ทวิตเตอร์ เปิด 5 กลยุทธ์ แนะแบรนด์ สร้างบทสนทนา จริงใจ ตรงไปตรงมาและรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การสร้างความภักดีต่อแบรนด์ หวังมัดใจชาวทวีต
นายอาร์วินเดอร์ กุจรัล กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวิตเตอร์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มบทบาทมากขึ้น ดังนั้นแบรนด์ก็ต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งการสร้างบทสนทนาบนทวิตเตอร์ มีความสำคัญในการทำตลาดปัจจุบันมากขึ้น เพราะการสนทนาถือเป็น พรมแดนของการตลาดรูปแบบใหม่ของแบรนด์ และทวีตได้กลายเป็นเสมือนสกุลเงินที่สำคัญของแบรนด์ไปแล้ว ซึ่งแบรนด์ที่เข้าใจแนวทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆก็จะสามารถเดินหน้าไปไกลกว่าแค่การเพิ่มยอดคลิก ยอดไลก์แล้ว ด้วยการให้ความสำคัญกับการสร้างบทสนทนาระหว่างกับผู้บริโภคมากขึ้น เพราะสามารถสนับสนุนกลยุทธ์การตลาด ดึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ จนนำไปการตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งสอดรับกับผลวิจัยของทวิตเตอร์ พบว่า บทสนทนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น 10% จะทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 3% ตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ล่าสุด ทวิตเตอร์ ได้เปิด 5 กลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้แบรนด์สามารถสร้างบทสนทนาที่ตรงใจ เพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น ประกอบไปด้วย

1.เพราะผู้บริโภคทุกคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่แบรนด์ต้องทำ คือ ต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อสารเป็นใคร มีสไตล์อย่างไร และเลือกใช้ภาษาและบทสนทนาที่สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายนั้นๆ สำหรับในไทย ผู้ใช้ทวิตเตอร์ ก็มีความหลากหลาย แบ่งสัดส่วนเป็น กลุ่ม Gen Y 37.6% Gen Z 31.1% Gen X 28.2% และ เบบี้ บูมเมอร์ 3.1%สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ทรงอิทธิพลและการให้ลำดับความสำคัญของคนแต่ละเจนมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการที่จะสื่อสารกับแต่ละกลุ่มประชากรก็ต้องมีความแตกต่างกันด้วย
2. แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก โดยทวีตข้อความเดียวอาจจุดประกายให้เกิดบทสนทนาได้ ดังนั้นแบรนด์ก็ต้องแน่ใจว่าการสร้างบทสนทนาต้องเป็นไปในแง่บวก ซึ่งแบรนด์ควรจะต้องมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน และต้องรับฟังความคิดเห็น ฟีดแบ็กจากผู้บริโภคด้วย เพื่อนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆต่อไป
3.จากบทสนทนา…สู่ความต้องการซื้อ บทสนทนาที่ดีจะสามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้า อยากจะค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้านั้นๆ มากขึ้น โดยคนที่เป็นกระบอกเสียงของแบรนด์สามารถกระตุ้น หรือ ช่วยจุดกระแสให้เกิดบทสนทนาเกี่ยวกับสินค้าได้ โดยจากข้อมูล Statista Global Consumer Survey พบว่า 59% ของนักช้อปออนไลน์ไทยเห็นด้วยว่าการรีวิวของคนบนอินเทอร์เน็ต จะช่วยให้พวกเขาตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าอะไร ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความคิดเห็นต่างๆ ของผู้บริโภคคนอื่น มีความสำคัญและอาจเปลี่ยนให้เกิดความต้องการซื้อสินค้าได้ ดังนั้นแบรนด์จึงจำเป็นต้องรับฟังทุกความคิดเห็นในบทสนทนา เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการ
4. สร้างแรงบันดาลใจด้วยบทสนทนา โดยระหว่างที่มีการสนทนาแบรนด์ควรระมัดระวัง เนื่องจากทวิตเตอร์เป็นสถานที่ที่ผู้คนเข้ามาพูดคุยและแบ่งปันความคิดเห็น ซึ่งการรีวิวที่จริงใจและตรงไปตรงมา จะเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ดังนั้นแบรนด์จึงควรสนใจในบทสนทนา ทำความเข้าใจผู้บริโภค ไม่ใช่ตั้งใจขายแต่สินค้าอย่างเดียวเท่านั้น
5. คิดให้ไกลกว่าแค่ปิดการขาย แบรนด์ส่วนใหญ่โฟกัสกับการสร้างการรับรู้ กระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อสินค้า และปิดการขายให้ได้ แต่ลืมไปแล้วว่าการสนทนานี้สามารถสร้างความภักดีให้แก่ผู้บริโภคได้ ซึ่งทวิตเตอร์ถือเป็นพื้นที่พิเศษต่างจากแพลตฟอร์มอื่ม เพราะผู้บริโภคสามารถแบ่งปันประสบการณ์ที่มีต่อสินค้าและสามารถสร้างอิทธิพลต่อคนอื่นๆ พร้อมทั้งสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับแบรนด์ได้