เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แสนสิริ’ กระหึ่มมหกรรมบ้าน จัดดีลพิเศษลดสูงสุด 10 ล้าน ตั้งเป้ายอดขาย 4 วัน 1.6 พันล้าน
Real Estate ‘แสนสิริ’ กระหึ่มมหกรรมบ้าน จัดดีลพิเศษลดสูงสุด 10 ล้าน ตั้งเป้ายอดขาย 4 วัน 1.6 พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
5 บริษัทต่อคิวขายหุ้นกู้ พ.ย.นี้ KUN ดอกเบี้ยสูงสุด 7.40% ส่วน TTB เรตติ้งดีสุด AA+(tha)
Finance 5 บริษัทต่อคิวขายหุ้นกู้ พ.ย.นี้ KUN ดอกเบี้ยสูงสุด 7.40% ส่วน TTB เรตติ้งดีสุด AA+(tha)
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ขาขึ้นรับกระแส AI-Data Center หนุน MPI ก.ย. โต 2.05%
Economic อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ขาขึ้นรับกระแส AI-Data Center หนุน MPI ก.ย. โต 2.05%
ป่าตอง จ.ภูเก็ต เร่งฟื้นฟูน้ำท่วมคืบหน้า 70% เร่งวางแนวป้องกันดินถล่มซ้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ป่าตอง จ.ภูเก็ต เร่งฟื้นฟูน้ำท่วมคืบหน้า 70% เร่งวางแนวป้องกันดินถล่มซ้ำ
‘ศุภาลัย’ ฝ่าโอเวอร์ซัพพลาย เปิด ‘ธาม เชียงใหม่’ รอบ 12 ปี 
Real Estate ‘ศุภาลัย’ ฝ่าโอเวอร์ซัพพลาย เปิด ‘ธาม เชียงใหม่’ รอบ 12 ปี 
เปิดประตู Crypto ETF ไทย ทางเลือกใหม่ภายใต้การกำกับดูแล
Finance เปิดประตู Crypto ETF ไทย ทางเลือกใหม่ภายใต้การกำกับดูแล
NER จ่อเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ 3 พันล้าน ดันยอดรวมแตะ 1.1 หมื่นล้าน รับต้นทุนยางขาขึ้น-ขยายลงทุน
Finance NER จ่อเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ 3 พันล้าน ดันยอดรวมแตะ 1.1 หมื่นล้าน รับต้นทุนยางขาขึ้น-ขยายลงทุน
หนี้บัตรเครดิต : ทำไมจ่ายขั้นต่ำแล้วไม่มีวันหมดหนี้
Finance หนี้บัตรเครดิต : ทำไมจ่ายขั้นต่ำแล้วไม่มีวันหมดหนี้
หุ้นไทยวันนี้ร่วงอีก 21 จุด ! หลัง 3 วันทรุด 42 จุด ‘เอเซีย พลัส’ แนะถือเงินสด 20-30%
Finance หุ้นไทยวันนี้ร่วงอีก 21 จุด ! หลัง 3 วันทรุด 42 จุด ‘เอเซีย พลัส’ แนะถือเงินสด 20-30%
ดูทั้งหมด

เปิดนโยบาย “ท่องเที่ยว” 5 พรรคการเมืองใหญ่…ใครปัง!

14 มี.ค. 2562 | 14:54น.
24 มีนาคมนี้ คือ อีกหนึ่งเช็กพอยต์กำหนดเส้นทางเดินประเทศไทยจากนี้ไปอีก 4 ปี พรรคการเมืองจึงพาเหรดกันออกมาโชว์วิสัยทัศน์ ประชันการดีเบตเรียกคะแนนช่วงสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

ขณะที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้จัดการเสวนา “นโยบายท่องเที่ยว…พรรคไหนปัง” ในวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองมาโชว์วิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นภาคธุรกิจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

กระจายอำนาจเชิงภารกิจ-ทุน

“โภคิน พลกุล” แกนนำ “พรรคเพื่อไทย”อดีตแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลายสมัย อธิบายว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยติดกับดักอำนาจนิยมและรัฐราชการ ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวได้เท่าที่ควร พรรคเพื่อไทยมองว่าจะต้องส่งเสริมบทบาทของประชาชนและท้องถิ่นให้เข้ามาร่วมออกแบบยุทธศาสตร์ไปด้วยกัน โดยการกระจายอำนาจทั้งในเชิงภารกิจและทุน

โดยนอกจากแบ่งภารกิจให้ท้องถิ่นแล้วนั้น ส่วนกลางจำเป็นจะต้องแบ่งเงินทุนออกไปให้ท้องถิ่นมากเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ “พรรคเพื่อไทย” มีเป้าหมายจะยกระดับตัวเลขด้านการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละ 40 ล้านคนตอนนี้ เป็น 50 ล้านคน พร้อมเพิ่มรายได้จาก 2 ล้านล้านบาท เป็น 3 ล้านล้านบาท

นอกจากนั้นยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มการจ้างงานด้านการท่องเที่ยวจาก 6.4 ล้านงาน ให้เป็น 8 ล้านงาน รวมถึงจะเพิ่มสัดส่วนของรายได้จากภาคการท่องเที่ยวใน GDP จาก 18.1% เป็น 23-25% และเพิ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตนเอง (FIT) จาก 74% ให้เป็น 80% เพื่อเพิ่มคุณภาพของนักท่องเที่ยว

