“สมคิด-คลัง” ไฟเขียวแผนบินไทยซื้อเครื่องใหม่ 23 ลำ ย้ำเรื่องการเงินไม่ใช่ปัญหารบ.พร้อมหนุน

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คนร. เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาและรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจทั้ง 6 แห่ง ซึ่งในภาพรวมรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดย 1. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ. กสท) คนร. รับทราบข้อเสนอในการควบรวมกิจการของ บมจ ทีโอที และ บมจ. กสท และจัดทำรายละเอียดในการควบรวมภายในเดือนพ.ย. 2561 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี

2. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ บกท. เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานเพื่อให้เป็น National Premium Airline ได้ตามเป้าหมาย และมีผลประกอบการและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง 3. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้เร่งจัดหารถโดยสาร 3,183 คัน โดยด่วน เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการประชาชน 4. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางที่สำคัญได้เป็นไปตามแผนงาน 5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) มอบหมายให้เร่งดำเนินการฟื้นฟูกิจการและลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPF)

นายประภาศ กล่าวว่า การควบรวมบมจ.ทีโอที และบมจ. กสท โทรคมนาคม ได้ผ่านมติบอร์ดทั้ง 2 บริษัทมาแล้ว โดยตั้งเป็นบริษัทใหม่ ชื่อว่า บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งการควบรวมและที่ประชุมมีมติตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียด แต่สิ่งสำคัญต้องมีการพิจารณาเรื่องเรื่องคดีความที่ยังมีการฟ้องร้องกันอยู่ ต้องไปดูแนวทางว่าจะดำเนินการเรื่องคดีอย่างไร ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งจะทยอยเพิ่มทุนได้ตั้งแต่เดือนต.ค. 2561 และมีการแต่งตั้งประธานธนาคาอิสลามฯคนใหม่แล้วนั้น มีโอกาสที่สามารถออกจากแผนฟื้นฟูได้ในอนาคต


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคนร. รับทราบแผนจัดซื้อเครื่องบิน 23 ลำของการบินไทยแล้ว และในสัปดาห์หน้าเตรียมเดินทางไปตรวจเยี่ยมการบินไทย ซึ่งจะมีการนำเสนอรายละเอียดของแผนอีกครั้ง ซึ่งเรื่องของการมีฝูงบินใหม่ ถือว่ามีความจำเป็นในเชิงการแข่งขันทางการบิน ส่วนการซื้อแบบไหน หรือบินในเส้นทางใดบ้างต้องสอดรับกับแผน และได้ให้คำแนะนำว่า ต้องสร้างพันธมิตรทางการบินทั้งในและต่างประเทศ โดยส่วนตัว เห็นว่า การซื้อฝูงบินเป็นเรื่องที่ต้องทำ และเรื่องการเงินไม่ใช่ปัญหา เพราะรัฐบาลอยู่ข้างหลังอยู่แล้ว

นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. กล่าวถึงแผนการซื้อเครื่องบินของการบินไทยจำนวน 23 ลำ ว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ได้ส่งเรื่องให้การบินไทยกลับมาพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากการบินไทยมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร จึงจะเสนอแผนกลับมาอีกครั้งในอีก 1 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ ในที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาในรายละเอียดในเรื่องแผนการซื้อเครื่องบินของสายการบินไทย แต่คนร.อยากเห็นแผนระยะยาว เพื่อการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทางการบินไทยได้มีความคืบหน้าผลการดำเนินการ ทั้งในเรื่องความร่วมมือกับทางปตท.ในเรื่องของน้ำมัน ความร่วมมือกับทางธนาคารกรุงไทย (KTB) ในเรื่องการบริหารจัดการทางการเงิน และความร่วมมือกับบมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) ในเรื่องของความเชื่อมโยงข้อมูลหรือบิ๊กดาต้า ในภาพรวมการบินไทย ในแง่ของรายได้ยังเป็นไปเป้าหมายที่ดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องที่การบินไทยยังมีปัญหาอยู่ คือ เรื่องของต้นทุนที่มาจากเรื่องราคาน้ำมัน และการขาดทุนเรื่องการด้อยค่าของทรัพย์สินและเครื่องบิน และจากอัตราแลกเปลี่ยนในบางส่วน ซึ่งการบินไทยจะพยายามบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคนร. ได้สอบถามการบินไทย ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งในแผนฟื้นฟู ว่ามีการทำแผนธุรกิจระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร ให้สอดรับกับนโยบาย National Premium Airline ซึ่งมีหลายเรื่องที่การบินไทยจะต้องดำเนินการ โดยแผนการซื้อเครื่องบินของการบินไทยจำนวน 23 ลำ ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะอยู่ในแผน แม้ว่าการบินไทย จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนฟื้นฟู ก็จำเป็นต้องมีการซื้อเครื่องบินฝูงใหม่ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้ดำเนินธุรกิจ

“เครื่องบินที่การบินไทยมีอยู่ในปัจจุบันก็ใช้มาหลายปี ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนเพราะเครื่องเก่า มีต้นทุนในการบริหารจัดการ ค่าซ้อมบำรุงสูง อีกทั้งจูงใจลูกค้ามาใช้บริการก็ยากถ้าไม่มีการเปลี่ยนเครื่องใหม่ ในส่วนของการคิดราคา ก็ต้องสอดคล้องกับประสิทธิภาพการบริหารที่ดีขึ้น โดยคนร.สั่งให้อ้างอิงราคากับสายการบินคู่แข่งทั่วโลก ให้แข่งขันได้ และไม่ด้อยกว่าที่อื่น ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่ การบินไทยต้องไปทำแผนปรับปรุงมาเสนอ”นายอภิศักดิ์ กล่าว

รมว.คลัง กล่าวว่า ในที่ประชุม คนร.ได้มีการสอบถาม สศช.และได้รับการยืนยันว่า สศช.ไม่ได้คัดค่านไม่ให้มีการซื้อเครื่องบิน แต่การจะซื้อเครื่องบินใหม่ ต้องไปทำรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะบริหารจัดการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในอนาคตได้อย่างไร มีการทำแผนระยะยาวอย่างไร เพราะการซื้อเครื่องบินถือว่ามีความจำเป็น สามารถซื้อได้ ถึงจะอยู่ในแผนฟื้นฟูก็ซื้อเครื่องใหม่ได้ เพราะอยู่ในแผนที่ต้องทำ

 

 

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์