เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
SD Talk เล่าสู่กันฟัง วิธีสัมภาษณ์แบบกลุ่ม
‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
Business ‘การบินไทย’ คลอดมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแล้ว
บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
Real Estate บ้าน-คอนโดแข่งระบายสต๊อก สาดโปรดาวน์ 0 บาท-ดอกเบี้ย 0% 5 ปี
เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
Politics เกมนิรโทษกรรม ล้างมลทิน แผนทักษิณ ปลุกเพื่อไทยคืนชีพ?
ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
Business วิเคราะห์ดีลประวัติศาสตร์ KFC จับมือโคคา-โคล่า ปิดฉากสัมพันธ์ 40 ปีเป๊ปซี่
ดูทั้งหมด

พิษนโยบาย “ซีโร่โควิด” จีนเริ่มเสียแชมป์ “โรงงานโลก”

29 ต.ค. 2565 | 16:40น.
ซีโร่โควิด
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

อาจจะด้วยความที่เป็นจำเลยของสังคมโลก เรื่องที่เป็นต้นตอให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้นำจีนยังคงยึดมั่นนโยบายโควิดเป็นศูนย์หรือ “ซีโร่โควิด” อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จนกล่าวได้ว่ายังคงเป็นประเทศเดียวที่ใช้นโยบายโควิดแบบตึงสุดขีด สวนทางกับส่วนใหญ่ของโลกที่ผ่อนคลายลงมากแล้ว นโยบายดังกล่าวหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตามข้อมูลของบริษัท เอ็มดีเอส ทรานส์โมดัล ซึ่งเป็นบริษัทจัดเก็บข้อมูลด้านการขนส่งระหว่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าจีนที่เคยได้ชื่อว่า “โรงงานของโลก” กำลังสูญเสียแชมป์ในการส่งออกสินค้าหลักหลายอย่าง ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ สินค้าสำหรับการเดินทาง ให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม มาเลเซีย บังกลาเทศ เป็นต้น เพราะนโยบายโควิดเป็นศูนย์ทำให้ลูกค้าของจีนเสาะหาสินค้าจากประเทศอื่นมาทดแทน

สัดส่วนการส่งออกสินค้าบริโภคในตลาดโลกของจีนถดถอยลงมาตามลำดับ เช่น เสื้อผ้าจากที่เคยมีส่วนแบ่ง 41% เมื่อปี 2016 ก็ลดเหลือเพียง 37% ในปี 2022 หรือเฟอร์นิเจอร์จากที่เคยมีส่วนแบ่งตลาด 64% ในปี 2016 ลดเหลือ 53% ในปี 2022 รองเท้าจากที่เคยมีส่วนแบ่ง 72% ลดเหลือเพียง 65% ในช่วงเวลาดังกล่าว

เอ็มดีเอสฯ ระบุว่า “เวียดนาม” เป็นประเทศที่แย่งส่วนแบ่งการตลาดไปจากจีนอย่างมีนัยสำคัญมากที่สุด เหตุผลหลักก็คือเป็นประเทศที่อยู่ใกล้จีนและค่าแรงถูก โดยอันที่จริงการแข่งขันระหว่างสองประเทศดุเดือดมาตั้งแต่ก่อนจะมีโควิด-19 แล้ว โดยเวียดนามได้มีการลงทุนภาคการผลิตและการขนส่งทางทะเลมาตั้งแต่ปี 2014 และล่าสุดได้ประกาศสร้างท่าขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์แห่งใหม่ใกล้กับโฮจิมินห์ซิตี หากแล้วเสร็จจะเป็นท่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยขณะนี้ Maersk ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการขนส่งทางเรือใหญ่ที่สุดในโลก และซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม กำลังขยายการลงทุนในบริเวณนี้เช่นกัน

เวียดนามมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าบริโภคในตลาดโลกเพิ่มขึ้น เช่น เฟอร์นิเจอร์จากที่เคยมีสัดส่วนเพียง 8% ในปี 2016 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 17% ในปี 2022 รองเท้าจากที่เคยมีส่วนแบ่ง 12% ก็เพิ่มเป็น 18% สินค้าเพื่อการเดินทางและกระเป๋า เพิ่มจาก 6% เป็น 10% ในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนมาเลเซียและบังกลาเทศแย่งส่วนแบ่งการผลิตเสื้อผ้าไปจากจีน ขณะที่ไต้หวันมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในด้านการผลิตโลหะ

“อักฮิล แนร์” รองประธานอาวุโสของเซโก โลจิสติกส์ เอเชีย-แปซิฟิก ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ด้วยการตั้งกำแพงภาษีระหว่างกันตั้งแต่ปี 2018 ทำให้ประเทศต่าง ๆ มองหาแหล่งผลิตอื่น ๆ แทนจีน โดยเริ่มแรกจำกัดแค่สินค้าเสื้อผ้าและรองเท้า แต่หลังจากจีนล็อกดาวน์เมืองเพื่อสกัดโควิด-19 ทำให้ห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน ส่งผลให้ลูกค้าจีนเร่งป้องกันความเสี่ยงด้วยการหันไปหาแหล่งอื่น โดยเฉพาะเวียดนาม และไม่ได้จำกัดแค่สินค้าประเภทเสื้อผ้าและรองเท้าเท่านั้น จะเห็นได้ว่าการไหลเวียนของการค้าชิ้นส่วนวัตถุดิบในเอเชียด้วยกันเพิ่มขึ้น และการส่งออกสินค้าสำเร็จรูปจากเวียดนามและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็สูงขึ้น

จำนวนตู้สินค้า (คอนเทนเนอร์) ที่ออกจากท่าเรือจีนลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2021 โดยก่อนปี 2021 มีตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตออกจากท่าเรือจีนเดือนละ 11.2 ล้านตู้ แต่เดือนกันยายนปีนี้ลดเหลือ 8.6 ล้านตู้ หรือลดลง 23.2%

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แม้ “สี จิ้นผิง” จะประกาศหลังได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ว่าจีนจะยังเปิดประตูสู่โลก เพราะจีนไม่สามารถพัฒนาประเทศได้โดยการโดดเดี่ยวตัวเอง
จากโลกภายนอก แต่หากดูจากการกระทำ จีนในวันนี้ปิดประตูมากกว่าช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เพราะยังคงยืนยันนโยบายโควิดเป็นศูนย์ แม้จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจเพียงใดก็ตาม อีกทั้งมีแนวโน้มจะเพิ่มขั้นตอนราชการกับบริษัทต่างประเทศ ดังนั้น จึงไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้

ขณะเดียวกัน บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง อย่างอาลีบาบาและเทนเซนต์ ราคาร่วงลงอย่างหนักมากกว่า 11% เลวร้ายที่สุดนับจากวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ซีโร่โควิด