เปิดกลยุทธ์ 3 ยักษ์ OTA โหมบุกตลาด “ท่องเที่ยวไทย”

ภาพจาก แฟ้มภาพ
หากพูดถึงธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในยุคนี้คงไม่มีใครเกินหน้าไปกว่ากลุ่มเอเย่นต์ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (online travel agent) หรือ OTA ที่ได้รับความนิยมและเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะส่งแรงบวกไปในปี 2562 ได้อีกระลอก
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบฐานข้อมูลบนกูเกิลเพย์ (Google Play) ในหมวดของแอปพลิเคชั่นด้านการเดินทางและท่องเที่ยวฟรียอดนิยม เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมาพบว่าในบรรดา OTA ที่มีธุรกิจครอบคลุมในส่วนของทั้งการจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ทราเวลโลก้า (Traveloka) ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือ อโกด้า (Agoda) บุ๊คกิ้งดอทคอม (Booking.com) และเอ็กซ์พีเดีย (Expedia) ตามลำดับ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมกลยุทธ์ 3 ค่ายใหญ่ในกลุ่ม OTA อย่างทราเวลโลก้า อโกด้า และเอ็กซ์พีเดีย ไว้ดังนี้

“ทราเวลโลก้า” สปีดตลาดไทย

“ธีร์ ฉายากุล” ผู้จัดการทราเวลโลก้า ประเทศไทย บอกว่า ปีที่ผ่านมาทราเวลโลก้ามียอดดาวน์โหลดในไทย 4 ล้านครั้ง และมีอัตราเติบโต 3 เท่าจากปีก่อน ทำให้เชื่อมั่นว่าเมื่อรวมยอดดาวน์โหลดและคุณภาพของโปรดักต์ทั้งหมด

“ทราเวลโลก้า” จะเป็น OTA อันดับ 1 ของไทยและอาเซียน พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มยอดดาวน์โหลดให้กับทราเวลโลก้าอีกเท่าตัวในปีหน้า และออกแบบฟีเจอร์ใหม่รองรับความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มอีก หลังจากที่ปีนี้ออกฟีเจอร์การจองแบบแพ็กเกจตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก และบริการรับส่งจากสนามบินเพิ่ม

“ธีร์” ยังบอกด้วยว่า ทราเวลโลก้าเชื่อในแนวคิด enabling mobility และทำงานด้วย 3 กลยุทธ์หลัก อย่าง 1.big data innovation ในการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญที่ทราเวลโลก้ามีอยู่มาวิเคราะห์เพิ่มเติม เพื่อการพัฒนาบริการหรือฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อการตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

2.customer centric ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งเสมอในทุกสถานการณ์ อาทิ การเพิ่มช่องทางในการชำระเงินหลากหลาย ทั้งการชำระผ่านตู้ ATM ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ผ่านอินเทอร์เน็ตและโมบายแบงกิ้ง รวมถึงการให้บริการหลังการขายอื่น ๆ

และ 3.content marketing ทราเวลโลก้า มีช่องทางการสื่อสารทั้งทางโซเชียลมีเดียและเว็บบล็อกของตนเอง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้ารู้สึกอยากท่องเที่ยว โดยปัจจุบันมียอดกดไลก์ทางเฟสบุ๊กกว่า 4 ล้าน และมียอด engagement กว่า 1 แสนต่อสัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำงานด้าน content marketing ของทราเวลโลก้า

“อโกด้า” ให้เช่าที่พักส่วนตัว

สำหรับ OTA เจ้าใหญ่ที่สุดในตลาดเอเชียอย่างอโกด้า “โรเบิร์ต โรเซ็นสไตล์” ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท อโกด้า จำกัด เล่าว่า หลังจากการเข้ามาของเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) อโกด้าได้รับผลกระทบมาก ทำให้ต้องมีการปรับตัว เปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงาน

