“ข้อตกลงภาษีสากล” ยังไม่จบ แผนเก็บภาษีดิจิทัลบริษัทข้ามชาติต้องเลื่อนไปปี 2025

ภาษีสากล ยังไม่จบ

ในยุคที่ผู้คนใช้เวลาชีวิตในโลกอินเทอร์เน็ต บริษัทข้ามชาติสามารถให้บริการและทำเงินจากประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเข้าไปตั้งบริษัทในประเทศนั้น ๆ และบริษัทเหล่านี้มักจะเลือกจดทะเบียนตั้งบริษัทในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ

หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกจึงเจอปัญหาเดียวกัน คือ ไม่สามารถจัดเก็บภาษีรายได้จากบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาทำเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เนื่องจากประเทศนั้น ๆ ยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมการเก็บภาษีจากบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนตั้งบริษัท และจดทะเบียนภาษีในประเทศ

อย่างเช่นประเทศไทยก็ไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมการเก็บภาษีดังกล่าว และเพิ่งจะออกกฎหมาย “ภาษีอีเซอร์วิส” ซึ่งเป็นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการใช้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ

ปัญหานี้นำมาสู่ความพยายามขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และพันธมิตร ที่ผลักดันให้เกิดข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศ หรือข้อตกลงภาษีสากล (Global Tax Deal) ที่จะใช้แทนการจัดเก็บภาษีของประเทศต่าง ๆ ให้มีอัตราการจัดเก็บและมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดแรงจูงใจในการหลีกเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติ

มี 130 ประเทศลงนามข้อตกลงภาษีสากลนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2021 และในปัจจุบันมีประเทศที่เข้าร่วมเป็นภาคีเพิ่มเป็น 143 ประเทศแล้ว

เนื้อหาของ “ข้อตกลงภาษีสากล” มี 2 เสาหลัก เสาหลักแรก คือ มาตรการกำหนดให้บริษัทข้ามชาติ ต้องเสียภาษี โดยปันส่วนกำไรมาให้กับประเทศที่บริษัทเข้าไปให้บริการ ถึงแม้จะไม่มีสถานประกอบการถาวรในประเทศนั้น ๆ

เป็นการแก้ปัญหาที่บริษัทเหล่านี้มักจะเลี่ยงการจ่ายภาษีโดยการตั้งสำนักงานในประเทศที่มีภาษีต่ำ

ส่วนเสาหลักที่สอง เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ยุติการใช้อัตราภาษีต่ำเพื่อแข่งขันในการดึงดูดการลงทุน โดยให้ทุกประเทศกำหนดอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำอยู่ที่ 15% เริ่มตั้งแต่ปี 2024

ตามกำหนดเดิม ข้อตกลงภาษีสากลคาดว่าจะบังคับใช้ 1 ม.ค. 2024 แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา OECD เปิดเผยว่า ในส่วนเสาหลักแรก ยังมีข้อกังวลและข้อโต้แย้งจากบางประเทศ ทำให้จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดใหม่ ทำให้ไม่สามารถเริ่มใช้ได้ทันตามกำหนด

จากการที่ยังไม่สามารถบังคับใช้ข้อตกลงภาษีสากลได้ทันตามที่กำหนดไว้ ส่งผลให้มีการเสนอให้รัฐภาคีที่มีการเก็บหรือมีแผนที่จะเก็บภาษีบริการดิจิทัล จะต้องขยายเวลาการระงับการเก็บภาษีดิจิทัลออกไปถึงสิ้นปี 2024 จากที่มีกำหนดจะระงับถึงสิ้นปี 2023 เพื่อรอจนกว่า “ข้อตกลงภาษีสากล” จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งอาจจะต้องขยายการระงับเก็บภาษีต่อไปอีกจนถึงสิ้นปี 2025 หากจำเป็น

OECD เปิดเผยว่า หากมี 30 ประเทศให้การสนับสนุน ก็จะมีผลให้ข้อตกลงระงับการเก็บภาษีดิจิทัลถูกขยายออกไป ซึ่งตอนนี้มีรัฐบาลภาคีกว่า 30 ประเทศที่ตกลงแล้วว่าจะขยายการระงับการเก็บภาษีดิจิทัลออกไปถึงสิ้นปี 2024 หรือตกลงว่าจะยกเลิกการเก็บภาษีดิจิทัล เมื่อข้อตกลงในเสาแรกเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

มานัล คอร์วิน (Manal Corwin) หัวหน้าฝ่ายภาษีของ OECD เปิดเผยว่า จากทั้งหมด 143 ประเทศที่เป็นภาคี มีเพียง 5 ประเทศเท่านั้นที่ไม่สนับสนุนข้อเสนอของที่ประชุม ได้แก่ เบลารุส แคนาดา ปากีสถาน รัสเซีย และศรีลังกา

แคนาดา หนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่ไม่เห็นด้วยกับการขยายการระงับการเก็บภาษีดิจิทัลในระดับประเทศออกไปอีก 1 ปี โดย คริสเทีย ฟรีแลนด์ (Christia Freeland) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของแคนาดา บอกเหตุผลว่า ข้อตกลงที่จะขยายการระงับเก็บภาษีดิจิทัลออกไปอีก 1 ปี ทำให้แคนาดาเสียเปรียบ เมื่อเทียบกับประเทศที่มีการเก็บภาษีบริการดิจิทัลอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากแคนาดาเพิ่งประกาศใช้ภาษีดิจิทัลเมื่อกลางปี 2021 แต่ต้องระงับการเก็บภาษีตามข้อตกลงภาษีสากลดังกล่าว


ส่วนกรณีประเทศต่าง ๆ ที่ลงนามในสนธิสัญญาแล้ว การจะให้สัตยาบันหรือให้การยินยอมของรัฐเพื่อมีผลผูกพันตามสนธิสัญญา ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องการเสียงสนับสนุนถึง 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา