บิ๊กมาสด้า ชี้มาตรการสนับสนุน EV บิดเบือนตลาด
Mazda
บิ๊กมาสด้า ชี้มาตรการสนับสนุน EV บิดเบือนตลาด
มาสด้า เผยปี 2566 เผชิญภาวะตึงเครียด พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนระบุชัดมาตรการอีวี เป็นตัวเร่งให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด โอดส่งผลกับแผนพัฒนาโปรดักต์ใหม่ เป็นเหตุให้ยอดขายทรุด 47% ส่วนปี 2567 ลุ้นปัจจัยบวกช่วยฟื้น ยอดขายรถยนต์ขายแตะ 8 แสนคัน
วันที่ 10 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานยอดจดทะเบียนรถยนต์ของกรมขนส่งทางบก แยกตามประเภทเชื้อเพลิง แบ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์ รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ในปี 2566 ที่ผ่านมา (ม.ค.-ธ.ค.) มีจำนวนทั้งสิ้น 75,690 คัน จากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งทั่วประเทศ 634,948 คัน และเชื่อว่าในส่วนของยอดขายรถยนตืไฟฟ้าในปี 2566 น่าจะมียอดที่สุงกว่ายอดจดทะเบียนพอสมควร
หลังจากรัฐบาลได้ประกาศมาตรการสนับสนุนทางภาษีอีวี หรือ EV 3.0 ด้วยการส่งเสริมผู้ซื้อในด้านราคาจำหน่าย และให้สิทธิประโยชน์กับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ อีกทั้ง ได้มีการขยายระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการโดยยืดระยะเวลา ให้กับผู้ซื้อรถยนตือีวีที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำรถไปจดทะเบียนได้ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2567 นั้น
นายทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงปี 2566 ที่ผ่านมา ว่าถือเป็นปีแห่งความตึงเครียดทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม มีปัจจัยรอบด้านที่กระทบต่อผลการดำเนินธุรกิจมาสด้าในประเทศไทยทั้งปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป นโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการบิดเบือนกลไกตลาด รวมถึงกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย
ส่งผลและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเร็วขึ้น การเข้ามาทำตลาดของแบรนด์ใหม่ ๆ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงกับมาสด้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่ในปัจจุบันไปสู่พลังงานทางเลือกรูปแบบใหม่ ๆ
สำหรับยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้าในปี 2566 ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 16,544 คัน แบ่งออกเป็น
- มาสด้า2 จำนวน 7,834 คัน
- มาสด้า3 จำนวน 884 คัน
- มาสด้า CX-30 จำนวน 3,254 คัน
- มาสด้า CX-3 จำนวน 2,389 คัน
- มาสด้า CX-8 จำนวน 999 คัน
- มาสด้า CX-5 จำนวน 340 คัน
- มาสด้า บีที-50 จำนวน 834 คัน
- มาสด้า MX-5 จำนวน 10 คัน
- มาสด้า6 รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 20 ปี มีลูกค้าจองสิทธิเข้ามาแล้วกว่า 74 คัน
ส่วนแนวโน้มของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมาคึกคักอย่างชัดเจน กำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น กลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 แม้ว่าการแข่งขันของตลาดรถยนต์ในประเทศจะร้อนแรง การเข้ามาลงทุนจากนักธุรกิจต่างประเทศ ผลักดันให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้นจากการปรับอัตราค่าแรง
คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 750,000-800,000 คัน หรือใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ส่วนมาสด้าคาดว่าจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้ มาสด้ายังได้ขยายกรอบตามกลยุทธ์ภายใต้ Retention Business Model ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับการบริการลูกค้าในทุกมิติ
ปีนี้จะเน้นพัฒนาการขายผ่านช่องทางออนไลน์ Mazda CPO Marketplace มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าและตอบรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ยกระดับบริการหลังการขายด้วยการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสี (Certified Body & Paint) ลดระยะเวลาในการรออะไหล่ และมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าด้วย Privilege Program ที่พิเศษมากกว่าเดิม เพื่อตอบสนองการให้บริการลูกค้าอย่างครบครัน
โดยมาสด้าให้ความสำคัญกับลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่งด้วย Customer Experience Management (CXM) หรือการจัดการประสบการณ์ลูกค้า เน้นสร้างความพึงพอใจสูงสุดเพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคง รวมถึงมุ่งมั่นสร้างแบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Brand Value Management (BVM) หรือการสร้างมูลค่าของแบรนด์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว