เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
Economic กบง. หั่นราคาหน้าโรงกลั่นดีเซล 2.40 บาท ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่น 3.9 พันล้าน อุ้มค่าครองชีพ
สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
Biz Movement สาวกบอร์ดเกมไทยห้ามพลาด งาน“Thailand Board Game Show Go arounD”
วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
Economic วีระพงษ์ ถก BCCT ขยายโอกาสการค้าลงทุน ไทย-สหราชอาณาจักร
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
Business HYROX Bangkok โตแรง ผู้สมัคร 2 หมื่นคน ดันไทยฮับฟิตเนสเอเชีย
แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
Economic แนะทางรอด ‘ราชินีผลไม้’ ดันอุตสาหกรรมแปรรูป รับผลผลิตล่วงหน้า
“ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
Politics “ยิ่งชีพ” ส่งสัญญาณถึง ภูมิใจไทย เตือนใช้กฎหมายหมิ่นฯ หวั่นกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล
กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
World กต.ไต้หวัน ผิดหวัง หลังไทย-จีน ออกแถลงการณ์ร่วมเห็นพ้องจีนเดียว
ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
เศรษฐกิจภูมิภาค ปิดตำนาน 67 ปี บขส.ตราด ยุติเดินรถกรุงเทพฯ สิ้นเดือน ก.ค.
นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
SD นพ.กฤษณ์ จาฏามระ เล่างานวิจัย OPTIMA Trial ทางเลือกมะเร็งเต้านม ไม่ต้องให้คีโม
ดูทั้งหมด

ส่งออกไทย ต.ค. 68 โต 5.7% ลุ้น 2 เดือนสุดท้ายดันภาพรวมทั้งปีเกิน 10%

25 พ.ย. 2568 | 12:08น.
นันทพงศ์ จิระเลิศพงษ์

สนค. เผยส่งออกไทยเดือน ต.ค. 68 มูลค่า 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 5.7% โตต่อเนื่อง 16 เดือนติด รวม 10 เดือน มูลค่า 282,982.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 13% ลุ้น 2 เดือนที่เหลือยังส่งออกเพิ่ม ทำยอดทั้งปีโต 10.7-11.4% เกินเป้าหมายแน่นอน

นายนันทพงศ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย เดือน ต.ค. 2568 มีมูลค่า 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5.7% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน เป็นการส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างสหรัฐ จีน และสหภาพยุโรป

รวมถึงตลาดรอง เช่น เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และละตินอเมริกา ที่ยังคงขยายตัวได้ดี แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐ แรงสนับสนุนหลักมาจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงสินค้ากลุ่มยานยนต์ และภาคการผลิตโลกที่อยู่ในภาวะขยายตัว จากผลผลิตและคำสั่งซื้อใหม่

ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 32,272.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 3,436.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รวมการส่งออก 10 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่า 282,982.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% การนำเข้ามูลค่า 286,848.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.4% ขาดดุลการค้า 3,866.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการส่งออกเดือน ต.ค. 2568 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 5.1% โดยสินค้าเกษตร ลด 14.6% สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 6.2% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา ข้าว อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องดื่ม ทั้งนี้ 10 เดือนของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.03%

ส่วนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 8.8% โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แผงสวิตช์และแผงควบคุมไฟฟ้า ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 10 เดือนของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 17.5%

ทางด้านตลาดส่งออก เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวลง หลังมีการเร่งนำเข้าไปค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ โดยตลาดหลัก เพิ่ม 10.2% ขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐ 32.9% จีน 9.3% ญี่ปุ่น 1.9% สหภาพยุโรป (27) 9.9% และอาเซียน (5) 5.4% ส่วนตลาด CLMV ลด 15.6% ขณะที่ตลาดรอง เพิ่ม 7.2% โดยเอเชียใต้ เพิ่ม 24.7% ตะวันออกกลาง เพิ่ม 9.4% ละตินอเมริกา เพิ่ม 18.4% แต่ทวีปออสเตรเลีย ลด 0.2% ทวีปแอฟริกา ลด 3.0% รัสเซียและกลุ่ม CIS ลด 5.0% และสหราชอาณาจักร ลด 10.3% ส่วนตลาดอื่น ๆ ลด 70.5%

นายนันทพงศ์กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 อีก 2 เดือน (พ.ย.-ธ.ค.) คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง แม้จะเติบโตในอัตราชะลอตัวลง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความต้องการในระดับสูง รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก คาดว่าจะส่งออกได้เฉลี่ย 25,000-26,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การส่งออกทั้งปี 2568 ขยายตัวเกินไปจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2-3% อย่างแน่นอน โดยประเมินว่าจะขยายตัวตั้งแต่ 10.7% มีมูลค่า 332,982.1 ดอลลาร์สหรัฐ และ 11.4% มูลค่า 334,982.1 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะกระทบต่อขีดความสามารถในการส่งออก สต๊อกสินค้าที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่ค้า จะส่งผลให้การนำเข้าชะลอตัวและกระทบต่อการส่งออกของไทย รวมไปถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ที่จะกระทบต่อการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งต้องประเมินต่อไป

สำหรับเป้าหมายการส่งออกปี 2569 ขณะนี้ สนค.อยู่ระหว่างการประเมินปัจจัยสนับสนุน และผลกระทบ แต่เบื้องต้นเห็นว่า มีสัญญาณชะลอตัวลงจากปี 2568 เพราะฐานปี 2568 สูง ผลกระทบจากภาษีสหรัฐ แม้ไทยจะปรับตัวได้ แต่เริ่มมีผลกระทบต่อการส่งออกชะลอตัวแน่ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังประเมินเศรษฐกิจปี 2569 ชะลอตัว องค์การการค้าโลก (WTO) ก็ประเมินการค้าโลกชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อการส่งออก โดยตัวเลขจะเป็นเท่าไร เดือน ธ.ค. 2569 น่าจะได้ตัวเลข แต่ยังเป็นบวกแน่นอน