เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

มหากาพย์ 40 ปี มังกรเหล็ก กองทัพหุ่นยนต์จีนผงาด ครองตลาดโลก 2026

19 ก.พ. 2569 | 13:01น.

ไม่มีหน้าประวัติศาสตร์ใดน่าทึ่งไปกว่าการเปลี่ยนผ่านของจีน จากประเทศที่เคยถูกขนานนามว่าเป็นโรงงานราคาถูก สู่ ศูนย์กลางนวัตกรรมหุ่นยนต์ระดับโลกที่ไร้คู่แข่ง ภายในเวลาเพียง 4 ทศวรรษ ข้อมูลล่าสุดที่ประชาชาติธุรกิจรวบรวมมาจากต้นปี 2026 ชี้ชัดว่า ‘จีน’ ไม่ได้เพียงผู้เล่นที่เดินตามหลังชาติตะวันตกอีกต่อไป แต่คือผู้กำหนดมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ในแบบที่โลกต้องยอมจำนน 

1980-2000 ยุคแห่งความพ่ายแพ้

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1980 ถึงต้นปี 2000 จีนประสบปัญหาอย่างหนักในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง แม้รัฐบาลจะเริ่มบรรจุหุ่นยนต์ลงใน ‘แผนงาน 863’ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี แต่ในทางปฏิบัติ จีนกลับเผชิญกับทางตัน เพราะส่วนประกอบหลัก 3 อย่าง ได้แก่ ตัวลดความเร็วรอบ เซอร์โวมอเตอร์ และชุดควบคุม ในเวลานั้น จีนต้องพึ่งพาการนำเข้าจากญี่ปุ่นและเยอรมนีเกือบ 100%

หุ่นยนต์แบรนด์จีนในยุคนั้นถูกตราหน้าว่าเป็นสินค้าไร้คุณภาพ บ่อยครั้งที่หุ่นยนต์ตัวแรกๆ เกิดอาการเข่าอ่อน หรือทำงานผิดพลาดกลางคันจนโรงงานในประเทศเองยังปฏิเสธที่จะใช้งาน ความล้มเหลวเชิงเทคนิคประกอบกับต้นทุนแรงงานมนุษย์ที่ยังต่ำ ทำให้การลงทุนในหุ่นยนต์ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ห่างไกลจากความจริงของภาคธุรกิจ จีนในเวลานั้นจึงเป็นได้เพียงผู้ซื้อรายย่อยที่ต้องยอมก้มหัวให้เจ้าของเทคโนโลยีจากซีกโลกตะวันตก

2016 Made in China

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลปักกิ่งเล็งเห็นวิกฤตโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้น นโยบาย Made in China จึงถูกประกาศออกมาเพื่อยกระดับการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติอย่างบ้าคลั่ง จีนเลือกใช้กลยุทธ์ทางลัดผ่านการควบรวมกิจการระดับโลก ดีลที่สะเทือนวงการที่สุดเกิดขึ้นในปี 2016 เมื่อบริษัท Midea Group ยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าของจีน เข้าซื้อกิจการ KUKA หนึ่งในสี่ผู้ผลิตหุ่นยนต์ระดับโลกจากเยอรมนี

แม้จะถูกต่อต้านจากรัฐบาลยุโรป แต่การเข้าถึงองค์ความรู้ระดับสูงนี้ เปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้วิศวกรจีนเรียนรู้วิธีสร้างล้อแทนที่จะต้องประดิษฐ์ล้อใหม่ด้วยตัวเอง จีนเริ่มสร้างระบบนิเวศของตัวเองในเมืองเซินเจิ้นและเซี่ยงไฮ้ จนเกิดเป็นห่วงโซ่อุปทาน ที่สามารถผลิตชิ้นส่วนที่เคยนำเข้าได้เองภายในประเทศเกือบทั้งหมด

