The 1 แนะธุรกิจเก็บ “Small Data” รู้จักลูกค้าเดิม ก่อนหาลูกค้าใหม่
นายกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์
The 1 เปิดอินไซต์ฐานสมาชิก 22 ล้านคน กลุ่ม Active Lifestyle โตต่อเนื่อง เพราะคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ พร้อมแนะ SMEs อย่ามองข้าม “Small Data” เก็บข้อมูลลูกค้าให้ดี โฟกัสลูกค้าเดิม ก่อนแสวงหาลูกค้าใหม่
นายกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “Customer Loyalty in the Age of AI and Economic Uncertainty” งานสัมมนา THAILAND 2026 ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า “เดอะวัน” (The 1) เป็น Loyalty Program ของเครือเซ็นทรัล ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 22 ล้านคน ผ่านการสั่งสมฐานข้อมูลมากว่า 19 ปี เป็นหนึ่งในระบบสมาชิกที่มีจำนวนสมาชิกสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
ภายใต้ฐานสมาชิกจำนวนมาก สามารถแบ่งเซ็กเมนต์ตามพฤติกรรมของลูกค้าได้หลากหลาย เช่น กลุ่มครอบครัว (Parents with Kids) กลุ่ม Gen Y & Z กลุ่ม Seniors ที่มองหาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ และกลุ่ม Mainstream ที่แสวงหาความคุ้มค่าในการจับจ่าย
โดยหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่น่าสนใจ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้สภาพเศรษฐกิจจะไม่แน่นอน และผ่านพ้นช่วงที่โควิด-19 ระบาดมาแล้ว คือ “Active Lifestyle” คนจับจ่ายและซื้ออุปกรณ์กีฬาเรื่อย ๆ สะท้อนว่าคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ (Well-Being) มากขึ้น
“แม้อีโคซิสเต็มของเดอะวันจะใหญ่มาก แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต จึงมีการจับมือกับพาร์ตเนอร์ในหมวดหมู่อื่น ๆ เช่น ไลน์แมนและโตโยต้า เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น”
นายกวินพูดถึงแนวทางการประยุกต์ใช้ดาต้า และ Loyalty Program ในกลุ่มเอสเอ็มอี (SMEs) ด้วยว่า ไอเดียของ “Big Data” เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจในวงกว้าง แต่ “Small Data” หรือข้อมูลที่สัมพันธ์กับการทำธุรกิจโดยตรง เช่น พฤติกรรมการจับจ่าย และประเภทของช่องทางการชำระเงิน ยังถูกมองข้าม
ยิ่งช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี หาลูกค้าใหม่ยาก เจ้าของธุรกิจยิ่งต้องใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ โฟกัสลูกค้าเดิมให้มากที่สุด และทำความรู้จักลูกค้าของตนเองให้ดี เพราะต้นทุนการดูแลลูกค้าเดิมถูกกว่าหาลูกค้าใหม่ 7 เท่า
“มีผลสำรวจบอกว่า Small Data สร้างอิมแพ็กต์กับธุรกิจถึง 80% ขณะที่ Big Data มีผลแค่ 20% เท่านั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องเช็กตนเองว่าเก็บ Small Data รวมถึงข้อมูลของลูกค้าดีพอหรือยัง เพื่อนำไปสู่การต่อยอดและใช้ร่วมกับ AI ในอนาคต”