โดยดำเนินการผ่านนโยบาย 10 ข้อหลักได้แก่ 1.สร้างความมั่นใจด้านมาตรการความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว 2.สร้างจุดขายท่องเที่ยวทุกจังหวัด one district, one destination 3.สร้างโปรดักต์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีก 4.สร้าง world wellness destination

5.สร้างอีเวนต์ให้ยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากขึ้น 6.ทำไทยให้เป็นฮับของการท่องเที่ยวภูมิภาค 7.ทำ Thailand tourismplatform สร้างระบบแอปพลิเคชั่นเพื่อการเข้าถึงข้อมูล 8.ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมวีซ่าบางชาติ 9.เปิดให้มีการใช้วีซ่าระยะยาว และ 10.ทลายกำแพงด้านการทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้เกิดง่ายที่สุด

สร้างสมดุล “จำนวน-คุณภาพ”

ขณะที่ “ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ” รองเลขาธิการ “พรรคประชาธิปัตย์” อธิบายว่า นโยบายด้านการท่องเที่ยวหลักของประชาธิปัตย์นั้นประกอบไปด้วย 4 ข้อหลัก คือ 1.แก้ไขปัญหาจากท้องถิ่น โดยให้จังหวัดจัดการตนเอง เนื่องจากไม่มีใครรู้จักและเข้าใจพื้นที่ได้ดีไปกว่าคนในท้องถิ่นเอง

2.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เร่งรัดการสร้างรถไฟฟ้าให้แล้วเสร็จโดยเร็วอย่างไร้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมลดราคาตลอดทั้งสาย 3.พัฒนาคนโดยการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาภาคการท่องเที่ยวและการให้บริการ และ 4.สร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไปพร้อมกับการเพิ่มคุณภาพของนักท่องเที่ยว

ดัน “บุรีรัมย์โมเดล” ทั่วประเทศ

ฟาก “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เลขาธิการ “พรรคภูมิใจไทย” อธิบายว่า พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า “บุรีรัมย์โมเดล” คือ ตัวอย่างของความสำเร็จที่ทำให้บุรีรัมย์เปลี่ยนจากจังหวัดที่ไม่มีอะไรมาเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวถึง 3 ล้านคนมาแล้ว และโมเดลที่ให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยตนเองจะกลายเป็นกุญแจที่นำไปสู่การพัฒนาทุกพื้นที่ของประเทศไทยให้มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวได้

นอกจากนี้ “พรรคภูมิใจไทย” ยังสนับสนุนปลดล็อกกฎหมายที่จะส่งเสริมให้เกิดความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว
เพิ่มมากขึ้น อาทิ การขับ Grab ถูกกฎหมาย การปลดล็อกโฮมสเตย์ รวมถึงจะส่งเสริมนโยบายปลูกกัญชาเสรีเพื่อให้ประชาชนมีรายได้และสร้างวันกัญชา ให้ความรู้เกี่ยวกับกัญชา เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศอีกด้วย

เน้นยั่งยืน-กระจายรายได้

ส่วน “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานที่ปรึกษา “พรรคชาติพัฒนา” มองว่า นโยบายทางด้านการท่องเที่ยวจะต้องตอบโจทย์หลัก 2 ข้อ ได้แก่ อยู่บนพื้นฐานของความยั่งยืน และก่อให้เกิดการ กระจายรายได้

โดยพรรคตั้งเป้าหมายไว้ว่า หากได้เป็นพรรครัฐบาล ภายใน 5 ปีจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เท่ากับประชากรไทยที่ประมาณ 70 ล้านคน พร้อมเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวเป็น 25% ของ GDP

พร้อมวางยุทธศาสตร์ไว้ 4 ส่วน ดังนี้ 1.เร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว อาทิ ถนนหนทาง มอเตอร์เวย์ รถไฟ 2.นำสินค้าโอท็อป มาส่งเสริมการท่องเที่ยว และนำกีฬามาดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

3.เร่งสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวมนุษย์สร้าง หรือ man made destination ผ่านกองทุน BOI และ 4.เร่งพัฒนาไทยแลนด์ริเวียร่า สร้างชายฝั่งภาคตะวันตกของอ่าวไทยให้มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ชู “ขนส่ง-ดิจิทัล” หนุนท่องเที่ยว

ด้าน “ศุภรี ฉัตรกันยารัตน์” ผู้ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่ “พรรคอนาคตใหม่” พรรคน้องใหม่ของการเลือกตั้งครั้งนี้ เล่าว่า การท่องเที่ยวเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแค่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วนอย่างมีนัยสำคัญ

การยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวโลกที่สมบูรณ์ขึ้นจึงจำเป็นต้องอาศัยนโยบายเสาหลักทั้ง 8 ด้านของพรรคอนาคตใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสาหลักทางด้านการขนส่งและด้านดิจิทัล ที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการท่องเที่ยวจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ถ้าหากขาดการกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน โดยพรรคอนาคตใหม่ต้องการจะให้ท้องถิ่นสามารถใช้ภาษีที่เก็บจากท้องถิ่นเองในการบริหารงานเพื่อพัฒนาพื้นที่

นอกจากนั้น ในฐานะคนที่เคยทำงานด้านมัคคุเทศก์และอยู่ในภาคธุรกิจท่องเที่ยวมายาวนาน “ศุภรี” ยังเชื่อว่า ในเชิงประเด็นนั้น การท่องเที่ยวไทยจำเป็นจะต้องมีการจัดตั้งสภาวิชาชีพมัคคุเทศก์ เพื่อกำกับดูแลมัคคุเทศก์ให้มากขึ้นด้วย