Technology for Life By SAMART ฝังชิพในคน พลิกโลกอนาคต
ฉากการฝังชิพไว้ในตัวมนุษย์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ บ่งบอกคุณลักษณะประจำตัวบุคคล ตามที่เราได้เห็นในนิยายวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายเรื่อง ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว เมื่อพนักงานหลายสิบคนของบริษัทในสหรัฐอเมริกา ยอมฝังไมโครชิพ ซึ่งมีขนาดเล็กมากระหว่างง่ามนิ้วชี้และนิ้วโป้ง ไมโครชิพที่ถูกฝังอยู่นี้ สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง สามารถใช้แทนบัตรพนักงาน เปิดประตูเข้าออกสำนักงาน ล็อกอินเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ และจ่ายเงินซื้อของได้เหมือนบัตรเครดิต
ข่าวนี้เผยแพร่ไปทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อบริษัทผู้ผลิตตู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มอัตโนมัติ
“ทรี สแควร์ มาร์เก็ต” (Three Square Market) เริ่มฝังไมโครชิพที่ใช้เทคโนโลยี RFID (radio-frequency identification) บนมือของพนักงานในบริษัท โดยใช้อุปกรณ์คล้ายเข็มฉีดยาทำการฝัง ใช้เวลาเพียง 2 วินาทีเท่านั้น และสามารถเอาออกได้หากต้องการ


เทคโนโลยีการฝังชิพตามร่างกาย เป็นนวัตกรรมที่แล็บทั่วโลกทดสอบ ลองผิดลองถูกกันอย่างกว้างขวางมานานหลายปี เว็บไซต์ บีบีซี เคยรายงานว่า เมื่อหลายปีแล้วองค์การอาหารและยาของประเทศอเมริกา ให้การรับรองและอนุญาตให้ใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีฝังชิ้นส่วนของไมโครชิพ หรือหน่วยเก็บข้อมูลอัจฉริยะขนาดจิ๋ว เข้าสู่ใต้ผิวหนังผู้ป่วยได้ ไมโครชิพขนาดเล็กมากๆ เท่าเมล็ดข้าว ฉีดเข้าไปฝังตัวใต้ผิวหนังของผู้ป่วย เพื่อช่วยเก็บข้อมูลทางในทางการแพทย์ เช่น ข้อมูลกรุ๊ปเลือด ข้อมูลการเกิดภูมิแพ้ ข้อมูลลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษาของแพทย์มีประสิทธิภาพมากที่สุด
จนถึงวันนี้ การฝังชิพในคน ถูกยกระดับให้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่จะเข้าพลิกโฉมโลกแห่งอนาคตร่วมกับเทคโนโลยีสุดล้ำอื่นๆ ถึงกับคาดการณ์กันว่า ไม่แน่สุดท้ายแล้วมนุษย์อาจต้องถูกควบคุมผ่านชิพเล็กๆ ที่ฝังไว้ตามร่างกาย เทคโนโลยีที่อยู่รอบตัวตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามตัวอัจฉริยะ GPS การชำระเงินแบบไร้สัมผัส (Contactless Payment) การรับรู้ผ่านทางม่านตา เป็นเพียงแค่เทคโนโลยีนำร่อง ที่ปูทางไว้ให้กับเทคโนโลยีแห่งอนาคต คือ ‘ไมโครชิพ’ ที่ฝังอยู่ในร่างกายมนุษย์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
ไมโครชิพทำหน้าที่เป็น แท็ก (TAG) ที่สามารถบ่งบอกคุณลักษณะของวัตถุสิ่งของต่างๆ ด้วยคลื่นความถี่วิทยุ ถ้าไมโครชิพฝังอยู่ในตัวคน แท็กจะระบุได้ว่าเราเป็นใครจากการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เหมือนกับเทคโนโลยีที่ใช้ในชิพการ์ดต่างๆ คล้ายกับชิพที่ถูกฝังในสัตว์เลี้ยง เพื่อระบุลักษณะ และติดตามการสูญหายได้
ดังนั้น ในอนาคตเราอาจไม่จำเป็นต้องพกบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนอีกต่อไป เมื่อทำธุรกรรมแค่ใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ฝังไมโครชิพไว้เข้าใกล้เครื่องอ่านข้อมูล จะด้วยวิธีสัมผัส แตะ เดินผ่าน หรือแค่โบกมือเบาๆ ระบบจะเรียนรู้ทันทีว่าคุณ คือ ใคร และอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล หรือปลดล็อกทำธุรกรรมต่างๆ ได้ง่ายดาย ทดแทน กุญแจ และบัตรประจำตัว ที่ผู้ใช้จะไม่มีทางหลงลืมแน่นอน
การฝังไมโครชิพในร่างกาย กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลก แต่ก็มาพร้อมกับความวิตกกังวลด้วยเช่นกัน สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งวิเคราะห์ให้ชวนคิดว่า จริงๆ แล้ว การฝังชิพในคน เป็นนวัตกรรมที่เยี่ยมยอด หรือเป็นเรื่องที่ชวนขนลุกกันแน่ (Cool or Creepy) ที่ดูน่าหวาดวิตกมาก คือ ความเป็นส่วนตัว ปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นไปได้ของการถูกโจรกรรมข้อมูล รวมไปถึงผลกระทบในด้านร่างกาย แน่นอนว่า เรากำลังพูดถึงการเชื่อมต่อ การรับส่งสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่ในร่างกายของเรา แค่คิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่ในร่างกาย ก็ดูน่าหวาดวิตกอยู่ไม่น้อยแล้ว
จะแน่ใจได้อย่างไรว่า นวัตกรรมที่เรารู้อยู่ว่าทำประโยชน์ได้มากก็จริง แต่วันหนึ่งอาจเกิด error และจะไม่มีผลกระทบกับร่างกายของเรา เหมือนที่วันนี้ มีผลวิจัยมากมาย เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้อยู่ทุกวัน ชี้ชัดว่ามีความเสี่ยงส่งผลเสียต่อสุขภาพ
นี่เป็นความวิตกกังวล ที่กำลังถูกตั้งคำถาม ซึ่งหากความวิตกกังวลเหล่านี้ยังคงอยู่ การฝังไมโครชิพในร่างกาย ในอีกแง่มุมก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าขนลุกอยู่ไม่น้อย
สนับสนุนทุกความคิดสร้างสรรค์ โดย “กลุ่มบริษัทสามารถ”
ที่มาภาพ : nbcnews.com , cnbc.com , Globetrender Magazine