“วิษณุ” แจง สนช.คว่ำ 7 กกต.ไม่กระทบโรดแมปเลือกตั้ง เชื่อต่อให้มีใบสั่งก็ทำตามไม่ได้ ไม่ห่วงจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ชี้ กกต.เก่าทำแทนได้ เชื่อสเปกเทพสรรหาได้ ระบุ 7 คนถูกคว่ำสมัครใหม่ไม่ได้ ส่วนคนถูกคัดออกอาจมีวาสนา
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติไม่เห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ภายหลังคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.เสนอรายชื่อต่อ สนช.ว่า เรื่องนี้ไม่กระทบ ไม่เกี่ยวกับโรดแมปการเลือกตั้ง เพราะโรดแมปการเลือกตั้งเป็นโรดแมปที่ยาว ขึงเอาไว้ราวเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งในนั้นจะยังมีโรดแมปเล็กซ้อนอยู่ เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น รวมถึงกระบวนการสรรหา กกต. ซึ่งเป็นโรดแมปที่เล็กลงมาอีก และวันนี้จำเป็นต้องขยาย แต่ถึงอย่างไรก็ไม่กระทบโรดแมปใหญ่อยู่ดี ทั้งนี้ หากมีอะไรเกิดขึ้น กกต.ที่ยังรักษาการในปัจจุบันก็ยังทำหน้าที่ได้ แม้จะไม่สร้างความมั่นใจให้มากเท่าไหร่
นายวิษณุกล่าวต่อว่า การขยายเวลาในส่วนของการสรรหา กกต.ชุดใหม่มีเวลา 90 วัน ต้องให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะครบกำหนดในเดือนพฤษภาคมนี้ ยังถือว่าได้ตัว กกต.ก่อนเดือนมิถุนายนที่จะมีการตกลงกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในการกำหนดวันเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม หากถึงเดือนมิถุนายนแล้วรายชื่อ กกต.ชุดใหม่ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพราะสามารถนำ กกต.ชุดเก่ามาร่วมหารือในการกำหนดวันเลือกตั้งแทนได้ แต่คงต้องมีการหารือกับ กกต.ชุดใหม่ที่ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯก่อนโดยวิธีถ้อยทีถ้อยอาศัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการสรรหาครั้งต่อไป สนช.มีการคว่ำเหมือนครั้งนี้อีก นายวิษณุกล่าวว่า ไม่อยากไปสมมุติให้มันตื่นเต้น ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่น เมื่อยังไม่ได้ กกต.ชุดใหม่ก็ไม่เป็นไร เพราะ กกต.ชุดเก่าสามารถทำหน้าที่แทนได้ แม้จะมีบางอย่างขลุกขลักบ้าง ยืนยันไม่มีปัญหาในข้อกฎหมาย แต่อาจเป็นปัญหาในเรื่องการปฏิบัติมากกว่า แต่หากถ้อยทีถ้อยอาศัยก็หมดเรื่อง
เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองประสานเสียงโจมตีกรณีคว่ำ 7 กกต. นายวิษณุกล่าวว่า ฝ่ายการเมืองโจมตีทุกเรื่องอยู่แล้ว เมื่อถามต่อว่า สเปกเทพที่กำหนดในกฎหมายลูก กกต.จะทำให้การสรรหาครั้งต่อไปยากขึ้นหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อสเปกดังกล่าวกำหนดไว้ในกฎหมาย จะไปลดคุณสมบัติสเปกเทพในภาษาพูดมันพูดได้ แต่ในกฎหมายจะไปลดได้อย่างไร เมื่อเขียนไว้อย่างนั้นแล้ว
