เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

ดีอีเอส-กสทช. สกัดไวรัสโควิด-19 บังคับต่างชาติ-คนไทยจากปท.เสี่ยงต้องโหลดแอป หวังตรวจสอบการระบาด

11 มี.ค. 2563 | 16:21น.

กระทรวงดิจิทัลจับมือ กสทช. ค่ายมือถือ ผุดแอปพลิเคชั่นสกัดไวรัสโควิด-19 บังคับต่างชาติ-คนไทยจากประเทศเสี่ยงต้องโหลดแอป-กรอกข้อมูล พร้อมให้ภาครัฐติดตามตัวได้ทันที

ผู้สื่อข่าว ‘ประชาชาติธุรกิจ’ รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ได้ร่วมประชุมกับ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย ได้แก่ บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) , บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) , บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด , บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด รวมถึง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมควบคุมโรค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เกี่ยวกับแนวทางเฝ้าระวังการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า จะใช้แอปพลิเคชั่นของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย “AOT Airports” ที่ได้พัฒนาฟีเจอร์พิเศษสำหรับสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ เพื่อให้ชาวต่างชาติ “ทุกคน” ที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยาน จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและกรอกข้อมูลเพื่อให้ภาครัฐสามารถติดต่อ ติดตามตรวจสอบย้อนกลับได้ หากพบความเสี่ยงจากการระบาดของโรคในภายหลัง ขณะที่ผู้เดินทางชาวไทยที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานนั้น จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นและกรอกข้อมูลเฉพาะ “ผู้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง” ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง  ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดต่อโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา  2019  หรือ โควิด-19

“ชาวต่างชาติ ถ้าโรมมิ่งเบอร์โทรศัพท์เข้ามาใช้ในประเทศไทย และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทันที  หากไม่ได้โรมมิ่งมากได้ขอความร่วมมือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยทั้ง 5 ราย ขายซิมการ์ดในราคาเริ่มต้นที่ 49 บาท สามารถใช้งานได้ 14 วัน ณ จุดควบคุมโรค เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทันที  และจะมีการตรวจสอบว่ามีการกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้วหรือไม่ก่อนผ่านด่าน ตม. โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมไว้ ณ กรมควบคุมโรค โดยจะเริ่มบังคับใช้ 12 มี.ค. นี้”

ส่วนกรณีที่การเดินทางเข้าประเทศไทยโดยผ่านด่านภาคพื้นดิน จะใช้วิธีการกรอกแบบฟอร์ม ตม.8  แทน  โดยปัจจุบันมีผู้เดินทางเข้าประเทศผ่านทุกด่านตรวจคนเข้าเมือง อยู่ที่ราว 7 หมื่นคนต่อวัน แยกเป็นชาวไทยประมาณ 2 หมื่นคน และชาวต่างชาติประมาณ 5 หมื่นคน

กรณีที่ผู้เดินทางเข้าประเทศไม่ให้ความร่วมมือ  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สามารถบังคับสั่งห้ามไม่ให้เข้าประเทศไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 12(7) พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง

“หากเกิดกรณีที่มีความเสี่ยง กรมควบคุมโรคก็จะแจ้งข้อมูลกลับมาที่ กสทช. ทาง กสทช. ก็จะประสานงานไปยัง ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 ราย เพื่อให้ทราบว่าบุคคลนั้นใช้เครือข่ายไหน และจะได้ติดตามได้ว่าบุคคลนั้นอยู่ในพื้นที่ใดในประเทศไทย”