เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ท่องเที่ยวค้านเก็บ Exit Fee-หวั่นสายการบินแห่ยกเลิกไฟลต์

29 เม.ย. 2569 | 09:33น.
1-5Exitfee

1-5Exitfee

เอกชนท่องเที่ยวค้านมาตรการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกคนไทยเที่ยวนอก ชี้ไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม หวั่นสายการบินยกเลิกเที่ยวบินหนักขึ้น ทุบซ้ำภาพรวมท่องเที่ยว-ผู้ประกอบการ กระทบสมดุลการท่องเที่ยวตามแผน Two Way Tourism จ่อหารือฝ่ายวิชาการทำสำรวจความเห็นเพื่อหาข้อมูลหนุนโดยเร็ว พร้อมของบฯ 4 พันล้านบาทหนุนชาร์เตอร์ไฟล์ต-อัดไทยเที่ยวไทย 

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคม ATTA ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการภาคเอกชนท่องเที่ยวไม่เห็นด้วยในกรณีที่รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงการคลังมีแนวทางในการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกสำหรับคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ หรืออาจเรียกว่า Exit Fee จำนวน 1,000 บาทต่อคน (พ.ร.บ.ปี 2526) เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากมองว่าจังหวะเวลาในการจัดเก็บยังไม่เหมาะสม

ดร.อดิษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดการท่องเที่ยวโดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long Haul) กำลังอยู่ในภาวะหดตัว สายการบินทั่วโลกมีการยกเลิกเที่ยวบินและปรับลดความถี่เที่ยวบินลงจำนวนมาก หากรัฐบาลดำเนินการเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเพิ่มจะยิ่งทำให้ตลาดซบเซารวมซบเซาหนักยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสายการบิน

ที่สำคัญตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปผู้โดยสารระหว่างประเทศก็มีต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน (PSC) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่เพิ่มจาก 790 บาทเป็น 1,120 บาทต่อคน หากรวมกับ Exit Tax อีกจำนวน 1,000 บาทจะทำให้ผู้โดยสารจ่ายซ้ำซ้อนหนักขึ้นไปอีก

“แนวคิดการเก็บค่าธรรมเนียมขาออกมาใช้สำหรับงบฯ ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณภาครัฐเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะทำให้การท่องเที่ยวมีศักยภาพในการเติบโต แต่ในทางกลับกันการเดินทางไปต่างประเทศก็เป็นการเรียนรู้ชีวิตและการพัฒนาบุคลากรของประเทศ การไปบล็อกการเดินทางถือว่าไม่เป็นไปในทิศทางที่เป็นสากล เพราะทั่วโลกพยายามส่งเสริมให้คนเดินทางท่องเที่ยว” ดร.อดิษฐ์กล่าว และว่า

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าแนวทางนี้จะกระทบต่อสมดุลของการท่องเที่ยวตามแผนทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศในรูปแบบ Two Way Tourism ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนพยายามผลักดันในช่วงที่ผ่านมาด้วย

อย่างไรก็ตามทางสมาคม ATTA มีแผนหารือนักวิชาการและสำรวจ (Survey) ความคิดเห็นและผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทางสมาคมมีข้อมูลว่าสุดท้ายแล้วควรคัดค้านหรือสนับสนุนนโยบายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจนว่าการเรียกเก็บเงินจำนวนนี้จะส่งผล กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยหรือไม่

ดร.อดิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากนี้ทางสมาคมโดยนายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ยังได้หารือในประเด็นการสนับสนุนภารกิจและมาตรการรองรับผลกระทบวิกฤตสงครามตะวันออกกลางในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีก 2 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1. ขอให้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Character Flights) จำนวน 3,000 เที่ยวบิน วงเงิน 1,000 ล้านบาท และ 2. สนับสนุนงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทย” แบบ Copay จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ ไม่เกินรายละ 3,000 บาท วงเงิน 3,000 ล้านบาท

โดยมองว่าตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (Inbound) ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสูงขึ้น และส่งผลให้ตลาดระยะไกลต้องหดตัว จำเป็นต้องใช้ตลาดระยะใกล้ (Short Haul) มาทดแทน เช่น จีน อินเดีย และในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำต่อจากปีที่แล้วจะทำให้ลดการหดตัวของตลาดทดแทนได้เป็นอย่างดี

ขณะที่การทำ Copay เป็นการสนับสนุนคนไทยเดินทางในประเทศ ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญของภาคการท่องเที่ยว และการชะลอคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ รวมทั้งยังจะช่วยสนับสนุนปัญหาการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันให้มีผลกระทบน้อยลงด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยด้วยว่า จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-26 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสะสมกว่า 11.3 ล้านคน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 555,631 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (1,836,916 คน) มาเลเซีย (1,228,057 คน) รัสเซีย (849,367 คน) อินเดีย (805,208 คน) และเกาหลีใต้ (465,702 คน)

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short Haul) ฟื้นตัวด้านการเดินทาง โดยเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าร้อยละ 26 เทียบจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตลาดจีนที่เดินทางเข้ามาแตะระดับกว่า 1 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 ในสัปดาห์นี้ และนักท่องเที่ยวตลาดไต้หวันที่ขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 5 จากเดิมในอันดับที่ 11 ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.42 คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 76,629 คน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สายการบิน