สมาคมรับเหมาชำแหละปัญหาเครนถล่มซ้ำซาก ราคากลางล้าสมัย ผู้คุมงานหย่อนยาน จี้รัฐบาลใหม่เร่งสังคายนา ชี้กระทบต่อเศรษฐกิจประเทศและประชาชน
นางสาวลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บในหลายกรณีที่ผ่านมา ต้องไปย้อนดูต้นตอของปัญหาโดยภาพรวมเกิดจากอะไร เนื่องจากยังไม่ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร แต่ได้รับเสียงสะท้อนมา คือราคากลางในการประมูลงานภาครัฐต่ำเกินไป ทำให้ราคาที่ผู้รับเหมาประมูลได้ และมีการเสนอราคาใกล้ราคากลางก็เป็นราคาที่ทำไม่ได้ หรือในงานที่ทำได้ เมื่อราคาต่ำเกินไปในการรักษาคุณภาพก็ทำได้ยาก
“ขอตั้งคำถามว่า โครงการเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่เราไม่เพิ่งทำ มีการทำมานานแล้ว แต่ทำไมก่อนปี 2560 ถึงไม่เกิดอุบัติเหตุ หรือถ้ามีเกิดขึ้นก็น้อย และทำไมตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบันเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลายครั้ง เวลาเราเช็กเบื้องต้น ฐานราคากลางไม่เปลี่ยนแปลงเลย 20 ปี ขณะที่งานก่อสร้างมันยากขึ้น โดยเฉพาะงานถนน อินฟราสตรักเจอร์ต่าง ๆ ยังมีเทคโนโลยีที่ทำให้มีความยากขึ้นด้วย และภาครัฐก็ออกกฎระเบียบต่าง ๆ มามากมายให้ผู้รับเหมาทำ แต่ราคากลางไม่ปรับขึ้นตาม ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด ๆ อย่างเหล็กก่อสร้างในงานรัฐกำหนดราคา 3 บาทต่อ กก. งานเอกชนราคา 8-9 บาทต่อ กก.”
นางสาวลิซ่ากล่าวว่า เพราะฉะนั้นเวลามีข้อกำหนดมากมาย แต่ราคาไม่เพิ่ม มันยากที่ผู้รับเหมาจะทำได้ตามมาตรฐาน ตามหลักวิศวกรรมที่มันควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม ราคาไม่ใช่สาเหตุเดียวของปัญหา แต่รากเหง้าของปัญหามันมีเรื่องของการบริหารสัญญา และสัญญาไม่เป็นธรรมที่ไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้มีสะสมมานาน
“อย่างกรณีที่มีการพูดถึงผู้รับเหมาต่างชาติที่เข้ามารับงานในประเทศไทยนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วมีทั้งดีและไม่ดี ขณะที่การเข้ามาเป็นนอมินีก็เยอะ แต่ทำไมไม่มีใครไปดู หรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้น ทุกอย่างพอเกิดเหตุการณ์ขึ้น พอมีการหาสาเหตุ และเยียวยาก็จะจบไป แต่ตัวแกนปัญหาจริง ๆ ไม่ได้รับการแก้ไข อย่างบางคนบอกว่าญี่ปุ่นทำได้ ทำไมไทยทำไม่ได้ แต่ก่อนที่เขาจะมาถึงจุดที่ทำได้ เขามีมาตรการส่งเสริม การให้ความสำคัญ ใส่เงินเข้าไปในเรื่องของความปลอดภัย เขาถึงได้ออกระเบียบลงโทษแบบหนัก ๆ ตามมาได้ แต่เมืองไทยไม่มีมาตรการอะไรมาส่งเสริมหรือสนับสนุนเลย ตั้งหน้าตั้งตาลงทุนอย่างเดียว แล้วผู้รับเหมาจะไปรอดได้อย่างไร ที่ดี ๆ ก็ค่อย ๆ ทยอยหายไป“
นางสาวลิซ่ากล่าวว่า ส่วนการรับเหมาช่วงนั้น ถือว่าเป็นปกติของงานรับเหมาก่อสร้าง แม้แต่ต่างประเทศก็มีการรับเหมาช่วงเช่นกัน แต่ในฐานะผู้รับเหมาหลักต้องตรวจสอบและควบคุมงานผู้รับเหมาช่วง และเลือกผู้รับเหมาช่วงที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอนุญาตให้จ้างช่วง เนื่องจากการจ้างช่วงเป็นการจ้างงานเฉพาะด้าน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น เช่น งานเสาเข็มก็ต้องจ้างรับเหมาช่วงงานเสาเข็ม จะให้ผู้รับเหมาหลักไปตอกเข็มเองก็จะทำให้ไม่ปลอดภัย ดังนั้น ปัญหาการให้มีการจ้างช่วงไม่ใช่ปัญหา
นอกจากนี้ ต้องขึ้นอยู่กับผู้มีหน้าที่คุมงานก่อสร้างด้วย เพราะในบางงานคนคุมงานไม่ใช่เอกชน เป็นคนของหน่วยงานภาครัฐ ไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 โครงการล่าสุดนี้มีความหย่อนยานหรือเปล่า แต่คนที่มีหน้าที่คุมงานต้องคุม ขณะเดียวกัน วิศวกรของผู้รับเหมาก็ต้องดูด้วย เหมือนกับสองตาดีกว่าตาเดียว ในบางทีในส่วนของผู้รับเหมาเขาอาจจะทำเต็มที่แล้ว แต่เขาได้พลาดไป แต่ถ้าผู้ควบคุมงานเข้มแข็ง และช่วยดู จะทักท่วงทันก่อนที่จะเกิดเหตุ จึงเป็นที่มาการมีผู้คุมงาน
”สถานการณ์ตลาดก่อสร้างไทยในปี 2569 ไม่ดี เป็นไปในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ไว้คือ เศรษฐกิจจะไม่ดีและไม่โต และรับเหมาก่อสร้างได้รับผลกระทบไปตามกัน และขณะที่ฟากเอกชนหนี้ครัวเรือนยังสูงอยู่ การปล่อยกู้ก็ลำบาก ยิ่งเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ กับผู้รับเหมาก่อสร้างแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้แบงก์ปล่อยกู้ยากมากขึ้น การประกันการทำงานก็สูงขึ้น เบี้ยก็สูงขึ้น ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า”
นางสาวลิซ่ากล่าวว่า ทั้งนี้ อยากเสนอให้พรรคการเมืองที่กำลังหาเสียงเลือกตั้ง หรือเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ ต้องหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมการก่อสร้างอย่างจริงจัง และพัฒนาผู้รับเหมาเป็นมืออาชีพให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ เพราะท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศและประชาชนอยู่ดี