เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
World ทรัมป์สั่งเบรกโจมตีอิหร่าน อ้างชาติอาหรับบรรลุกรอบดีลยุติสงคราม-จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
World กต. โต้ UN ปมสิทธิมนุษยชน ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ 6.5 แสน เป็นผู้รุกล้ำ ไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น
‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
Politics ‘ปิยบุตร’ ชี้ไทยผ่านจุดต้องเปลี่ยน จี้พรรค ‘กองหน้า’ ปลุกความเชื่อก่อนสังคมจำนน
สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
Finance สงครามทุบเศรษฐกิจไตรมาส 2 Q3 จับตา ‘ค่าครองชีพ-ต้นทุนธุรกิจ’ พุ่ง
พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
Politics พิธา ปลุก ปชน. ท้อได้แต่ห้ามถอย ย้ำสามัคคีสร้างทางเลือกไม่ใช่แค่ ‘สีน้ำเงิน’
หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
Columns หมดไฟ หรือหมดใจ ? เมื่อคนเก่งไม่อยากโต
เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
Finance เก็งแบงก์จ่ายปันผลไม่กั๊กจับตา SCB-BBL กำไรลดลง
คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
Real Estate คมนาคมจ่อชง ครม. สร้างรถไฟทางคู่ “จิระ-อุบลราชธานี” 4.4 หมื่นล้าน หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
Finance โฆษกคลัง เผยผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการฯ กว่า 8 แสนคน ยังยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ด้านมหาดไทยลงพื้นที่ช่วยเหลือ
‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
Biz Movement ‘เลขาธิการ สปสช.’ เผย จัดสรรงบฯ ตามจำนวน ปชช. – เตือน ‘ร่วมจ่าย’ สร้างความไม่แน่นอน
ดูทั้งหมด

ดอกเบี้ย-หนี้ กับดักเศรษฐกิจโลก

08 พ.ย. 2566 | 10:11น.
EGYPT-POLITICS
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เศรษฐกิจโลกในยามนี้ขยายตัวแบบแปลก ๆ ฝืนทิศทางที่ควรจะเป็นอยู่บ้าง เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะเพียงแค่เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมา ทุกคนพากันลงความเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ไม่ช้าไม่นานสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก

แต่ในตอนนี้ หลายสิ่งหลายอย่างพลิกผันไปในทางตรงกันข้าม ชนิดที่แม้แต่คนที่มองโลกในแง่ดีที่สุดก่อนหน้านี้ก็ยังคาดไปไม่ถึง

เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาขยายตัวอย่างน่าทึ่งถึง 4.9% ในไตรมาสที่สาม อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังลดระดับลง อัตราว่างงานยังคงทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และธนาคารกลางของหลายประเทศเริ่มยุติการขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะ ธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป (อีซีบี), กองทุนสำรองแห่งรัฐบาลกลาง (เฟด) และธนาคารกลางของอังกฤษ แม้แต่จีนยังมีโอกาสเอาตัวรอดจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ได้ โดยไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวมากมายนัก

แต่ปัญหาก็คือ ทั้งหมดนี้ไม่ได้วางอยู่บนฐานรากที่มั่นคงเท่าใดนัก ยิ่งเมื่อมองไปข้างหน้า ไม่เพียงภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น ในอนาคตอันใกล้เศรษฐกิจโลกยังมีกับดักและขวากหนามขวางกั้นอยู่มากมายอีกด้วย

ข้อที่ต้องสังเกตกันไว้เป็นประการแรก ก็คือ บรรดาธนาคารกลางของเขตเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยแล้วก็จริง แต่อัตราดอกเบี้ยก็ไม่ได้ลดลง ในเวลาเดียวกันสัดส่วนของผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวถีบสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ต้นทุนกู้ยืมของรัฐย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในเวลานี้จำต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึง 5% สำหรับการกู้ยืมผ่านพันธบัตรรัฐบาลในระยะเวลา 30 ปี สูงขึ้นกว่าระดับ 1.2% ในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้านี้มากนัก ในทำนองเดียวกัน เมื่อไม่ช้าไม่นาน ต้นทุนการกู้ยืมของเยอรมนีอยู่ในแดนลบ แต่ตอนนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรในระยะ 10 ปี ถึงเกือบ 3% หรือแม้แต่ญี่ปุ่นเองก็จำเป็นต้องยกเลิกคำมั่นสัญญาที่ว่าจะตรึงค่าตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของตนไว้ที่ 1% ไปแล้ว

อัตราดอกเบี้ย ต้นทุนการกู้ยืม คือกับดัก คืออันตรายที่จะมาถึงในอีกไม่ช้าไม่นาน ในทันทีที่สถานการณ์ขยายตัวแบบแปลก ๆ ที่กำลังเป็นอยู่ในเวลานี้สิ้นสุดลง

นักวิชาการส่วนหนึ่งชี้ว่า เศรษฐกิจอเมริกันขยายตัวได้อย่างน่าทึ่งในเวลานี้ สาเหตุสำคัญมาจากการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ด้วยเงินทองที่จำเป็นต้องสะสมเอาไว้ตลอดช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะไม่มีหนทางจับจ่าย บวกกับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลหลายระลอก

เงินจำนวนดังกล่าวพร่องไปเรื่อย ๆ กระนั้นข้อมูลล่าสุดก็ยังระบุว่า ครัวเรือนอเมริกันยังคงเหลือเงินเหล่านั้น รวมกันอยู่มากถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์

แต่ปัญหาจะเกิดขึ้นในทันทีที่เงินเหล่านี้งวดลง อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจะเริ่มกัดกิน บีบรัดให้ผู้บริโภคอเมริกันไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้โดยเสรี ตามใจต้องการเหมือนที่ผ่านมา สภาพเช่นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่จะเกิดกับทุกประเทศ หากอัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ในระดับสูง เป็นเวลายาวนานมากเท่าใด ปัญหาก็จะใหญ่โตมากขึ้นเท่านั้น

ปัญหาจากอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อรัฐบาลเท่านั้น ยังกระทบต่อบริษัทธุรกิจที่ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น กระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาจะตกต่ำลงเรื่อย ๆ เป็นต้น

อัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้ปัญหาหนี้สินที่เคยหนักกลายเป็นปัญหารุนแรงระดับวิกฤตได้โดยง่าย ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเทศอย่าง อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิตาลี และญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะขาดดุลงบประมาณในปี 2023 สูงถึงระดับใกล้เคียงหรือเท่ากับระดับ 5% ของจีดีพีของแต่ละประเทศ

ส่วนสหรัฐอเมริกา ถ้านับเฉพาะตั้งแต่เดือนกันยายนย้อนหลังขึ้นไป 12 เดือน รัฐบาลอเมริกันขาดดุลงบประมาณสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 7.5% ของจีดีพี

ในยามที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ภาระหนี้เหล่านี้ยังคงบริหารจัดการได้ แต่ตอนนี้ดอกเบี้ยสูงลิ่ว เงินงบประมาณถูกหั่นไปใช้เพื่่อการชำระดอกเบี้ยสูงขึ้นตามลำดับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ รัฐบาลจำเป็นต้องรัดเข็มขัด เพื่อให้สถานะทางการคลังอยู่รอด แม้ว่าการทำเช่นนั้นจะส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจโดยรวมก็ตามที

นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจทั่วโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย หรือตกอยู่ในภาวะเจ็บปวดยาวนานตามมาโดยดุษณี