2024-2025 เหล็กมังกรครองแชมป์

รายงานจาก International Federation of Robotics หรือ IFR ประจำปี 2025 ระบุว่าจีนกลายเป็นตลาดหุ่นยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสมบูรณ์

ในปี 2024 เพียงปีเดียว จีนมีการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมใหม่ถึง 295,000 ตัว คิดเป็นกว่า 54% ของปริมาณการติดตั้งทั่วโลก และภายในสิ้นปี 2024 จีนมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ใช้งานอยู่ทะลุ 2 ล้านตัว เป็นประเทศแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ความสำเร็จต่อจากนี้ไม่ได้ด้วยนโยบายการนำเข้า เพราะข้อมูลระบุว่า หุ่นยนต์ที่ผลิตและใช้งานภายในประเทศจีนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเกิน 57% แซงหน้าแบรนด์ต่างชาติได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่ต้องใช้พละกำลังสูงและความแม่นยำ หุ่นยนต์จีนครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 90% พิสูจน์ให้เห็นว่า เศษเหล็กเข่าอ่อนใจอดีตได้ถูกแก้ไขด้วยการวิจัยที่มุ่งเน้นการใช้งานจริงและต้นทุนที่แข่งขันได้

2026 ยุคทองฮิวแมนนอยด์

ก้าวเข้าสู่ปี 2026 สมรภูมิหุ่นยนต์ ย้ายจากแขนกลในโรงงานมาสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์ทรงมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วย Embodied AI จีนกลายเป็นดาวเด่นที่โลกต้องจับตามองในงานระดับโลกอย่าง CES 2026

ข้อมูลจาก Counterpoint Research และ Omdia ยืนยันว่าในปี 2025 จีนครองส่วนแบ่งการตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกสูงถึง 80%

บริษัท AgiBot จากเซี่ยงไฮ้ก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในด้านยอดจัดส่งหุ่นยนต์ มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 39% แซงหน้าคู่แข่งระดับโลกอย่าง Tesla Optimus ขณะที่ Unitree Robotics ตามมาเป็นอันดับสองด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วและมีราคาที่ถูกกว่าชาติตะวันตกถึง 10 เท่า

สิ่งที่ทำให้จีนแข็งแกร่งที่สุดคือห่วงโซ่อุปทานที่สมบูรณ์ใน Robot Valley หรือเซินเจิ้น ที่มีบริษัทกว่า 300 แห่งรองรับการผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นตั้งแต่เซนเซอร์ไปจนถึงมอเตอร์กำลังสูง

แรงงานยุคใหม่

ทิศทางในปี 2026 จีนไม่ได้มองหุ่นยนต์เป็นเพียงเครื่องจักรในโรงงาน แต่คือแรงงานยุคใหม่ที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน แผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรมจีนตั้งเป้าว่าภายในปี 2027 หุ่นยนต์จะต้องผสานรวมเข้ากับระบบเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่งานกู้ภัยใต้น้ำลึก 1,200 เมตร ในทะเลจีนใต้ ไปจนถึงหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุที่สามารถโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติได้อย่างลื่นไหลผ่านเทคโนโลยี Agentic AI

ความอดทนต่อความพ่ายแพ้ในช่วง 20 ปีแรก จีนยอมเป็นผู้ตามเพื่อเรียนรู้ ยอมขาดทุนเพื่อสร้างระบบนิเวศ และใช้ขนาดตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นห้องแล็บทดลองขนาดมหึมา เคยล้มเพราะเทคโนโลยีไม่ถึงขั้นจนกระทั่งแกร่งขึ้น เพราะสามารถควบคุมได้ทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์

ที่มา:

  • International Federation of Robotics (IFR) – World Robotics 2025 Report
  • Counterpoint Research – Global Humanoid Robot Installations (Jan 2026)
  • Omdia Tech Consultancy – General-purpose Embodied Intelligent Robots Report 2025
  • ข้อมูลสรุปจากงาน Spring Festival Gala 2026 โดย China Media Group (CMG)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน หุ่นยนต์