เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

แอร์เอเชีย รุกยึดสุวรรณภูมิ ชิงเกม ‘บินไทย’ เพลี่ยงพล้ำ

26 ก.ค. 2563 | 14:03น.
แอร์เอเชีย ผุดโปรขาย "ตั๋วเครื่องบินบุฟเฟต์" เปิดจองออนไลน์

ธุรกิจแอร์ไลน์ฝุ่นตลบ “ไทยแอร์เอเชีย” อาศัยจังหวะจุดเปลี่ยนอุตฯการบิน ยึดฮับ “สุวรรณภูมิ” สำเร็จ “ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” นายใหญ่ลั่น ตรงไหนมีโอกาสพร้อมเปิดทำการบินหมด คาดเปิดบินปลาย ส.ค.-ต้น ก.ย.นี้ “การบินไทย” โอดซ้ำเติมสายการบินแห่งชาติ วงในชี้เกมเพิ่มแต้มต่อไทยแอร์เอเชียยึดตลาดหลังเปิดประเทศ จุดเปลี่ยนอุตฯการบิน

แหล่งข่าวจากธุรกิจสายการบินรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันธุรกิจสายการบินของไทยทุกรายอยู่ในภาวะที่ยากลำบากและขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องลดขนาดองค์กร ทั้งปรับลดพนักงาน ปรับลดเส้นทางการบิน ฯลฯ เพื่อให้สอดรับกับดีมานด์ของตลาดที่ยังไม่ฟื้นกลับมาสู่ภาวะปกติ หรือเท่ากับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกอบกับประเทศไทยยังไม่มีนโยบายเปิดน่านฟ้าให้ทำการบินเส้นทางระหว่างประเทศ ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการสายการบินส่วนใหญ่ต้องทนแบกรับต้นทุนจำนวนมาก

“ตอนนี้สายการบินของไทยเจ็บหนักกันทุกราย แนวทางที่พวกเราขอให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องสินเชื่อเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน 25,000 ล้านบาท ที่ 8 สายการบินรวมกลุ่มกันยื่นหนังสือถึงกระทรวงการคลังก็ยังไม่มีความชัดเจน สายการบินบางแห่งอย่างกรณีนกสกู๊ตก็แบกรับภาระไม่ไหว ตัดสินใจปิดตัวลงไปก่อนหน้านี้ และคาดว่าหากรัฐบาลไม่รีบช่วยเหลือน่าจะมีอีกหลายสายการบินที่จะต้องปิดตัวลงในเร็ว ๆ นี้อีกแน่นอน” แหล่งข่าวกล่าว

“แอร์เอเชีย” เพิ่มฮับสุวรรณภูมิ

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการบางรายที่ยังพอมีพละกำลังก็ได้ดิ้นหาโอกาส ทั้งการเพิ่มเส้นทางบินใหม่ ๆ ฯลฯ เพื่อรองรับนโยบายการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล โดยล่าสุดพบว่าสายการบินไทยแอร์เอเชีย เจ้าพ่อโลว์คอสต์ของไทยได้สิทธิขยายฐานการบิน (ฮับ) ไปสู่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้ไทยแอร์เอเชียมีเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมเบ็ดเสร็จทุกท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย จากเดิมที่มีฐานการบินอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง, ภูเก็ต, เชียงใหม่, กระบี่ และอู่ตะเภา

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยแอร์เอเชีย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ส่วนตัวมองว่าท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยานขนาดใหญ่ ควรจะมีสายการบินที่เป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ให้บริการได้ในจำนวนที่มากกว่า 1 ราย แต่ปัจจุบันมีเพียงแค่สายการบินไทยเวียตเจ็ทเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว

โดยคาดการณ์ว่าหลังสถานการณ์โควิดภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยจะยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวจะมีกำลังซื้อที่ลดลง น่าจะนิยมเดินทางโดยสายการบินโลว์คอสต์มากขึ้น ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมี่ยมที่นิยมเดินทางด้วยสายการบินฟูลเซอร์วิสก็ยังมีการบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ให้บริการอยู่เหมือนเดิม

ขยายฐานชิงลูกค้า

นายธรรศพลฐ์กล่าวว่า การเพิ่มฐานการบิน (ฮับ) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิอีกแห่งหนึ่งถือเป็นการหาโอกาสใหม่และทำให้ไทยแอร์เอเชียมีส่วนแบ่งตลาดจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเข้ามาอีกส่วนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย

