เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

ธนาคารโลกเตือนปีหน้า เอเชียโตต่ำสุดในรอบ 50 ปี

11 ต.ค. 2566 | 14:49น.
ธนาคารโลกเตือน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

รายงานการประเมินสภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลก ซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อต้นเดือนตุลาคมนี้ ชี้ให้เห็นถึงสารพัดปัจจัยท้าทายต่าง ๆ นานา อันเป็นเหตุให้ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของบรรดาประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายในภูมิภาคนี้จะขยายตัว ในอัตราต่ำที่สุดในรอบ 50 ปีเลยทีเดียว

ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ในปี 2024 เศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงจีนด้วย จะขยายตัวเพียงแค่ 4.5 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากที่เคยประเมินไว้ในรายงานเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งคาดไว้ว่าจะขยายตัว 4.8 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าการคาดการณ์การขยายตัวในปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ลงไปอีก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อทั้งภูมิภาคก็คือ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งยิ่งนับวันยิ่งน่าวิตกมากขึ้นตามลำดับ ธนาคารโลกระบุว่า ดัชนีชี้สภาวะเศรษฐกิจต่าง ๆ ของจีนล้วนอยู่ในสภาพอ่อนแอ และคาดว่าจีดีพีจีนจะขยายตัวเพียง 4.4 เปอร์เซ็นต์ในปี 2024 ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 4.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเดือนเมษายน

“อาทิตยา มัทตู” หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกชี้ว่า ยอดค้าปลีกในจีนลดวูบลงสู่ระดับต่ำกว่าก่อนหน้าวิกฤตโควิดแล้ว ในขณะที่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ก็ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยชะงักงัน, หนี้ครัวเรือนถีบตัวสูงขึ้น พร้อม ๆ กับที่ภาคเอกชนชะลอหรือยุติการลงทุน

จะแก้ปัญหาชะลอตัวนี้ได้ จีนต้อง “ปฏิรูป” เศรษฐกิจครั้งใหญ่ พลิกโฉมหน้าจากการใช้ภาคอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนเป็นเครื่องผลักดันให้เกิดการขยายตัว มาเป็นการพัฒนาภาคบริการอย่าง “ลึกซึ้ง” เพื่อเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการ “ปฏิวัติดิจิทัล” ให้ได้ ซึ่งท้าทายไม่ใช่น้อยสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียทุกประเทศ

นอกจากการชะลอตัวของจีนจะกระทบต่อทุกประเทศในภูมิภาคอย่างหนักแล้ว ดีมานด์ที่อ่อนตัวลงทั่วโลกก็สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของชาติกำลังพัฒนาในเอเชียอย่างมาก การส่งออกของอินโดนีเซียและมาเลเซียลดลงมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ในจีนและเวียดนาม การส่งออกก็ลดลงกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2022 ในเวลาเดียวกับที่ระดับหนี้สินทั้งของภาครัฐ, บริษัทธุรกิจและครัวเรือน พากันถีบตัวสูงขึ้น ปิดโอกาสการขยายตัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

ในเวลาเดียวกัน อาทิตยา มัทตู ชี้ว่า ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ซึ่งเคยเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม เมื่อสหรัฐอเมริกาตรากฎหมายออกมา 2 ฉบับในปี 2022 ที่ผ่านมา

หนึ่งคือ รัฐบัญญัติว่าด้วยการลดอัตราเงินเฟ้อ (ไออาร์เอ) อีกหนึ่งคือ รัฐบัญญัติว่าด้วยชิปและวิทยาศาสตร์ หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่ากฎหมายชิป

แต่เดิมความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ทำให้หลายบริษัทหันมาลงทุนเพื่อการผลิตในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน แต่กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งบัญญัติออกมาเพื่อหวังผลให้เกิดการขยายตัวของโรงงานการผลิตในสหรัฐอเมริกาและลดการพึ่งพาสินค้าจากจีนลง กลับทำให้การค้าและการลงทุนที่เคยหลั่งไหลเข้ามา เลี่ยงหนีออกไปจากทั้งภูมิภาคไปเหมือน ๆ กันทั้งหมด เพราะข้อกำหนดว่าด้วยเรื่อง “โลคอลคอนเทนต์” หรือปริมาณชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นในสหรัฐอเมริกาที่ต้องมีในผลิตภัณฑ์หนึ่ง ๆ

ธนาคารโลกระบุว่า ตัวเลขการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรกล จากบรรดาประเทศในภูมิภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นจีน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และไทย ล้วนลดลงอย่างชัดเจนในทันทีที่นโยบายนี้ของสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้

ในขณะที่การค้าของสหรัฐอเมริกากับประเทศอย่างแคนาดาหรือเม็กซิโก ไม่ได้ลดลง เนื่องจากประเทศเหล่านี้ได้รับการ “ยกเว้น” จากข้อกำหนดด้านโลคอลคอนเทนต์ ซึ่งบรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อต่อสู้ว่า เป็นการดำเนินการการค้าอย่างไม่เป็นธรรม

เช่น อินโดนีเซียกำลังเจรจาต่อรองให้การส่งออกนิกเกิลของตนไปยังสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันกับแคนาดาและเม็กซิโก

ส่วนเวียดนามกำลังล็อบบี้ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกัน ให้ทางการสหรัฐอเมริกาให้เครดิตด้านภาษีให้ครอบคลุมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของตนที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มีอยู่

หลังจากที่ยอดส่งออกลดลงถึง 19.1 เปอร์เซ็นต์ในช่วงตั้งแต่มกราคม-สิงหาคมปีนี้นั่นเอง