เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
Politics ‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
Politics รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
Finance EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
Real Estate จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
Politics นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
Economic ‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
Tech จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
รัฐบาลสานต่อ Thailand Zero Dropout Plus มอบรางวัล ‘เศรษฐา’
Politics รัฐบาลสานต่อ Thailand Zero Dropout Plus มอบรางวัล ‘เศรษฐา’
คลังเคาะผู้จัดการ กยศ. ‘พิมพ์เพ็ญ’ เต็ง-รับโจทย์แก้หนี้การศึกษา
Finance คลังเคาะผู้จัดการ กยศ. ‘พิมพ์เพ็ญ’ เต็ง-รับโจทย์แก้หนี้การศึกษา
นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.กลาโหมจีน เร่งต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่
Politics นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.กลาโหมจีน เร่งต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่
ดูทั้งหมด

ททท.เร่งปั๊มนักท่องเที่ยว รุกหนักสมรภูมิ “ใกล้-ไกล-ชายแดน”

16 มิ.ย. 2565 | 09:05น.
TTM

หลังจากประกาศตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ Thailand Travel Mart Plus 2022 (TTM+2022) งานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาคการท่องเที่ยวของไทยโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ถึงแผนการตลาด ทั้งตลาดระยะไกล ระยะใกล้ รวมถึงด่านทางบกในงาน TTM+2022 ไว้ดังนี้

“UK-เยอรมนี” ท็อปตลาดยุโรป

“ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากตลาดระยะไกลที่เดินทางเข้าประเทศไทยส่วนใหญ่เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร (UK) เยอรมนี ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา รวมถึงตลาดกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

ทั้งนี้จะให้ความสำคัญกับตลาดกลุ่มที่เดินทางมาเป็นครอบครัว และกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งมีอายุ 24 ปีขึ้นไป รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับกลุ่มดังกล่าว

โดย ททท.ประเมินว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่แสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ มีความถี่ในการออกเดินทางสูง และมีการจับจ่ายใช้สอยในทริปที่สูงเช่นกัน

สำหรับกลุ่ม LGBTIQA+ ประเมินว่าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังมีการใช้จ่ายที่สูง ททท.จึงพยายามเจาะตลาดกลุ่มดังกล่าวโดยใช้สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อนำเสนอว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTIQA+

เจรจารัสเซียกลับมาบินตรง

ส่วนตลาดรัสเซียยังเป็นตลาดที่สำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทย โดย ททท.จะพยายามประสานความร่วมมือเพื่อให้มีเที่ยวบินตรงจากรัสเซียกลับมาให้บริการอีกครั้งภายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งตรงกับช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ

“ฉัททันต์” ยังบอกอีกว่า นับตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2565 มีนักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง เดินทางมาประเทศไทยกว่า 430,000 คน และคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี 2565 ดังนี้

1.มีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 3.25 ล้านคน สร้างรายได้ราว 240,000 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขที่เอื้อต่อการเดินทาง อาทิ เพิ่มจำนวนไฟลต์ตรงจากประเทศต้นทาง และมาตรการการเดินทางเข้าประเทศที่สะดวก

และ 2.มีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาน 3.75 ล้านคน สร้างรายได้ราว 3 แสนล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขสามารถเปิดเที่ยวบินตรงจากรัสเซียเข้าสู่ประเทศไทยได้อีกครั้ง รวมถึงปัญหาการค้างชำระเงินระหว่างผู้ประกอบการได้ ฯลฯ

“อินเดีย” อันดับ 1 ตลาดเอเชีย

ด้าน “ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยรายวันเป็นนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยนักท่องเที่ยวอินเดียครองส่วนแบ่งสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ตามด้วยมาเลเซีย สิงคโปร์ และออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันตลาดการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ คือ ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการโดยสารเที่ยวบินระยะไกล

ของบฯอัดฉีดสายการบิน

โดย ททท.เตรียมเสนอของบประมาณจากศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. จำนวนหลักร้อยล้านบาทสำหรับทำแคมเปญร่วมกับสายการบิน และการจัดโรดโชว์เพื่อใช้กระตุ้นการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และดึงดูดให้สายการบินเปิดที่นั่งเพิ่มมากขึ้น

“ในปีนี้ ททท.จะยังทำการตลาดร่วมกับสายการบินต่อไป เนื่องจากอัตราการกลับมาให้บริการจำนวนเที่ยวบิน-เส้นทางบินยังถือว่าน้อยอยู่เมื่อเทียบกับก่อนการระบาดใหญ่”