นอกจากนี้ยังพบว่าธุรกิจในรูปแบบเศรษฐกิจแบ่งปันมีประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งได้ช่วยหารายได้ให้ผู้ปล่อยเช่า เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว และกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ทำให้อโกด้าหันมาลงทุนทั้งเงินและทรัพยากรบุคคลไปกับธุรกิจให้เช่าที่พักส่วนตัวระยะสั้นมากขึ้น

โดยในปีที่ผ่านมา บริการที่มีผู้ใช้งานสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของอโกด้า คือ การจองโรงแรม ตามด้วยการจองที่พักส่วนตัวระยะสั้น และการจองตั๋วเครื่องบิน

โดยอโกด้าวางทิศทางของบริษัทไว้ว่า จะเป็นผู้นำด้านการให้บริการจองที่พักและตั๋วเครื่องบินที่มีตัวเลือกให้กับนักท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือธุรกิจให้เช่าที่พักส่วนตัวระยะสั้นก็ตาม

นอกจากนั้น ในระยะ 2-3 ปีนี้ อโกด้าจะโฟกัสตลาดธุรกิจให้เช่าที่พักส่วนตัวระยะสั้นมากขึ้น ผ่านกลยุทธ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย รวมถึงมีคุณค่าทางด้านจิตใจจากการเรียนรู้วิถีชีวิต เพื่อให้เกิดการบอกต่อและนำมาสู่การเลือกใช้บริการเช่าที่พักส่วนตัวระยะสั้นเพิ่มขึ้น และจะติดตามความเคลื่อนไหวของเทรนด์ด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อเตรียมตัวรองรับลูกค้าต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันอโกด้ามีจำนวนที่พักเปิดให้บริการจองกว่า 2 ล้านแห่งทั่วโลก แบ่งเป็นที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมทั้งสิ้น 1.1 ล้านแห่ง โดยมีจำนวนที่พักทั้งหมดในประเทศไทย 91,230 แห่ง และมีจำนวนที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมในไทย 19,180 แห่ง โดยมีเมืองที่มีที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมมากที่สุด 5 อันดับ คือ พัทยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ หัวหิน/ชะอำ และสมุย

“เอ็กซ์พีเดีย” ชูเทคโนโลยี

ด้านเอ็กซ์พีเดีย ประเทศไทย “พิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาด เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป เล่าว่า ภายในช่วงเวลา 12 เดือน จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 เอ็กซ์พีเดียมียอดการจองรวมมูลค่ากว่า 97.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 675 ล้านคนต่อเดือน

นอกจากนั้น โรงแรมคู่ค้าในไทยของเอ็กซ์พีเดียใน 5 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ และเกาะสมุย ยังมียอดผู้เข้าพักเติบโตถึง 35%

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของเอ็กซ์พีเดียพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวเมืองอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เมืองยอดนิยมทั้ง 5 มากขึ้นถึง 90% จากปีก่อนหรือเติบโตมากขึ้นเกือบ 3 เท่า โดยสถานที่ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ เขาใหญ่ ขอนแก่น สงขลา อุดรธานี และเชียงราย ดังนั้น เอ็กซ์พีเดียจึงได้ประสานความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผ่านการลงนามตามบันทึกความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมการทำงานของ ททท. ในการทำการตลาดการท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น

พร้อมย้ำว่า เป้าหมายของเอ็กซ์พีเดียคือ การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงเป็นผู้พัฒนาเครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึง “คู่ค้า” และ “ผู้บริโภคเป็นหลัก” จึงพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ทั้งพาร์ตเนอร์และผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนพาร์ตเนอร์ที่ปัจจุบันมีที่พักกว่า 895,000 แห่ง และสายการบินกว่า 550 สายการบินต่อไป

Previous article“ทรู”ตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังเครือข่าย 16 จังหวัดรับมือพายุโซนร้อน‘ปาบึก’
Next articleยานฉางเอ๋อ-4 ของจีน สร้างประวัติศาสตร์ลงจอดบนด้านมืดของดวงจันทร์สำเร็จ