“นโยบายของกลุ่มไทยแอร์เอเชียขณะนี้คือ ตรงไหนมีโอกาสเราจะทำ และพร้อมที่จะเปิดเส้นทางบินตลอดเวลา โดยนอกจากเส้นทางบินหลัก ๆ แล้ว ที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียก็พยายามเปิดเส้นทางบินข้ามภาค เช่น เชียงใหม่-หาดใหญ่, เชียงใหม่-พัทยา (อู่ตะเภา), หาดใหญ่-พัทยา (อู่ตะเภา), ขอนแก่น-หาดใหญ่ หรือล่าสุดที่เปิดเส้นทางบินจากเชียงใหม่-อุดรฯ สู่หัวหิน ในช่วงวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งเมื่อก่อนเราอาจไม่เคยคิดเพราะว่ามันใกล้ แต่วันนี้การไปเที่ยวทะเลไกล ๆ ค่าใช้จ่ายอาจเยอะไป ตอนนี้นโยบายคือช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและดูตลาดคนไทยเป็นหลัก คนไทยชอบเที่ยวพัทยา, หัวหิน มากกว่า” นายธรรศพลฐ์กล่าว

เริ่มบินปลาย ส.ค.-ก.ย.นี้

นายธรรศพลฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการเปิดเส้นทางบินที่สุวรรณภูมินั้นในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ทีมงานจะทำการศึกษาและวางแผนในรายละเอียดทั้งหมด โดยคาดว่าน่าจะเริ่มทำการบินได้ในช่วงปลายเดือน ส.ค. หรือช้าสุดคือต้น ก.ย.นี้ ในเบื้องต้นจะเริ่มที่เส้นทางสู่เมืองหลัก ๆ ภายในประเทศก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาว่าจะเปิดเส้นทางการบินระหว่างประเทศต่อไปหรือไม่

“จากการพิจารณาเบื้องต้นคาดว่าเราจะใช้เครื่องบินไปทำการบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิประมาณ 3-5 ลำ”

นายธรรศพลฐ์กล่าวและว่า เมื่อมีโอกาสก็ต้องขยาย หากไม่ได้รับการตอบรับที่ดี บริษัทก็พร้อมที่จะถอนทัพกลับ เพราะหากฝืนอยู่ต่อก็จะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นไปด้วย

ซ้ำเติมสายการบินแห่งชาติ

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดให้สายการบินไทยแอร์เอเชียใช้ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นฐานการบิน ถือเป็นการอนุมัติที่ไม่คำนึงถึงสิทธิความเป็นสายการบินแห่งชาติของการบินไทย และซ้ำเติมการบินไทยซึ่งกำลังย่ำแย่อยู่อย่างมาก อีกทั้งยังถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้สายการบินต่างชาติ

“เดิมทีเดียวการอนุมัติสลอตการบินนั้น คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติจะประกอบด้วยตัวแทนจาก 4 หน่วยงานคือ ทอท., สำนักงานการบินพลเรือน, วิทยุการบิน และการบินไทย ตอนนี้การบินไทยหมดสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจ ทำให้ถูกตัดสิทธิไปโดยปริยาย การพิจารณารอบนี้จึงไม่มีตัวแทนของการบินไทยเข้าร่วม ผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้” แหล่งข่าวกล่าวและว่าการให้สายการบินไทยแอร์เอเชียมามีฐานการบินทั้งที่ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองและท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ทำให้สามารถครอบคลุมเครือข่ายการบินของประเทศไทยไปได้ทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการตัดแขนตัดขาสายการบินแห่งชาติไปด้วย เพราะไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางต่างประเทศด้วย

เกมชิงฮับสุวรรณภูมิ

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรมการบินกล่าวว่า การที่สายการบินไทยแอร์เอเชียได้ตารางบินที่สนามบินสุวรรณภูมิถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียมีความพยายามและต้องการขอสลอตบินลงจอดที่สุวรรณภูมิมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นฐานการบินใหญ่ และที่สำคัญคือสุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่เชื่อมต่อกับเส้นทางบินต่างประเทศทั้งหมด ทำให้สะดวกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศในการเชื่อมต่อเดินทางไปยังจังหวัดต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมาไทยแอร์เอเชียก็ไม่เคยได้รับการอนุมัติ ส่วนหนึ่งเพราะทางการบินไทยไม่เห็นด้วย

