การแบ่งขั้วเริ่มเห็นผลชัด จีนส่อเสียแชมป์ส่งสินค้าเข้าสหรัฐ โดนเม็กซิโก-แคนาดาแซง 

การค้าจีน สหรัฐ
Photo by Patrick T. Fallon / AFP

จีนกับสหรัฐเป็นคู่ค้าสำคัญของกันและกันมานาน แม้แต่ในช่วงหลายปีที่ทำสงครามการค้ากัน จีนก็ยังเป็นประเทศที่ส่งสินค้าไปขายสหรัฐมากเป็นอันดับ 1 และเมื่อปี 2565 มูลค่าการค้าของสหรัฐกับจีนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 690,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐเป็นฝ่ายเสียดุลการค้าให้จีน 382,900 ล้านดอลลาร์ 

แต่มาถึงปีนี้ ดูเหมือนว่าสงครามการค้า การกีดกัน การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ และนโยบาย friend-shoring ของสหรัฐ จะเริ่มเห็นผลชัดแล้ว เมื่อจีนส่อแววจะเสียแชมป์ประเทศที่ส่งสินค้าเข้าสหรัฐมากที่สุด 

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ในครึ่งปีแรกของปีนี้มีแนวโน้มว่าจีนจะสูญเสียตำแหน่งประเทศที่ส่งสินค้าเข้าสหรัฐมากเป็นอันดับ 1 เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี 

โดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่เปิดเผยว่า การนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาจากจีนในระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 169,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 13.4% ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ปี ลดลงจากสัดส่วน 16.7% ในปี 2565 

ทั้งนี้ การนำเข้าของสหรัฐจากจีนลดลงในหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งลดลงครึ่งหนึ่ง 

ขณะที่การนำเข้าของสหรัฐจากเม็กซิโกเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 195,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน โดยแคนาดาตามมาอันดับ 2 มูลค่า 176,000 ล้านดอลลาร์ คาดว่าเมื่อตัวเลขครึ่งปีแรกออกมาครบ สองประเทศนี้ก็จะยังคงนำหน้าจีน

ส่วนการส่งของสหรัฐไปยังจีนค่อนข้างทรงตัวในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 62,000 ล้านดอลลาร์ แม้ว่านี่จะเพียงพอที่จะทำให้จีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐฯ แต่ส่วนแบ่ง 7.5% นั้นถือว่าน้อย คิดเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเม็กซิโกหรือแคนาดา และลดลงจากจุดสูงสุดในปี 2563 ที่มีส่วนแบ่งอยู่ประมาณเกือบ 9% 

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงก็ส่งสินค้าไปยังสหรัฐมากขึ้น ได้รับอานิสงส์จากการที่สหรัฐนำเข้าจากจีนน้อยลง ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ สหรัฐนำเข้าสินค้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นมูลค่าถึง 124,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันตลอดกาล และสัดส่วนการนำเข้าของสหรัฐจากอาเซียนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ส่งออกที่ครองส่วนแบ่งตลาดสหรัฐเป็นอันดับ 1 มาตั้งแต่ปี 2552 โดยแซงหน้าแคนาดาที่เคยเป็นแชมป์เก่า ในช่วงนั้น เนื่องจากการผลิตของอเมริกาที่มีต้นทุนสูงมีความสามารถในการแข่งขันน้อยลง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดจากวิกฤตการเงิน จีนจึงใช้ประโยชน์จากราคาที่ต่ำและห่วงโซ่อุปทานที่กระจุกตัว เพื่อให้ได้พื้นที่ในการค้าโลก 

การส่งออกทั้งหมดของจีนเพิ่มขึ้น 2.5 เท่าในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โตขึ้นเกือบ 4 เท่า 

จีนครองส่วนแบ่งการส่งสินค้าเข้าจีนสูงสุด 20% ในระหว่างปี 2558-2561 หลังจากนั้น ส่วนแบ่งของจีนลดลงเมื่อสหรัฐอยู่ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งมีการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจีนอย่างหนัก ท่ามกลางความพยายามผลักดันเพื่อฟื้นฟูภาคการผลิตในประเทศของสหรัฐ 


เป็นจุดเริ่มต้นสงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน และมีการพัฒนายุทธศาสตร์การทำสงครามการค้ากันอย่างต่อเนื่อง