ชู Thai First แก้ขาดดุลบิ๊กเทค ‘โรบินฮู้ด’ ตามรอย ‘เป๋าตัง’
“ยิบอินซอย” บริษัทไทยเก่าแก่ อายุกว่า 1 ศตวรรษ เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ จัดตั้ง “บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด” เพื่อรวมกลุ่มธุรกิจด้าน Systems Integration, Enterprise Solutions และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขัน เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต
ภายใต้โครงสร้างใหม่ “ยิบอินซอย” จะเป็น Holding Company มุ่งกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การลงทุน และการบริหารพอร์ตธุรกิจของกลุ่มบริษัท ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
ประกอบด้วย 1.ยิบอินซอย เน็กซ์ เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจด้านดิจิทัลเทคโนโลยี และบริการ Enterprise Solutions เต็มรูปแบบ ปัจจุบันครองส่วนแบ่งรายได้ในกลุ่มบริษัทราว 60-70% 2.เกษตรและพลังงาน และ 3.Sustainable Living Lifestyle ซึ่งรวมแอปพลิเคชั่น “โรบินฮู้ด” (Robinhood) ที่รับไม้ต่อมาจาก SCBX ร่วมกับพาร์ตเนอร์อีก 3 ราย ได้แก่ บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป, เอสซีที เรนทอล คาร์ และล็อกซบิท

“มรกต ยิบอินซอย” กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจไอที เกษตร และพลังงาน ยิบอินซอยทำได้ดีอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่ม Sustainable Living Lifestyle เหมือนการเพิ่มโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ทำหน้าที่ซัพพอร์ตกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ด้วยการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปประยุกต์ใช้ในทุก ๆ การทำงาน
สำหรับบริการ “โรบินฮู้ด” กลยุทธ์หลักยังเป็นการสนับสนุน “ร้านโลคอล” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤต และความท้าทายต่าง ๆ โดยมีทีม “เอสซีที เรนทอล คาร์” ที่คลุกวงใน และเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ เข้ามาเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการแอปให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ยอดผู้ใช้ และปริมาณออร์เดอร์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ และสามารถรักษามาตรฐานการเติบโตได้”
และมีความตั้งใจที่จะให้ “โรบินฮู้ด” เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย สนับสนุนนโยบาย “Thai First” ที่เน้นการใช้แพลตฟอร์มสัญชาติ “ไทย” เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ไม่รั่วไหลออกไปยังบริษัทต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แพลตฟอร์มไทยอยู่รอดได้ส่วนหนึ่งต้องมาจากการสนับสนุนของรัฐบาล ดังเช่นโมเดลแอป “เป๋าตัง” ที่เติบโตมาจากการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ จนมีคนใช้ถึงปัจจุบัน
“ที่ผ่านมารัฐบาลเชิญเราไปพูดคุยอยู่บ่อย ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้แพลตฟอร์มไทยอยู่รอดได้ เพราะหลายแพลตฟอร์มทยอยปิดตัวไปเรื่อย ๆ เราอยากเสนอว่ารัฐบาลไม่ต้องเอางบประมาณไปทำแพลตฟอร์มใหม่ของตนเองแต่ให้มาใช้ของเรา เพราะเราตั้งใจทำแอปให้คนไทยใช้อยู่”