ต่อข้อถามว่า เหตุผลหนึ่งที่ สนช.ระบุในการคว่ำทั้ง 7 คนคือไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งมาก่อน นายวิษณุกล่าวว่า บางคนพูดอย่างนั้น แต่จริงๆ เป็นแบบนั้นหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ เมื่อถามว่ากรรมการสรรหาทั้งสองส่วนจะถูกมองว่ามีความผิดพลาดในการเสนอชื่อบุคคลทั้ง 7 หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่อยากตอบอะไร หรือไปปรักปรำทำอะไร เพราะก็ไม่รู้ขบวนการของเขา แต่กรรมการสรรหาก็ต้องคัดเลือกจากรายชื่อที่มี ในเมื่อชื่อมาอย่างนี้ก็ต้องเลือกอย่างนี้ ถ้าจะไปตีกลับทั้งหมดไม่มีใครเหมาะสมเลยก็ทำได้ถ้าจะทำ แต่ก็แปลก จะถูกครหาถ้าไม่ทดลองส่งมาให้สภาล้มให้เห็นกลายเป็นไปล้มเอง คนก็จะบอกว่าคุณเตรียมไปเชื้อเชิญใครเข้ามาใช่หรือไม่ เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ว่า ถ้าไม่มีผู้ที่ผ่านการสรรหาจะเชิญใครมาก็ได้ ทั้งนี้ ไม่แน่ใจเหตุที่คว่ำเพราะสเปกเทพที่กำหนดในกฎหมายหรือไม่ เพราะ สนช. 248 คน จะมีผลร่วมกันหรือไม่ก็ไม่น่าจะใช่ ของอย่างนี้ต่อให้มีการล็อบบี้ก็ยากที่จะทำ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ ถ้าเปิดเผยก็อีกอย่าง
เมื่อถามว่า ผลโหวตที่ผ่านมาเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นายวิษณุกล่าวว่า แสดงว่าคงมีความคิดเห็นร่วมๆ กัน เราไม่รู้ เพราะไม่มีการถ่ายทอด จึงไม่รู้ว่ามีการแฉอะไรกัน เรารู้แต่เพียงรายงานเปิดเผยกับรายงานลับ ส่วนหลังจากนี้จะมีใครกล้าเข้ามาสมัครรับการสรรหาหรือไม่อย่าไปประมาท คนที่เขาคิดว่าเขามีความสามารถก็มีอยู่
เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์กันหนาหูว่าเหตุที่คว่ำเพราะมีใบสั่ง คสช. นายวิษณุกล่าวว่า “ต้องตอบว่าผมไม่ทราบและนึกไม่ออกว่าถ้าจะสั่ง จะสั่งได้อย่างไร แต่สภามีระบบวิปเพื่อคุยกันเองแล้วพูดกันปากต่อปากแบบนั้นก็เป็นไปได้ แต่เรื่องใบสั่งผมไม่เชื่อว่าสั่งแล้วจะมีใครปฏิบัติได้ ในเมื่อเป็นการลงคะแนนลับ”
เมื่อถามว่า สเปกเทพที่กำหนดในกฎหมายลูกเริ่มแสดงให้เห็นว่ามีปัญหาในการสรรหาแล้วใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหา เพราะมันก็เทพกันทุกองค์กร แต่สุดท้ายก็สรรหาได้ ที่สำคัญ ตอนนี้เร็วไปที่จะวิจารณ์ เพราะเราต่างก็ยังไม่รู้เหตุผล อีกสักพักคุยกับพรรคพวกอาจจะรู้ก็ได้
นายวิษณุกล่าวต่อว่า สำหรับบุคคลทั้ง 7 ที่ถูก สนช.โหวตไม่เห็นชอบคุณสมบัติไม่สามารถกลับมาสมัครเข้ารับการสรรหาได้อีก แต่รายชื่อบุคคลที่ไม่ได้รับการเห็นชอบจากกรรมการสรรหาตั้งแต่ต้นนั้นซึ่งมีอยู่ราว 30 คน สามารถกลับมาสมัครเข้ารับการสรรหาได้อีก และอาจจะเป็นวาสนาของคนเหล่านั้นก็ได้
ที่มา : มติชนออนไลน์