นอกจากนี้ จะกระชับความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) มากยิ่งขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มตลาดลูกค้าองค์กรรวมถึงกระตุ้นการเดินทางของกลุ่มการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (incentive) ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมียอดการจับจ่ายในการท่องเที่ยวสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปราว 3 เท่า

โรดโชว์เกาหลี 16 มิ.ย. 65

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ ปัจจุบันเป็นประเทศที่มีการผ่อนคลายมากที่สุดในกลุ่มเอเชียตะวันออก ซึ่งทาง ททท.มีแผนนำผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวไทย 16 รายเดินทางไปเจรจาทางธุรกิจกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ รวมถึงเตรียมเปิดตลาดการท่องเที่ยวในเมืองรอง เช่น ปูซาน ในวันที่ 16 มิถุนายน 2565 นี้

และสายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” จะเริ่มกลับมาให้บริการเส้นทางบินกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-โซล ในวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ซึ่งเชื่อว่าจะกระตุ้นการท่องเที่ยวของทั้งสองฝั่งได้

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565 จะเริ่มมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำ จำนวน 40 ไฟลต์ เดินทางมายังประเทศไทย โดยเป็นเที่ยวบินเดินทางจากกรุงโซลนำนักท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เข้ามาเล่นกอล์ฟในประเทศไทย

“ไทย” จุดหมายแรกของจีน

ขณะที่ตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่นั้น “ชูวิทย์ ศิริเวชกุล” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า จากการพูดคุยร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากประเทศจีน ภายในงาน Thailand Travel Mart Plus 2022 พบว่านักท่องเที่ยวจีนยังมีความต้องการที่จะเดินทางมายังประเทศไทย โดยหากทางการจีนมีการผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง ไทยยังเป็นจุดหมายแรก ๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนเลือกเดินทางมา

ทั้งนี้ สำนักงานของ ททท.ทั้ง 5 แห่งในจีนมีการประสานงานพูดคุยเกี่ยวกับเที่ยวบินเช่าเหมาลำอยู่เป็นระยะ พร้อมกับจับตาว่าสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีน (CAAC) จะมีการผ่อนคลายมาตรการการบินหรือไม่ และคาดว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2566 (22 มกราคม 2566) อาจมีเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น และอาจเป็นเที่ยวบินเช่าเหมาลำด้วย

“เราจะผลักดันให้เที่ยวบินและจำนวนที่นั่งกลับมาใกล้เคียงกับสภาวะปกติโดยเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจีนยังใช้นโยบายควบคุมโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ (Zero COVID) รวมถึงยังมีอุปสรรคการเดินทางเข้า-ออกประเทศอยู่ โดยทางการกำหนดจำนวนเที่ยวบินอย่างจำกัด”

สำหรับการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางของทางการจีน คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจน หลังจากการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ (20th National Congress of the Chinese Communist Party) ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 และประเมินว่าจีนจะผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวลงเรื่อย ๆ

“ชูวิทย์” กล่าวด้วยว่า ททท.ตั้งเป้าปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 4 ล้านคน หรือราว 30-40% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 และเชื่อว่าหากทางการจีนผ่อนคลายมาตรการจะช่วยส่งเสริมให้ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสดใสตามไปด้วย

จับตานักท่องเที่ยวทางบก

ด้าน “สุกัญญา สิริกาญจนากุล” ผู้อำนวยการฝ่ายภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ททท. ระบุว่า หลังการผ่อนคลายมาตรการของทางภาครัฐ ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านทางบกมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าด่านชายแดนสะเดามีนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอันดับที่ 3 รองจากด่านสุวรรณภูมิ และด่านภูเก็ต

ส่วนด่านชายแดนที่จังหวัดหนองคาย มีจำนวนผู้ผ่านแดนเข้ามาสูงเป็นอันดับ 4-5 ของประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางต่อไปยังจังหวัดอุดรธานีหรือกรุงเทพฯ โดยส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวสุขภาพ

“นักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางข้ามพรมแดนทางบก เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ถึงเป้า”

คาดปี’67 นักท่องเที่ยว 40 ล้านคน

รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ทิ้งท้ายด้วยว่า ททท.ตั้งเป้าปี 2566 มีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะใกล้ คิดเป็นสัดส่วน 62% ส่วนตลาดระยะไกลคิดเป็นสัดส่วน 38% ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทั้งหมด โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสำหรับปี 2566 ว่าจะมีจำนวนราว 80% ของปี 2563 และกลับมาใกล้เคียงกับปี 2562 หรือ 40 ล้านคนในปี 2567

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ททท. รัสเซีย-ยูเครน