“ในขณะที่อุตสาหกรรมการบินกำลังประสบปัญหา ทางไทยแอร์เอเชียจึงอาศัยจังหวะที่การบินไทยกำลังอ่อนแอและหลุดจากการมีส่วนร่วมอนุมัติสลอตการบิน เจาะเข้าไปยึดฐานการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นการเสริมจุดแข็งเตรียมพร้อมติดปีกสำหรับการเปิดประเทศครั้งใหม่”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประเด็นนี้ถือเป็นการช่วงชิงจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการบิน ซึ่งในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการ บมจ.การบินไทยก็ได้ยื่นขอการสนับสนุนต่าง ๆ จากภาครัฐ หลังจากที่หลุดพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือขอให้การบินไทยยังได้สิทธิเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดสลอตการบินเช่นเดิม รวมทั้งขอให้สายการบินโลว์คอสต์ลงจอดได้ที่สนามบินดอนเมืองเท่านั้น แต่จากที่ได้มีการอนุมัติให้ไทยแอร์เอเชียลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ก็เท่ากับว่าแต้มต่อของการบินไทยหายไป

บริหารสนามบินให้ “สมดุล”

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะกรรมการพิจารณารายได้ของ ทอท.เห็นชอบแผนการขยายฐานการบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพิจารณาจาก 4 ประเด็นหลัก ๆ ประกอบด้วย

1.ปัจจุบันท่าอากาศยานดอนเมืองมีความแออัดของเครื่องบินสูงมาก โดยมีจำนวนเครื่องบินที่จอด (จอดระยะยาว) มากกว่าจำนวนเครื่องที่ทำการบิน ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโล่งมาก ซึ่งส่งผลต่อการบริหารจัดการบริษัท จึงต้องบริหารการใช้ท่าอากาศยานในความดูแลให้เกิดความสมดุล (balance)

2.การบินไทยซึ่งมีสัดส่วนการใช้พื้นที่ในท่าอากาศสุวรรณภูมิ 25% ยังไม่มีความชัดเจนในแผนการบินว่าจะกลับมาบินอีกครั้งเมื่อไหร่ และต้องการใช้คาพาซิตี้มากน้อยแค่ไหน และคาดว่าก็น่าจะยังไม่ชัดเจนไปกระทั่งเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เนื่องจากต้องรอทำแผนตามกระบวนการของศาลล้มละลายกลาง

3.แอร์เอเชียอยากขยายฐานเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งในเบื้องต้นแจ้งมาว่าจะใช้เครื่องประมาณ 6-8 ลำ ประจวบเหมาะกับไวรัสโควิดทำให้สลอตการบินสุวรรณภูมิโล่งมาก พร้อมต้อนรับทุกสายการบินเข้ามาทำการบิน

และ 4.บริษัทก็ต้องเอาตัวรอดด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ท่าอากาศยานดอนเมืองมีกำไร แต่สุวรรณภูมิขาดทุน เพราะในเชิงบัญชีถ้ามีตัวเลขขาดทุนจะถูกตีด้อยค่า และกระทบต่อการคำนวณค่าเสื่อมและการลงทุนด้วย

เซตซีโร่ “สลอตการบิน”

“ตอนนี้ทุกอย่างถูกเซตซีโร่หมด สลอตการบินเป็นสีเขียว โล่งทุกช่วงเวลา เมื่อมีสายการบินถามและพร้อมจะทำการบิน เราก็ต้องบอกว่าว่าง จากนั้นเขาต้องไปขออนุมัติที่สำนักงานการบินพลเรือน หรือ กทพ.” นายนิตินัยกล่าวและว่า สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นถือเป็นพรีเมี่ยมแอร์พอร์ต และชาร์จค่าบริหารในอัตราที่เป็นพรีเมี่ยม ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสายการบินที่เป็นพรีเมี่ยมแอร์ไลน์ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ หากมีความพร้อมในการใช้บริการแบบพรีเมี่ยมและท่าอากาศยานมีคาพาซิตี้รองรับ ทอท. ในฐานะผู้บริหารก็ต้องให้บริการทุกสายการบินให้อยู่บนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน

นายนิตินัยกล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับไทยแอร์เอเชียนั้นเบื้องต้นได้รับข้อมูลว่าจะให้บริการเส้นทางการบินภายในประเทศจำนวน 24 เที่ยวบินต่อวัน โดยจะโฟกัสเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ อาทิ เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่, สุราษฎร์ธานี เป็นต้น