เผยไทยยังส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก! คาดปี 60 ส่งออกข้าว 10-11 ล้านตัน

วันที่ 4 ส.ค.2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางวิลัยลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ครั้งที่ 4/2560 ว่า สถานการณ์ข้าวโลกและข้าวไทยในปี 60 ประมาณการณ์ว่า ผลผลิตกับสต็อกข้าวยังไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งที่ผ่านมามากนัก ขณะที่การส่งออกไทยยังเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก ตามด้วยอินเดีย ซึ่งคาดว่าปีนี้จะสามารถส่งออกข้าวได้ 10-11 ล้านตัน ด้านสต็อกข้าวโลกรวมถึงการบริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก

“สต็อกข้าวของไทยจากประมาณการสุดท้ายเนื่องจากพื้นที่การเพาะปลูกลดลง ทำให้ผลผลิตในปีนี้ลดลงเทียบกับปีที่ผ่านมาร้อยละ 7 ซึ่งการลดพื้นที่และผลผลิตที่ลดลงมีผลต่อราคาให้สูงขึ้น และเกิดจากการระบายข้าวในสต็อกออกไป ทำให้สต็อกข้าวรัฐบาลไม่มีเหลือแล้ว ทำให้ราคาสะท้อนยกระดับสูงขึ้น”

นางวิลัยลักษณ์ กล่าวว่า ราคาข้าวหอมมะลิ ณ สิ้นเดือน ก.ค.อยู่ที่ 10,000-12,500 บาทต่อตัน ข้าวเหนียวอยู่ที่ 9,300-12,100 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 7,700-8,500 บาท ข้าวปทุม 9,200-9,500 บาท ซึ่งมีราคาสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากการปฏิบัติตามแผนข้าวครบวงจรเพื่อลดพื้นที่ปลูกข้าวตามนโยบายของ นบข.
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักการโครงการเพื่อพยุงราคาข้าว จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร (ธ.ก.ส.) วงเงินสินเชื่อ 12,500 ล้านบาท เป้าหมายปริมาณ 2.5 ล้านตัน งบประมาณ 406.25 ล้านบาท แบ่งออกเป็น รัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยร้อยละ 3 หรือวงเงินชดเชยดอกเบี้ย 375 ล้านบาท ค่าประกันภัยและค่าบริหารจัดการโครงการ 31.25 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค.60-30 ก.ย.61

2.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก วงเงินดำเนินการ 940 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าชดเชยดอกเบี้ย 937.50 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายดำเนินการ 2.50 ล้านบาท รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวที่มีวงเงินกู้ดับธนาคารพาณิชย์/ธนาคารของรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บสต็อกข้าว ตามมูลค่าข้าวเปลือกที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ เก็บสต็อกไว้ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ตามระยะเวลาที่เก็บสต็อกไว้ 60-180 วัน หรือ วันที่ 1 พ.ย.60 – 31 มี.ค.61 เป้าหมายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการเก็บสต็อกข้าวในรูปข้าวเปลือกและข้าวสารเพื่อดูดซับผลผลิต เก็บสต็อก 8 ล้านตัน เป็นระยะเวลา 2-6 เดือน หรือ วันที่ 1 พ.ย.60-31 มี.ค.61

โดยทั้ง 2 โครงการจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบทันที


3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อกข้าว (จำนำยุ้งฉาง) หลักเกณฑ์เดียวกับโครงการปี 59 ประกอบด้วย รับจำนำยุ้งฉางในราคาร้อยละ 90 ของราคาตลาด ซึ่งคาดว่าจะได้ราคาสูงกว่าปีก่อนเนื่องจากราคาตลาดขณะนี้สูงขึ้น โดยแบ่งออกเป็น ค่าขึ้นยุ้งฉาง 1,000 บาท ค่าฝาก 500 บาท ค่าเก็บเกี่ยว 12,000 บาทต่อครัวเรือน รวมทั้งหมดแล้วคาดว่าราคาจะอยู่ที่ 14,000 บาทต่อตัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากอุทกภัยทำให้ไม่สามารถประมาณวงเงินสินเชื่อได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอเวลาประเมินความเสียหายทั้งหมดภายในสิ้นเดือนสิงหาคม ทั้งนี้ ความเสียหายประเมินเบื้องต้น 4.7 ล้านไร่ คิดเป็นผลผลิต 1.5-2 ล้านตัน