‘สินเชื่อ’ สมาร์ทโฟน อาวุธลับ Jmart เร่งโต 50%
ไม่ได้มาเล่น ๆ “เจมาร์ท” (Jmart) เปิดเกมตั้งแต่ต้นปีด้วยการประกาศเป้ารายได้จากการขายสมาร์ทโฟนในปี 2569 ว่าจะเติบโตถึง 50% ทั้ง ๆ ที่ประเมินว่าภาพรวมตลาดในไทยปีนี้จะเติบโตในระดับตัวเลขดิจิตเดียว
สแกนตลาดมือถือปีม้า
“ดุสิต สุขุมวิทยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด หนึ่งในยักษ์ค้าปลีกสมาร์ทโฟน เปิดเผยว่า สมาร์ทโฟนกลายเป็นสินค้าจำเป็นของผู้คน และยังมีดีมานด์จำนวนมาก แม้กำลังซื้อจะลดลงจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก โดยมองว่าในปี 2569 ตลาดในไทยยังมีแนวโน้มเติบโต ในระดับที่ไม่ถึงตัวเลขสองหลัก แต่ก็มีปัจจัยบวกอื่น ๆ เช่น การเปลี่ยนเครื่องรอบใหม่ที่มีความต้องการรองรับเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะในกลุ่มรุ่นราคาจับต้องได้

“เราตั้งเป้ารายได้ปีนี้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาทเติบโต 50% จากปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในจำนวนนี้มาจากยอดขายผ่านสินเชื่อ ประมาณ 5,000 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อน”
และว่า สภาพตลาดสมาร์ทโฟนในแต่ละกลุ่มก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนช่วงโควิด ปัจจุบันกลุ่ม Mid-to-High เป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนราคาตั้งแต่ 15,000 บาท ไปจนถึงระดับ High-end ที่ราคาสูงกว่า 40,000 บาท ปัจจัยหนุนหลักคือเทคโนโลยี CPU ที่เร็วขึ้นและนวัตกรรม AI
ส่วนกลุ่ม Entry ราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เติบโตติดลบ ประมาณ 5.4% ในปีที่ผ่านมา
แม่ทัพ “เจมาร์ท โมบาย” บอกว่า ผู้บริโภคยังให้ความสนใจในการอัพเกรดเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Flagship จากแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงจากฝั่ง C-brand (OPPO, Vivo, Xiaomi ฯลฯ) ที่มียอดขายดีช่วงปลายปี
ขณะที่ราคามือถือมีแนวโน้มสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบทั่วโลกนั้น แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งในแง่ของราคา และการปรับสเป็กเครื่อง คาดว่าช่วงไตรมาส 2/2569 จะเริ่มเห็นสัญญาณ
“เงินผ่อน” เครื่องมือปั๊มยอด
แม้ราคาจะเพิ่มขึ้นในภาวะที่กำลังซื้อลดลง แต่เชื่อว่าในมุมของผู้บริโภคจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะมีระบบผ่อนชำระเข้ามาช่วย
“ปัจจุบันสินเชื่อกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่กำลังซื้อลดลง เจมาร์ทเห็นเทรนด์การเปลี่ยนมาใช้สินเชื่อมากขึ้น แม้ในกลุ่มลูกค้าที่มีบัตรเครดิตเองก็ต้องการเก็บวงเงินในบัตรไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน”
และว่า ในปีที่ผ่านมา เจมาร์ทมียอดปล่อยสินเชื่อ Lock Phone (ล็อกสมาร์ทโฟนเมื่อไม่ชำระค่างวด) ถึงประมาณ 9,300 ล้านบาท และตั้งเป้าในปีถัดไปที่ 10,000-12,000 ล้านบาท
“ตอนนี้การเข้าถึงสินเชื่อสมาร์ทโฟนทำได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อก่อน การที่จะผ่อนมือถือได้ต้องไปที่หน้าร้าน และเตรียมบัตรประชาชน ถ่ายเอกสาร มีความยุ่งยาก และต้องใช้เวลา แต่ทุกวันนี้มีการพัฒนาระบบที่ทำให้ลูกค้าสามารถทำทุกอย่างออนไลน์ได้ โดยใช้ ThaiD ทำ e-KYC ทำให้เวลาการขอสินเชื่อเหลือแค่ 3 นาที และสมาร์ทโฟนที่ต้องการจะจัดส่งไปที่บ้านของลูกค้าภายใน 1 ชม.”
“ดุสิต” กล่าวด้วยว่า ในปีนี้เตรียมงบประมาณไว้จำนวนหนึ่งเพื่อเปิดสาขาใหม่อีกประมาณ 100 แห่ง เน้นรูปแบบ Market Store ในห้างสรรพสินค้าในท้องถิ่นเพื่อเข้าถึงชุมชน รวมถึงตั้งเป้าเพิ่มดีลเลอร์จาก 1,700 ราย เป็น 2,500 ราย เพื่อให้ครอบคลุมการขายผ่านโซเชียล และเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่มีสาขาหลัก ซึ่งต้องใช้การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับพาร์ตเนอร์อย่างใกล้ชิด
Lock Phone อาวุธลับ
“อโณทัย ศรีเตียเพ็ชร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบสินเชื่อ SG Finance เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อซื้อสมาร์ทโฟน ที่มีเทคโนโลยี Lock Phone หรือการล็อกเครื่องเมื่อไม่ชำระค่างวดส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และทำให้บริษัทควบคุมหนี้เสียได้ดีขึ้น

“ดำเนินการมา 18 เดือน หนี้เสียไม่เกิน 3% ระบบ Lock Phone ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยซัพพอร์ตคนขายให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ง่ายขึ้นภายใต้หลัก Responsible Lending หรือการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ”
ความพร้อมของเทคโนโลยีพิสูจน์โมเดลปล่อยสินเชื่อแบบนี้ว่าเกิดผลสำเร็จสูง จากเดิมในปี 2567 คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อราว 1,200 ล้านบาท แต่ทำได้จริงถึง 3,000 ล้านบาท และในปี 2568 ที่ผ่านมาคาดหวัง 8,000 ล้าน แต่ทำได้ถึง 9,000 ล้านบาท
ดังนั้น ในปีนี้เมื่อเทคโนโลยียืนยันตัวตน e-KYC ที่ใช้งานผ่าน ThaiD ทำให้การปล่อยสินเชื่อทำได้รวดเร็วขึ้น ไม่ต้องมีภาระเอกสาร กลายเป็น SG Finance+ ในปัจจุบัน ประกอบกับคนเริ่มใช้งานมากจากฐานข้อมูลเดิมกว่าล้านราย คาดว่าปี 2569 พอร์ตสินเชื่อล็อกโฟนจะเพิ่มวงเงินเป็น 12,000 ล้านบาท
“จากที่ทำมา 18 เดือนพิสูจน์สถานะได้แล้วว่าเราเป็นเจ้าตลาด ด้วยระบบที่เสถียรและมีข้อมูลในมือจำนวนมาก แม้มีคู่แข่งพยายามเข้ามาในตลาดสินเชื่อสมาร์ทโฟนมากขึ้น แต่การมีเทคโนโลยีที่ครบวงจร และการจัดการ Pain Point ได้ดีกว่า ทำให้เรายังคงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันไว้ได้”
เสริมแกร่งพอร์ต Singer
ด้าน “นราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER กล่าวว่า SG Finance+ สอดรับกับทิศทางการทรานส์ฟอร์มองค์กรของ SINGER สู่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร เมื่อผสานเทคโนโลยีเข้ากับเครือข่ายการขายและพันธมิตรทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ในเชิงรายได้จากสมาร์ทโฟนของบริษัทปี 2568 เพิ่มก้าวกระโดดเป็น 254 ล้านบาท หรือโตกว่า 300% สะท้อนความต้องการสินเชื่อสมาร์ทโฟนที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อแบบ Lock Phone
“สิ้นปี 2568 เราประสบความสำเร็จในการขยายเครือข่าย Direct Sale และดีลเลอร์โทรศัพท์มือถือกว่า 1,200 รายทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง สนับสนุนการเติบโตของยอดขาย”
ขณะที่สถานการณ์ในตลาดโลก จากการรายงาน Counterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดไอที เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ยอดจัดส่ง (Shipment) สมาร์ทโฟนทั่วโลกปี 2569 ว่าจะลดลงจาก -2.1% เป็น -2.6% จากปัญหาต้นทุนหน่วยความจำที่ราคาสูงขึ้น กระทบต้นทุนผลิตสมาร์ทโฟน ระดับเริ่มต้น 25% รุ่นกลาง 15% รุ่นสูง 10% ทำให้การจัดส่งลอตใหญ่มีแนวโน้มชะลอตัว และคาดว่าจะได้รับผลกระทบในไตรมาส 2/2569