่งกำลังอยู่ในการศึกษาและออกแบบกฎหมายให้เหมาะสม เพราะเราไม่ไหวแล้ว ต้องโจมตีเชิงรุก”
จากโครงสร้างกฎหมายเดิมทำให้เราสามารถติดตามร่องรอยของมิจฉาชีพไม่ว่าจะเป็นจากธนาคาร จากค่ายมือถือ ในจำนวนนี้ยังมี IP Adrees ที่เราติดตามที่ตั้งของการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้ได้ และหากสืบสวนและพิสูจน์ได้แล้ว ยูนิตใหม่ที่เราตั้งขึ้นจะดำเนินการแฮกกลับ หรือปล่อยแรนซัมแวร์และอื่น ๆ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นสงครามไซเบอร์ก็ได้
ปราบสแกมตามข้อสั่งการ 3 แนวทาง
ก่อนหน้านี้ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี เร่งรัดดำเนินการมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน ตามแนวทางหลัก 3 ด้านสำคัญ ดังนี้
1.มาตรการเชิงรุก ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต – โทรศัพท์มือถือ พร้อมลงโทษเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
2.การบูรณาการข้อมูลร่วมระหว่างหน่วยงานกระทรวงดีอี เร่งรัดบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือศูนย์ AOC 1441 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นแนวทางสากลมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล พยากรณ์แนวโน้มการเกิดอาชญากรรมออนไลน์
และการติดตามเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด รวมถึงการเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์ และแสดงผลผ่าน Dashboard เพื่อใช้เตือนภัยประชาชนและสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.การปรับปรุงกฎหมายศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะด้าน เช่น Cyber Fraud Agency เพื่อทำหน้าที่กำกับและบูรณาการการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐและเอกชน เพิ่มบทลงโทษการกระทำผิดทางกฎหมายให้รุนแรง และรัดกุมยิ่งขึ้น